posttoday
“Disaster Planning” อีกปฏิบัติการเร่งด่วนของ HR

“Disaster Planning” อีกปฏิบัติการเร่งด่วนของ HR

23 พฤษภาคม 2554

โลกเราในปัจจุบันนี้มีเภทภัยคุกคามในหลายรูปแบบ โดยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา

โลกเราในปัจจุบันนี้มีเภทภัยคุกคามในหลายรูปแบบ โดยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา

โดย...รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

โลกเราในปัจจุบันนี้มีเภทภัยคุกคามในหลายรูปแบบ โดยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เรื่องของโรคระบาดใหม่ๆ ความไม่สงบทางการเมือง ภัยจากผู้ก่อการร้าย และภัยธรรมชาติ ดูจะเป็นภัยคุกคามที่ปรากฏให้เห็นชัดเจนและบ่อยขึ้นๆ ในทุกปีที่ผ่านไป ภัยต่างๆ เหล่านี้ได้ตั้งคำถามสำคัญให้กับ HR ว่า พวกเรามีความพร้อมเพียงใดในการบริหารเหตุการณ์วิกฤตที่นำหายนะ หรือมหันตภัย (Disaster) มาสู่องค์กรของเรา การตั้งรับ (Re-Active Approach) ไม่ใช่วิธีการทำงานที่ดีพออย่างแน่นอน ทั้งนี้การเตรียมการล่วงหน้าเพื่อป้องกันหรือลดความเสียหายเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์วิกฤต คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด แต่ปัญหาก็คือองค์กรส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อม ซึ่งหมายถึงความรู้ความเข้าใจและทักษะในเรื่อง “Disaster Planning” (การวางแผนเพื่อบริหารมหันตภัย) อย่างลึกซึ้งและเป็นระบบ

“Disaster Planning” อีกปฏิบัติการเร่งด่วนของ HR

ผู้เขียนเชื่อว่านับแต่นี้ต่อไป Disaster Planning จะกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของ HR ที่จะต้องเรียนรู้และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อมหันตภัยเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน HR จะมีเวลาไม่มากเลยที่จะต้องลงมือปฏิบัติการอย่างรวดเร็วและไร้ข้อผิดพลาด เพราะความผิดพลาดย่อมหมายถึงการสูญเสียทรัพย์สินหรือชีวิตอย่างยากที่จะเรียกกลับคืนมา แนวทางปฏิบัติ 3 ประการที่ HR ต้องปรึกษาวางแผนร่วมมือกับผู้บริหารทุกแผนกเพื่อเตรียม Disaster Planning อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย

1.การประเมินความพร้อมระดับองค์กร (Organization Assessment) HR ต้องร่วมมือกับผู้บริหารทุกแผนกในการสร้างทีมงานสำหรับปฏิบัติการ Disaster Planning โดยเฉพาะ เพราะเมื่อมหันตภัยเกิดขึ้น ทีมงานเฉพาะกิจจะรู้ทันทีว่าต้องทำอะไรเมื่อเจอปัญหาแต่ละชนิด ไม่ใช่พอเกิดสึนามิพัดพาโรงงานและพนักงานจมหายไปในมหาสมุทร คนในองค์กรก็มัวแต่ตกตะลึง หรือไม่ก็สติแตกหนีเอาตัวรอดกันตามยถากรรม แบบนี้ใช้ไม่ได้ค่ะ เสียชื่อ HR ชั้นดีกันหมด

ทั้งนี้ เมื่อตั้งทีมงานผู้รับผิดชอบแล้ว ต้องมีการประเมินสถานการณ์ว่าในเขตพื้นที่ซึ่งบริษัทตั้งอยู่นั้นมีความเสี่ยงต่อภัยประเภทใดบ้าง และภัยแต่ละประเภทจะมีผลกระทบต่อองค์กรและพนักงานอย่างไร และมากน้อยเพียงใด ข้อมูลจากการประเมินจะนำไปสู่การสร้างทีมงานเพื่อบริหารภัยแต่ละประเภทได้อย่างเหมาะสม

2.การบริหารผลกระทบจากมหันตภัยที่มีต่อพนักงาน (Human Impact Planning) HR ต้องคาดการณ์ล่วงหน้าว่าเมื่อภัยต่างๆ เกิดขึ้นจะมีผลกระทบต่อองค์กร ธุรกิจ และพนักงานอย่างไรบ้าง เช่น หากมีน้ำท่วมฉับพลันในบริเวณที่ทำการของบริษัท น้ำท่วมจะมีผลกระทบต่อระบบข้อมูล (Database) ของพนักงานหรือไม่ หรือหากพนักงานได้รับบาดเจ็บจากลมพายุ หรือถึงแก่ชีวิต ทางบริษัทจะช่วยดูแลช่วยเหลือพนักงานอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดเฮอริเคนคาทรินา (Hurricane Katrina) ขึ้นในสหรัฐเมื่อหลายปีก่อน หลายบริษัทให้การสนับสนุนช่วยเหลือพนักงานและญาติของพนักงานที่สูญเสียบ้านเรือนไปกับลมพายุด้วยการอนุมัติวงเงินในการกู้ยืมให้พนักงานโดยคิดดอกเบี้ยต่ำ หรือบางบริษัทมอบเงินให้พนักงานเป็นพิเศษ โดยถือเป็นเงินช่วยเหลือโดยที่พนักงานไม่ต้องชำระคืนก็ยังมี ประเด็นเรื่องการดูแลรักษาข้อมูลของพนักงาน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ทั้งหลายของพนักงาน การจัดหาพนักงานทำงานทดแทน เมื่อพนักงานในบางตำแหน่งบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตจากมหันตภัย ฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องวางนโยบายจัดระบบกันล่วงหน้า

3.ฝึกอบรมเรื่องการเผชิญมหันตภัย (Disaster Training) เฉกเช่นกับการที่พนักงานต้องฝึกเรื่องการเผชิญอัคคีภัยนั่นแหละค่ะ การเผชิญภัยพายุ น้ำท่วม ม็อบปิดเมือง แผ่นดินไหว ฯลฯ ล้วนต้องมีการฝึกอบรมและซ้อมปฏิบัติกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความรวดเร็วเป็นระบบ HR พึงติดต่อขอให้ผู้เชี่ยวชาญการป้องกันภัยประเภทต่างๆ มาอบรมพนักงานและช่วยติดตั้งระบบ และกำหนดขั้นตอนปฏิบัติการที่จำเป็น เมื่อภัยมาถึงทุกคนก็จะมีสติรู้ว่าควรทำอย่างไรจึงจะรักษาชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและองค์กรได้ดีที่สุด

เขียนคอลัมน์นี้เสร็จก็อดนึกไม่ได้ว่า การเป็น HR ในยุคปัจจุบันนี้ช่างมีงานให้ทำมากเหลือเกิน งานเก่าที่มีมาแต่โบราณก็ต้องทำ แถมงานใหม่ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ

อย่าเพิ่งเหนื่อยหรือท้อกันนะคะ เขาว่ากันว่าถ้างานเข้าแล้วก็ย่อมมีเงินเข้า (กระเป๋า) ตามมาด้วย ใช่ไหมคะท่าน CEO?

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ