
"ยังเฟื้อ" แด่เฟื้อ หริพิทักษ์ (ยังหนุ่มตลอดกาล)
ได้รับฉายาว่าเป็นบุรุษผู้หลงรักภาพจิตรกรรมฝาผนัง
ได้รับฉายาว่าเป็นบุรุษผู้หลงรักภาพจิตรกรรมฝาผนัง
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
ได้รับฉายาว่าเป็นบุรุษผู้หลงรักภาพจิตรกรรมฝาผนัง
แต่ “นรา” นักเขียนหนุ่มผมยาว เจ้าของผลงานพ็อกเกตบุ๊กเล่มหนา “ยังเฟื้อ” สำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊ก กลับไม่เอ่ยปากยอมรับหรือปฏิเสธใดๆ
รอยยิ้มบางบนสีหน้าเรียบเฉยคือคำตอบอันว่างเปล่าในนาทีนี้
ถึงอย่างนั้น เชื่อว่าหากผู้อ่านที่ได้รับรู้ถึงเบื้องหลังการทำงานอันยากเย็น กว่าจะมาเป็นหนังสือเล่มโตว่าด้วยชีวิตและผลงานของปูชนียบุคคลแห่งวงการศิลปะไทยผู้ยิ่งใหญ่ที่ชื่อ เฟื้อ หริพิทักษ์ บนเส้นทางของจิตรกรรมฝาผนัง เขาต้องตะลุยเข้าวัดวาอาราม ลอดประตูโบสถ์ เพ่งพินิจภาพเขียนอันพร่าเลือนบนผนัง สลับกับศึกษาค้นคว้าเอกสารตำราเก่าแก่ในห้องสมุดนับร้อยเที่ยว เพื่อทำความรู้จักให้ถ่องแท้เกี่ยวกับศิลปะแขนงโบราณนี้อยู่นานนับปี
“สามสี่ปีก่อน อ่านเจอในหนังสือของ น. ณ ปากน้ำ เรื่องความงามในศิลปะไทย บทความหลายชิ้นพูดถึงภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังชื่อดังของวัดเก่าแก่ มีเรื่องเล่าว่าสมัยโบราณมีครูช่างสองคนวาดรูปแข่งกัน รู้สึกมหัศจรรย์มาก อ่านแล้วอยากเห็นว่าของจริงเป็นยังไง ก็เลยเข้าห้องสมุดสลับเดินทางไปดูภาพเขียนดังๆ ที่เขาว่างดงาม ก็พบว่าสวยจับใจเหลือเกิน หลังๆ กลายเป็นว่าที่ไหนมีจิตรกรรมฝาผนังสวยๆ จะไปดูให้หมด”
“ดูรูปกับอ่านตำรามากเข้า ก็คิดอยากจะเขียน ระหว่างค้นคว้าก็ได้เจอเรื่องของอาจารย์เฟื้อปรากฏอยู่เนืองๆ ตามตำรับตำราต่างๆ เห็นว่าชีวิตท่านมีสีสันโลดโผนมาก ทำคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่สังคมไทย คนแบบนี้น่าจะนำมาเล่าสู่คนอ่านในวงกว้าง คนไม่ค่อยรู้จักและกำลังจะลืมเลือน เลยเขียนขึ้นเพื่อเชิดชูคนดีของสังคมที่น่าจะเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้”
เนื้อหาสองส่วนหลักประกอบไปด้วยประวัติชีวิตของ เฟื้อ หริพิทักษ์ และผลงานการสำรวจคัดลอกซ่อมแซมจิตรกรรมฝาผนังสำคัญที่เสียหายตามโบราณสถานหลายแห่งทั่วประเทศไทย ในระยะเวลากว่าสามปีเต็มที่นักเขียนรายนี้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ตะลอนไปตามวัดวาอารามต่างๆ พร้อมไฟฉาย กล้องส่องทางไกล และกล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์คู่ใจในการทำงาน
“โดยเฉพาะภาคกลาง กรุงเทพฯ อย่างหอไตรปิฎก วัดระฆังโฆสิตาราม วัดสุทัศนเทพวราราม หรือวัดมหาธาตุ วัดราษฎร์บูรณะ วัดพุทไธสวรรค์ที่อยุธยา ส่วนวัดใหญ่สุวรรณราม เพชรบุรีนี่สุดยอดแล้ว งานจิตรกรรมฝาผนังมันกระจายไปทั่วประเทศ แถบเหนือ อีสานก็เยอะ ใต้ก็มีบ้าง สลับกับเข้าห้องสมุดค้นหนังสือแทบทุกวันเลยช่วงนั้น”
“อาจารย์ศิลป์ พีระศรี แนะนำการชมภาพจิตรกรรมฝาผนังไว้ในหนังสือชื่อคุณค่าแห่งจิตรกรรมฝาผนังว่าเวลาไปดูภาพในโบสถ์ อย่ารีบร้อนเดินวนดู จะไม่เห็นอะไร ให้เลือกดูสักแห่ง ดูช้าๆ ดูนานๆ ค่อยๆ สังเกต ไล่ไปเรื่อยๆ ภาพไทยเป็นเรื่องรายละเอียด ยิ่งสังเกตยิ่งใจเย็นก็จะเห็นความงามลึกซึ้ง เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องชาดก พุทธประวัติ จำเป็นอยู่บ้างที่จะต้องอ่านให้รู้เรื่อง แล้วกลับมาดูจะสนุกมาก”
ประสบการณ์ครั้งแรกในการเข้าไปชมจิตรกรรมฝาผนังยังกระจ่างชัดในความทรงจำไม่มีวันลืม ความงดงามวิจิตรภาพแล้วภาพเล่ายังสั่นสะเทือนหัวใจของเขามาจนทุกวันนี้
“บรรยากาศจะพิเศษมาก อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์ แต่ละแห่งจะไม่เหมือนกัน บางโบสถ์เล็กๆ ไม่สูง บางแห่งไม่มีหน้าต่าง มืดมาก และก็มีโบสถ์ใหญ่อลังการ เฟิสต์ อิมเพรสชัน ไม่เหมือนกันเลย องค์ประกอบต่างๆ ทั้งสี รายละเอียด แสงเงา รวมถึงฝีไม้ลายมือจะเห็นได้ชัดเลยว่าครูแต่ละท่านนี่สุดยอดมาก บางภาพแม้จะรางเลือน แต่ก็เหลือเชื่อและมหัศจรรย์จริงๆ”
บทสุดท้ายของหนังสือเล่มโตนี้มีชื่อเดียวกัน “ยังเฟื้อ” คำนี้ทั้งหมายถึงฉายานามที่อาจารย์ศิลป์ พีระศรีเรียกขานศิษย์เอกของท่านว่า young fua (เฟื้อหนุ่ม) และ ‘ยัง’ ในความหมายภาษาไทยว่า อยู่, มี ทำให้คงอยู่
“เป็นเรื่องน่าทึ่งว่าท่านเห็นอะไรบางอย่างที่คนร่วมยุคสมัยไม่เห็น เพื่อจะมาทำเรื่องคัดลอกจิตรกรรมฝาผนัง ท่านต้องทิ้งศิลปะสมัยใหม่ไป ทั้งๆ ที่มันจะเป็นผลงานที่จะสร้างชื่อเสียงเงินทอง ฝีมืออย่างท่านตอนนั้นเกือบจะเวิลด์คลาสแล้ว”
“สมแล้วที่อาจารย์เฟื้อท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ ท่านเชื่ออะไรแล้วลงมือทำอย่างจริงจัง เงียบๆ สมถะ และไม่ย่อท้ออย่างยากลำบาก โดยไม่หวังอามิสสินจ้าง ไม่หวังเกียรติยศใดๆ”







