
สู่ถ้ำโพธิสัตว์ตั๊กม้อปฏิสันถารกับพระจีน (ตอน๑)
ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการหลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
ตามที่ทราบว่า หลวงพ่อได้เดินทางไปเจริญสมณธรรมที่ถ้ำปรมาจารย์ตั๊กม้อ วัดเส้าหลิน ประเทศจีน จึงใคร่ขออาราธนาให้เล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางศึกษาปฏิบัติของสาธุชน และจะได้ร่วมอนุโมทนาในการบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ด้วย
เคารพอย่างสูง
อารีย์ เตชะหรูวิจิตร
ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์กลาง
วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้สนใจในการปฏิบัติ และมีศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนา... จริงๆ แล้วอาตมาควรเล่าเรื่องตั้งแต่กลับมาใหม่ๆ เมื่อ ๔ พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังหาโอกาสไม่ได้ เพราะมีวิสัชนาธรรมเรื่อง “เทศกาลวิสาขบูชา” เข้ามาคั่นไว้ และมีจดหมายอีกหลายฉบับที่กำลังทยอยตอบไปเรื่อยๆ ที่เขียนถามหรือแสดงความเห็นเข้ามา จึงขออนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งกับผู้มีศรัทธาติดตามอ่าน “ธรรมส่องโลก” มาโดยตลอดในห้วงเวลา ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่การอ่านธรรมส่องโลกมีอุปสรรคหลายประการ ที่ผู้อ่านต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ติดตามอ่านจนครบตอน ซึ่งถ้าเป็นโดยปกติ คงจะน่าเบื่อที่จะติดตามอ่าน โดยเฉพาะบางครั้งจะต้องลดตัดทอนเนื้อหาลง เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ซึ่งคงเหลือจากการจัดวางหน้า เมื่อมีรายการพิเศษหรือโฆษณาเข้ามา แต่ก็ได้ทราบว่า สาธุชนผู้สนใจและเห็นคุณค่าธรรมะที่อาตมาตอบ ก็ไม่ย่อท้อในการติดตามโดยใช้ลักษณะรอรวมเรื่องอ่านทีเดียว จะตัดต่อลงกี่ตอนก็จะรออ่าน เมื่อตัดเก็บครบทุกตอน
มีนักเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่ง ชื่อ ดร.วิรไท สันติประภพ วิพากษ์ว่า “คอลัมน์ธรรมส่องโลก” มีผู้สนใจอ่านกันมาก แต่อุปสรรคคือ การนำเสนอที่มีตอนเล็กๆ ย่อยๆ มากเกินไป จนอ่านไม่ติดต่อในเนื้อหาสาระ จะไปค้นคว้าในอินเทอร์เน็ต เพื่อย้อนหลังกลับไปดูตอนต้นๆ ของเรื่อง ก็ไม่ Update ในการนำเสนอ จึงเสียดายต่อเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์ ซึ่งควรแผ่กว้างไปมากกว่านี้... และมีอีกหลายๆ ท่าน ซึ่งเป็นศรัทธาธรรมส่องโลก วิพากษ์มาด้วยความเคารพ ถึงการนำเสนอที่บกพร่อง ซึ่งหากเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจ ก็คงจะไม่มีใครแสดงฉันทะ ติดตามอ่านกันอย่างนี้ โดยเฉพาะภาระการตัดเก็บทุกๆ ตอน ที่เป็นหน้าที่ของเลขาฯ ซึ่งมีงานเพิ่มขึ้น คือการติดตามตัดเก็บให้ครบตอนจนจบเรื่อง แล้วนำเสนอเจ้านายผู้มีศรัทธา จนลูกน้อง หรือเลขาฯ ผู้รับงาน ได้มีโอกาสอ่านธรรมส่องโลกไปด้วย กลายเป็นโอกาสที่ดีของชีวิตไป เป็นอย่างนั้นจริงๆ...
กลับมาพิจารณาธรรม “ปุจฉา” ของโยมอารีย์ ที่ประสงค์ให้อาตมาเล่าเรื่องจากการจาริกไปเจริญจิตภาวนาที่ประเทศจีน เพื่อเป็นกรณีศึกษาเชิงปฏิบัติ... ซึ่งมีหลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการได้มีโอกาสเพิ่มความรู้จากประสบการณ์ตรง ณ ถ้ำโพธิสัตว์ “ตั๊กม้อ” บนภูเขาซงซาน ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของวัดเส้าหลิน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องกำลังภายใน หรือกังฟู ซึ่งจริงๆ แล้ว วัดเส้าหลินมีจุดเด่นดั้งเดิมอยู่ในเรื่องการปฏิบัติกรรมฐานแบบฌาน ที่เป็นที่มาของนิกายธญาน หรือ เซี้ยงจง ของพุทธศาสนามหายาน โดยมุ่งเน้นการฝึกอบรมจิต สู่ความเป็นหนึ่งซึ่งสืบต่อมาจากนิกายศูนยตา หรือ มัธยะมิก ของนาคารชุน ซึ่งในส่วนที่ไปเจริญเติบโตในทิเบต จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม เรียกว่า นิกายเซน อยู่ในสังกัดของพุทธศาสนามหายาน... โดยเฉพาะในประเทศจีน นิกายเซี้ยงจง หรือ ธญาน ได้แตกย่อยต่อไปอีกมากมาย และเมื่อนิกายวิญญาณวาท หรือนิกายโยคาจารของ อสังคะ และนิกายวัชรญาณ หรือ พุทธตันตระ เข้าไปผสมผสาน รวมกับความเชื่อดั้งเดิมของท้องถิ่น บวกกับลัทธิเต๋า ลัทธิขงจื๊อ จึงมีนิกายสุขาวดีเกิดขึ้น สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีการบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิม อย่างแพร่หลายเป็นสัญลักษณ์...
จากวิถีแห่งความสืบเนื่อง และผันแปรของพระพุทธศาสนาในแต่ละพื้นที่ จึงเป็นปัญหาต่อการเรียนรู้ตามพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







