posttoday
เดอะอินตัน บ้านลูกครึ่งจีนที่สิงคโปร์

เดอะอินตัน บ้านลูกครึ่งจีนที่สิงคโปร์

21 พฤษภาคม 2554

ถ้าพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว และบ้านชินประชา ที่ภูเก็ต เป็นแหล่งรวบรวมหลักฐานทางวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาก่อร่างสร้างตัวจนประสบความสำเร็จ

ถ้าพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว และบ้านชินประชา ที่ภูเก็ต เป็นแหล่งรวบรวมหลักฐานทางวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาก่อร่างสร้างตัวจนประสบความสำเร็จ

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ถ้าพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว และบ้านชินประชา ที่ภูเก็ต เป็นแหล่งรวบรวมหลักฐานทางวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาก่อร่างสร้างตัวจนประสบความสำเร็จ จ.ภูเก็ต เดอะอินตัน พิพิธภัณฑ์บ้านของ “อัลวิน แยปป์” นักธุรกิจสิ่งพิมพ์และโฆษณาชาวสิงคโปร์ ก็เป็นแหล่งรวบรวมวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งรกรากในมาเลเซีย จนเกิดวัฒนธรรมที่เรียกว่า “เพรานากัน” หรือวัฒนธรรมผสมผสานที่เกิดจากการแต่งงานระหว่างชาวจีนกับหญิงท้องถิ่น

เดอะอินตัน บ้านลูกครึ่งจีนที่สิงคโปร์

สองพิพิธภัณฑ์ข้างต้นในไทยเกิดจากวัฒนธรรมสั่งสมของชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาภูเก็ต แต่ทว่าเดอะอินตันเกิดจากความประทับใจของ “อัลวิน” ที่มีต่อวัฒนธรรมบรรพบุรุษของตัวเอง

เดอะอินตัน เป็นหนึ่งในองค์กรลูกครึ่งจีนในสิงคโปร์และถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ร่วมสมัย เป็นวัฒนธรรมชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งและแต่งงานกับหญิงมาเลเซียเกิดเป็นลูกครึ่ง ที่ชาวอินโดนีเซียและมาเลเซียเรียกว่า คนท้องถิ่น แต่เด็กที่เกิดจากชาวอินเดียและชาวยุโรปเรียกว่าเพรานากัน

แม้ว่าลักษณะของบ้านอินตันไม่ใช่สถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ดังเช่นบ้านชินประชาที่ภูเก็ต แต่ข้าวของเครื่องใช้รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านนั้นคล้ายคลึงกันมาก โดยเป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสานหลายเชื้อชาติและเน้นหนักไปทางวัฒนธรรมจีน และยุโรป

“อัลวิน” ได้เล่าเรื่องราวของบรรพบุรุษด้วยความภาคภูมิใจ ผ่านข้าวของเครื่องใช้ และขนมนมเนยที่สะท้อนวัฒนธรรมเพรานากัน และเครื่องดื่มทั้งน้ำชา กาแฟหรือแม้แต่น้ำผลไม้ ภายในบ้านของเขาเอง

ชายหนุ่มวัยประมาณ 40 ปี เริ่มสะสมสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นวัฒนธรรมชาวลูกครึ่งมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ภายหลังการแสดงทางวัฒนธรรมของลูกครึ่งในมาเลเซียแล้วผิดหวัง ต่างจากครอบครัวของเขาที่มีความสุขกับการแสดงนั้น (สิงคโปร์แยกออกมาจากมาเลเซียเมื่อกว่า 46 ปีที่ผ่านมา)

เขาพบว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายที่ต้องทำความเข้าใจความหมายของเนื้อหา และช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ดังนั้น “อัลวิน” จึงตัดสินใจเดินทางบนถนนสายวัฒนธรรมนี้เพื่อค้นคว้าหาคำตอบด้วยตัวเอง

ในวัย 18 ปี เขาเริ่มสะสมคอลเลกชันของลูกครึ่งเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม กระบวนการนี้ได้ทำให้พบว่าขาดหลักฐานที่จะนำมาอธิบายภูมิหลังของสิ่งของเครื่องใช้ของวัตถุโบราณเพื่ออธิบายทางประวัติศาสตร์

เดอะอินตัน บ้านลูกครึ่งจีนที่สิงคโปร์

ทุกวันนี้ “อัลวิน” ยังคงความประทับใจและแสวงหาวัตถุโบราณที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมลูกครึ่งเพื่อหามุมมองและค้นพบตัวเอง

ปี พ.ศ. 2546 เขาเริ่มก่อตั้งเดอะอินตันเป็นพิพิธภัณฑ์บ้าน และนำแขกชมบ้านด้วยตัวเองโดยใช้ภาษาเข้าใจง่ายเล่าจากใจของตัวเอง พิพิธภัณฑ์บ้านแห่งนี้อยู่ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการมรดกแห่งชาติ

เขาเปิดเดอะอินตันไม่ใช่เพื่อดำเนินธุรกิจแต่เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเฉพาะตัวของสิงคโปร์

“กับอินตันผมหวังว่าเป็นตัวกลางใหม่เพื่อบอกกับสาธารณชนว่าเพรานากันหมายถึงอะไร”

ที่จริงเพรานากันได้มาจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

“อัลวิน” เป็นผู้อำนวยการองค์กรของบริษัท บัสแอดส์ ธุรกิจครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์และโฆษณากลางแจ้ง เขามีคติประจำใจว่า

“Having an understanding of one’s past stands a person in better stead for the future”

แปลเป็นไทยก็คือ “การทำความเข้าใจอดีต เป็นการสร้างจุดยืน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต”

ก่อนกลับเมืองไทย “อัลวิน” ได้มอบของที่ระลึกที่สะท้อนวัฒนธรรมร่วมสมัยของชาวจีนโพ้นทะเลเป็นกระเบื้องเซรามิกเพนต์ลวดลายจีนโพ้นทะเลไว้บนกระเบื้อง ข้างใต้กระเบื้องเป็นกาวยาง 4 มุม เพื่อใช้เป็นกระเบื้องประดับ หรือที่รองจานรับประทานอาหารภายในบ้าน

เดอะอินตัน บ้านลูกครึ่งจีนที่สิงคโปร์

สะท้อนความเป็นเดอะอินตัน พิพิธภัณฑ์บ้านเพรานากันของเขาเป็นอย่างดี

สำหรับวัฒนธรรมเพรานากันในเมืองไทยนั้นชัดเจนกว่าเดอะอินตันเพราะเป็นชุมชนใหญ่ที่คนอยู่หนาแน่นมากกว่าโดยลูกครึ่งไทย ภูเก็ต มาจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และลูกครึ่งอินโดนีเซีย เพื่อมาตั้งรกรากในเมืองภูเก็ตเมื่อมีการเปิดให้มีการทำเหมืองดีบุกทำให้มีการเดินเรือมาจากพม่าและอินเดียก่อนที่จะไปปีนัง

ช่วงเหมืองดีบุกรุ่งเรืองทำให้มีชาวจีนโพ้นทะเลหลั่งไหลเข้ามายังภูเก็ตมาก จนปรากฏหลักฐานหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันเป็นมรดกลูกครึ่งจีน จากรุ่นสู่รุ่น

ภูเก็ตปัจจุบันคล้ายมะละกา ปีนัง และสิงคโปร์ในอดีต โดยผู้คนจำนวนมากไม่รับรู้ว่าศูนย์รวมวัฒนธรรมนี้มีที่มาอย่างไรเพราะมีการผสมผสานด้วยการแต่งงาน จนไม่รู้สัญชาติที่แท้จริงของตัวเอง

อันที่จริงลูกครึ่งจีน ไทย ของภูเก็ตไม่ใช่ทั้งเป็นคนจีนและเป็นคนไทย หรือเป็นทั้งสองชาติรวมกัน แต่อาจเป็นทั้งมาเลเซีย โปรตุเกสบางส่วน ผสมผสานกัน

พวกเขารู้เช่นเดียวกับเพรานากันว่ามีวัฒนธรรมเฉพาะของตัวเองที่ได้รับการปรับปรุง และผสมผสาน

วัฒนธรรมเพรานากันค้นพบมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับชุมชนขนาดใหญ่ในมาเลเซีย สิงคโปร์ และส่วนใหญ่ในอินโดนีเซีย เริ่มเมื่อศตวรรษที่ 15 เมื่อประเพณีจีนมาถึงภูมิภาคนี้ และแต่งงานกับผู้หญิงไทยและผู้หญิงมาเลเซีย

ปัจจุบันมี 6 องค์กรลูกครึ่งในภูมิภาคนี้คือ ปีนัง มะละกา และ 2 องค์กรในสิงคโปร์ ภูเก็ต และล่าสุดที่เพิ่งก่อตั้งในกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

ลูกครึ่งจีนในภูเก็ตมาจากชุมชนลูกครึ่งของปีนังและมาเลเซียและจีน มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันในหมู่เครือญาติ

ยกตัวอย่างเช่น วัฒนธรรมดั้งเดิมรุ่นแรก คือ ภาษาจีนฮกเกี้ยน เมื่อรวมกับไทยหรือมาเลเซีย และศาสนาดั้งเดิมคือ เต๋า และศาสนาพุทธนิกายมหายาน เปลี่ยนเป็นการปฏิบัติตามพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทในไทย แม้ว่าลูกครึ่งภูเก็ตจำนวนมากมีความเชื่อและการปฏิบัติในความเป็นชาวจีนและยังคงนับถือเทพเจ้าทางตอนใต้ของจีน ชาติกำเนิดของคนภาคใต้ของไทยคล้ายเพื่อนบ้าน คือ อินโดนีเซีย มาเลเซียและสิงคโปร์ ทั้งหมดนี้คือมาเลย์ที่เป็นมุสลิม

ในไทยคำว่า บาบ๋า หมายถึงผู้ชาย และย่าหยา หมายถึงผู้หญิงชาวบ้าน สำหรับภาษาไทยคำว่า นันยา ไม่ใช่สรรพนาม แต่เป็นคำใช้เรียกแทนคำว่า ย่าหยา

สถานที่ที่แสดงวิถีความเป็นอยู่ของเพรานากันหรือลูกครึ่งเหล่านี้ได้ชัดเจนใน จ.ภูเก็ต คือ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ตัวอาคารเป็นแบบชิโนโปรตุกีสสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2477 เป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งแรกของจังหวัด ที่เพิ่งปรับเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี 2553ที่ผ่านมา ภายในจัดเป็นห้องนิทรรศการภาพแสดงความเป็นมาของชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ภูเก็ต รวมถึงภาพวิถีชีวิตของคนเหล่านี้

บ้านชินประชาเป็นบ้านตามแบบชิโนโปตุกีสหลังแรกของภูเก็ต สร้างขึ้นปี พ.ศ. 2446 ปลายรัชกาลที่ 5 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตันม่าเสียง) บิดาของท่านคือ หลวงบำรุงจีนประเทศ (ตันเนียวยี่) เดินทางมาประเทศไทยปี พ.ศ. 2397 หรือปลายรัชกาลที่ 4 เข้ามาประกอบกิจการเหมืองแร่ดีบุกที่เกาะภูเก็ต และกิจการค้าขายที่เกาะปีนังในนามยี่ห้อ “เหลียนบี้”

พระพิทักษ์ชินประชาเกิดที่ภูเก็ตในปี พ.ศ. 2426 ในวัย 20 ปี ท่านได้สร้างบ้านชินประชา เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษจีน วัสดุอื่นของบ้านนั้นส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศเนื่องจากการค้าขายทางเรือผ่านเกาะปีนังมายังภูเก็ต เช่น รั้วบ้านจากฮอลแลนด์ กระเบื้องปูพื้นจากอิตาลี

ปัจจุบันบ้านหลังนี้อายุ 108 ปีแล้ว และทายาทรุ่นที่ 6 เป็นผู้ดูแลรักษา

ทุกวันนี้พิพิธภัณฑ์ไทยหัวเปิดให้ชมฟรีขณะที่บ้านชินประชาเปิดให้ชมโดยคิดค่าชม เนื่องจากเป็นบ้านส่วนบุคคล

ทั้งนี้แม้ว่าที่ภูเก็ตเราจะเห็นวัฒนธรรมของเพรานากันมากกว่า แต่ด้านการประชาสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมแล้ว ดูเหมือนสิงคโปร์จะทำเป็นระบบมากกว่า เนื่องมาจากเจ้าของคือ “อัลวิน” เป็นนักธุรกิจสิ่งพิมพ์และโฆษณาที่จัดการบริหารบ้านหลังนี้ด้วยตัวเอง รวมถึงการนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วน เชื่อมโยงกับข้อมูลของเพรานากันที่สามารถรวบรวมได้ทั้งหมด นอกเหนือไปจากข้อมูลภายในบ้านหลังนี้

 

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า