posttoday
ล่องปิง

ล่องปิง

21 พฤษภาคม 2554

ผมเคยล่องน้ำแม่ปิงจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มาก่อนหน้านี้แต่ก็ไปครึ่งๆ กลางๆ คือไปไม่ถึงลำพูน

ผมเคยล่องน้ำแม่ปิงจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มาก่อนหน้านี้แต่ก็ไปครึ่งๆ กลางๆ คือไปไม่ถึงลำพูน

โดย...จำลอง บุญสอง

ผมเคยล่องน้ำแม่ปิงจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มาก่อนหน้านี้แต่ก็ไปครึ่งๆ กลางๆ คือไปไม่ถึงลำพูน ที่ไปไม่ถึง ก็เพราะว่าผู้จัดตั้งใจให้ไปชิมบรรยากาศเหนือเขื่อนแล้วกลับมานอนหน้าเขื่อนเล่นเท่านั้น

สัปดาห์ที่ผ่านมา “มีเดีย เน็ทเวิร์ค” ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวน้องใหม่ที่มี “ต้นทุน” มาจากการทำนิตยสาร Phototech มาชวนผมไปร่วมงานล่องไปถึงลำพูนภายใต้ชื่อคาราวานว่า “ตามรอยพระนางจามเทวี วีรสตรีผู้แกร่งกล้า” คราวนี้ผมจึงมีโอกาสได้ล่องน้ำเหนือเขื่อนไปตลอดจนถึงลำพูน

ล่องปิง

การเดินทางขึ้นเหนือจากกรุงเทพฯ ก็ไปเส้นทางตาก ผ่านลำปางไปลำพูนก็เคยไปกันแต่ทางบก คราวนี้ได้ไปทางน้ำก็สนุกได้บรรยากาศดี ยิ่งได้ “เพิ่มมูลค่า” ของ “การเดินทาง” ให้มากขึ้น ด้วยการสอนการเรียนรู้ “การถ่ายภาพ” ไปพร้อมกันนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้การท่องเที่ยวครั้งนี้เต็มไปด้วยความสนุกและมีสาระมากทีเดียว

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นจุดแรกของการเดินทางไปทำกิจกรรมของทริป ลูกทัวร์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาไหว้ศาลแห่งนี้ตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ ผมก็ลงไปด้วยแต่ก็ไม่ได้ไปไหว้ เพราะนับถือพระเจ้าตากอยู่ในมะโนสำนึกอยู่แล้ว จึงได้แต่เดินเสพบรรยากาศอยู่ท่ามกลางละอองฝนรอบๆ อนุสาวรีย์

ด้วยมี Nose of NEWS เป็นคุณสมบัติ ตาจึงไปสะดุดเอา “ฟอสซิล” “ไม้กลายเป็นหิน” ซึ่งเขานำเอามาตกแต่งสวนรอบๆ อนุสาวรีย์ ฟอสซิลไม้กลายเป็นหินนี่ “มีค่า” มากในสายตาของนักธรณีวิทยา เพราะกว่าจะได้มาซึ่งสภาพไม้กลายเป็นหินนั้น ต้องใช้เวลานานเป็นล้านๆ ปีทีเดียว เมืองตากจะเป็นหนึ่งในเมืองที่มีไม้กลายเป็นหินมากไม่น้อยกว่าเมืองอื่นๆ ในอีสานหรือเหนือ เช่น โคราชหรือลำปาง การเอาไม้กลายเป็นหินมาประดับสวนจะเหมาะสมหรือไม่อย่างใดผมยังคิดไม่ตก คือถ้าไม่มีใครมาขโมยเอาไป (ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในยุคข้าวยากหมากแพงซึ่งเป็นยุคที่วิกฤตชาติกำลังเกิด) ก็น่าจะเป็นเรื่องดีเพราะเยาวชนหรือคน “ใฝ่รู้” ก็อาจจะใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ได้ (ถ้ามีการอธิบายกันอย่างเป็นวิทยาศาสตร์)

กินข้าวที่ร้านครัวเกษตร ล้างหน้าล้างตากันเสร็จแล้ว คณะก็ไปถึงผาสามเงาเพื่อไปเยี่ยมองค์พระที่อ้างกันว่าเกิดจากนิมิตของพระนางจามเทวี (ซึ่งผมไม่ขอเชื่อด้วย) ที่นี่นายอำเภอมาให้การต้อนรับและร่วมกันปลูกไม้มงคลบริเวณหน้าพื้นที่หน้าผาสามเงาหนึ่งในเมล็ดพันธุ์ที่นำไปปลูกด้วยก็คือมะรุมครับ ผมเห็นด้วยว่าในการท่องเที่ยวทุกครั้งควรจะให้มีการปลูกต้นไม้ด้วย ถ้า ททท.จะให้เงินสนับสนุนบริษัทท่องเที่ยวก็ควรบวกเงื่อนไขนี้เข้าไปด้วยก็น่าจะดี ผมไม่ค่อยมีโอกาสเจอะเจอท่านผู้ว่า สุรพล ก็ถือโอกาสเรียนผ่านคอลัมน์นี้ไปก็แล้วกัน แต่การจะปลูกต้นไม้ชนิดใดก็ควรดูความเหมาะสมของพื้นที่ด้วยนะครับไม่ใช่จะเอาอะไรไปปลูกก็ได้ เพราะไม้แปลกแยกมีความหมายทางวนศาสตร์มากทีเดียวและก็เสนอไปยังสมาคมท่องเที่ยวทั้งหลายด้วยว่าถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องท่องเที่ยวไปปลูกป่าไปก็จะดีมาก แต่ก็ต้องดูด้วยนะครับว่าปลูกไปแล้วมีใครช่วยรดน้ำให้หรือเปล่าอย่าให้เป็นการปลูกป่าเพื่อหาเงินแบบที่อื่นเขาทำกันเลยและก็อย่าปลูกป่าหน้าร้อนด้วยเพราะไม่มีฝนช่วยรดน้ำให้ Green Season นี่น่าจะบวกเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อการปลูกป่าไปด้วยใช่ไหมครับ

ล่องปิง

สทน.หรือสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศที่ร่วมไปงานนี้ด้วย จะช่วยเป็น “สารตั้งต้น” ก่อนก็ได้นะครับ

ลงเรือที่อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพลเหมือนเคย ที่เขื่อนนี่มีนกมากมายหลายชนิดให้เราได้ดูนะครับ ผมไปได้นกหัวจุกกำลังฟักไข่อยู่ข้างๆ ทางเดิน เสียดายที่มีเวลาน้อยไม่ได้นั่งเฝ้ามันนานๆ ไม่งั้นคงได้ภาพสวยๆ มาให้แฟนคอลัมน์นี้ได้ชม

หลังลงเรือไปแล้วอาจารย์สอนถ่ายภาพคือ อาจารย์ธวัช มะลิลา ท่านก็บรรยายของท่านไป ผมก็เลยได้เป็นลูกศิษย์ของท่านไปโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะถูกบังคับสภาพให้อยู่ในเรือลำเดียวกัน บรรยากาศรอบๆ แม้จะมีฝนตกปรอยๆ ลงมาให้ตัวเหนียวภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนชื้นก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการถ่ายรูปมากนักเพราะมือใหม่ยังไงก็ไม่มีทางขัดข้องใจกับสภาพอากาศเช่นนี้ ความจริงในการบรรยายของอาจารย์นอกจากเรื่องจุดตัดเก้าช่องซึ่งเป็นเรื่องเด่นของทริปนี้แล้ว ก็ควรจะว่าด้วยเรื่องของการถ่ายภาพในสภาพแสงที่ขมุกขมัวหรือในสภาพที่มีฝนตกปรอยๆ ให้ดีได้อย่างไรด้วยจึงจะสอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงนั้น พูดง่ายๆ ก็คือ “เอาวิกฤต” ที่เจอต่อหน้าต่อตามาเป็น “โอกาส” นั่นเอง ผมเรียนอาจารย์และน้องเอกและน้องขวัญแห่ง Phototech เอาไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทริปครั้งหน้า

แม้สภาพบรรยากาศรอบๆ ตัวจะไม่ดีนักในสายตาของนักถ่ายภาพทั่วไปแต่สำหรับผมแล้วนั่นไม่ใช่อุปสรรค เพราะเรารู้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ผมเจอก็คือเจ้ากล้อง 40D ที่บริษัทให้ใช้นั่นเองที่เป็นอุปสรรค เพราะถ่ายมาถ่ายไปเจ้าชัตเตอร์ของมันที่ใช้งานบ่อยๆ ก็พังเอาเสียดื้อๆ ต้องไปยืมกล้อง D1 มาร์คทูของน้องก็อตแห่งหนังสือ...มาใช้ผมจึงมีภาพมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมด้วยในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณน้องก็อตอย่างสูงเอาไว้ด้วย มือปืนไม่มีปืน นักดาบไม่มีดาบ นักเขียนไม่มีคอมพ์ ช่างภาพไม่มีกล้องมันจะได้อย่างไร

ภาพที่ได้นอกจากกิจกรรมภายในเรือ นอกจากการถ่ายภาพบุคคลเล่นกันแล้วภาพบรรยากาศป่าเขาและท้องน้ำก็ดูดีไม่น้อย ผมเก็บภาพได้หลายภาพทีเดียวโดยเฉพาะภาพป่าเขาและพื้นน้ำที่มีเมฆหมอกปกคลุม บรรยากาศที่แตกต่างจากสภาพอากาศปกติเช่นนั้นมีค่ามากในสายตาของผม

บางช่วงมีน้ำตกเล็กๆ ที่ไหลรินลงมากร่อนหินปูน ผมก็ได้มีโอกาสถ่ายภาพหินปูนที่ถูกกัดกร่อนแบบหินงอกหินย้อยได้ดี นอกจากทริปถ่ายรูปแล้วผมยังนึกอยู่ว่าถ้าเป็นไปได้ผมควรจะจัดทริปเพื่อการเรียนรู้ขึ้นมาสักทริปหนึ่ง เอาอาจารย์ที่รู้เกี่ยวกับเรื่องป่าไม้บ้าง เรื่องธรณีวิทยาบ้าง เรื่องนกบ้าง เรื่องประวัติศาสตร์บ้างฯลฯ มาอยู่ในแพลำเดียวกันอย่างนี้แล้วแบ่งกรุ๊ปจัดกลุ่มไปบรรยายไปแสวงหาความรู้กันเอาเอง พอถึงเวลาก็มาบรรยายสรุปในที่ประชุมหลังอาหารเย็นแทนการจัดงานรื่นเริงแบบปกติ ผมว่าน่าจะดีมาก ยิ่งได้เด็กๆ ชั้นมัธยมขึ้นไป ไปร่วมท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ในหลายสาขาวิชาแบบนี้ด้วยก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่คือไปเที่ยวครั้งเดียวได้ความรู้หลายๆ สาขาไปด้วยแบบเรือเรียนรู้ของพวกญี่ปุ่นหรือของพวกฝรั่งนั่นแหละ

ล่องปิง

ผมอยากจัดทริปแบบนี้มากกว่าทริปเพื่อการเปลี่ยนที่กินเหล้าหรือทริปเพื่อเสพบรรยากาศอย่างที่ทำกันทุกวันนี้ เพราะไหนๆ เราก็เสียเงินเพื่อการท่องเที่ยวกันแล้ว ถ้าได้มูลค่าเพิ่มทางด้านอื่นไปด้วยคุ้มค่าใช่ไหมครับ!

เสียดายที่เวลาโพล้เพล้มีฝนตกและเรายังไม่ได้ขึ้นไปอยู่บนบก เสียดายที่ฝนตกในขณะที่ขึ้นไปอยู่บนบกแล้วจนทำให้ไม่สามารถถ่ายภาพกลางคืนในท่ามกลางป่าเขาที่เงียบสงบได้ ไม่เช่นนั้นผมก็คงได้ภาพสวยๆ มาให้ผู้อ่านได้ชื่นชมแน่

บนเรือสำราญล่องลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพลของบริษัทนงนภัสที่เราไปนั้น ทำอาหารพอใช้ได้แม้ว่าจะทำแบบแมสฟู้ดก็ตาม ห้องนอนก็โอเคแม้ว่าจะมีทรายอันเกิดจากการเดินเข้าเดินออกของนักเดินทางบ้างก็ตาม ผมว่าแก้ไม่ยากครับเอาเครื่องดูดฝุ่นติดแพไปก็ช่วยได้มากแล้ว พัดลมที่มีอยู่ก็ให้ลมได้ดีในท่ามกลางอากาศที่ร้อนชื้นอย่างนั้น ความร้อนชื้นนี่อันตรายไม่น้อยนะครับ เพราะอาจจะทำให้ปลอกหมอน ผ้าห่มและตรอกซอกมุมของฝาผนังเป็นราได้ ผมจึงอยากเรียนต่อท่านเจ้าของแพให้ดูแลเอาใจใส่ต่อเครื่องนอนเอาไว้ให้มากๆ เอาใส่ถุงพลาสติก “ซีล” เอาไว้แบบที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเขาทำก็ดีไม่น้อย เพิ่มค่าใช้จ่ายอีกสักนิด เก็บเพิ่มอีกสักหน่อยผมว่าไม่มีใครว่าหรอกครับ ที่เขียนมาแบบนี้ก็เพื่อ “ก่อ” นะครับ ผมอยากให้แพนงนภัสอยู่เหนือน้ำปิงรับใช้นักท่องเที่ยวไปนานๆ ครับ

บางเรื่องผมไม่ค่อยแน่ใจเรื่องราวของพระนางจามเทวีมากนัก เพราะเอาอัตวิสัยหรือเรื่องราวที่เหนือจริงมาพูดกันโดยไม่มีหลักฐานหรือที่มาที่ไป เรื่องนี้จึงขออนุญาตไม่เขียนบรรยายเรื่องพระนางจามเทวีมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาความเป็นฮินดูของละโว้มาเกี่ยวข้องกับพุทธไม่ว่าทางใดทางหนึ่งซึ่งเป็นการตีความเข้าข้างตัวเอง เรียนได้แต่ว่าพระนางจามเทวีจากละโว้ไปครองเมืองที่หริภุญชัยหรือลำพูนปัจจุบันก็แล้วกัน การเดินทางของพระนางก็คงต้องใช้การล่องลำน้ำไปแบบที่ใช้กันในยุคโบราณนั่นแหละ และเส้นทางที่ไปก็คงไม่พ้นการสวนลำน้ำปิงขึ้นไป เพียงแต่ลำน้ำปิงในวันที่ไม่มีเขื่อนกับวันที่มีเขื่อน ภายใต้การคมนาคมที่ใช้เรือที่มีคนพายกับเรือที่ใช้พลังงานจากเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงเท่านั้นที่แตกต่างกัน

ขึ้นเรือแล้วเขาก็พาไปที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้มที่มีอดีตครูบาชัยยะวงศาพัฒนาเป็นเจ้าอาวาส มีคนนับหน้าถือตาท่านมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวกะเหรี่ยง

ในวันที่ไปนั้นเป็นวันครบรอบกี่ปีของการเสียชีวิตของท่านผมก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่ามีบรรดากะเหรี่ยงและคนเมืองน้อยใหญ่มาร่วมงานกันมากทีเดียว ที่เราไปเจองานนี้ด้วยก็ฟลุกครับ เข้าใจว่าผู้จัดเองก็ไม่รู้ว่าจะมีงานนี้ด้วย ผมก็เลยได้ภาพสวยๆ มาฝากท่านผู้อ่านด้วย เสียดายมีเวลาน้อยไปหน่อย

อีกวัดหนึ่งก็คือวัดพระพุทธบามผาหนามที่มีพระครูอภิชัยขาวปีเป็นอดีตเจ้าอาวาส องค์นี้ท่านถูกจับสึกถึง 4 ครั้งแต่ก็ยังมีผู้คนนับถือท่านมากมาย

หลังกินข้าวกลางวันแล้ว คณะไปไว้พระธาตุหริภุญชัยที่ลำพูน เราไปช่วงงานวันสำคัญคือวันที่มีงานบุญพอดี จึงมีคนมาเที่ยวและไหว้พระที่วัดนี้มากมายก็ได้ภาพมาให้ท่านผู้อ่านได้ดูนี่แหละครับ

คืนนั้นเรานอนพักที่โรงแรมลำพูนวิว ซึ่งไม่ใหญ่นักแต่ก็สะดวกสบายไม่น้อยกลางคืนมีเลี้ยงแบบขันโตก พร้อมๆ กับมีการจัดการประกวดภาพถ่ายด้วย ผมไม่ได้ร่วมประกวดด้วยหรอกครับแต่เป็นกรรมการให้เขา ทริปที่มีเกมหรือการท้าทายแบบนี้ให้ความสนุกสนานดีไม่น้อยเลยนะครับ


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท