posttoday
เรื่องของ...นักมายากล

เรื่องของ...นักมายากล

18 พฤษภาคม 2554

 ทักษะอะไรที่สำคัญที่สุดทักษะหนึ่งสำหรับคนที่จะเป็นผู้นำต่อไปในโลกอนาคต

 ทักษะอะไรที่สำคัญที่สุดทักษะหนึ่งสำหรับคนที่จะเป็นผู้นำต่อไปในโลกอนาคต

โดย..หนูดี – วนิษา เรซ

ทักษะอะไรที่สำคัญที่สุดทักษะหนึ่งสำหรับคนที่จะเป็นผู้นำต่อไปในโลกอนาคต ในโลกข้างหน้าที่การแข่งขันน่าจะสูงกว่าวันนี้อีกมหาศาล โลกที่อะไรๆ ไม่ง่าย และโลกที่ดูท่าว่าจะวางใจอะไรไม่ค่อยได้เลย คนประเภทไหนกันถึงจะอยู่รอดในโลกยุคนั้น

นี่เป็นคำถามที่อยู่ในหัวใจคนยุคปัจจุบันอย่างพวกเรามาพอสมควรนะคะ โดยเฉพาะคนรุ่นหนูดีที่อยู่ในวัยที่ต้องถามตัวเองอย่างหนักว่า “เราจะกล้ามีลูกไหม เด็กที่เกิดวันนี้จะมีชีวิตแบบไหนกันในโลกอีก 4050 ปีข้างหน้า ขนาดวันนี้โลกยังน่ากลัวขนาดนี้แล้วเลย” เชื่อไหมคะว่า คนอายุเท่าๆ หนูดี ตอนนี้เวลาคุยกัน หัวข้อหนึ่งที่จะโผล่ขึ้นมาก็คือ หัวข้อเรื่องการจะกล้ามีลูกหรือจะไม่มีนี่ล่ะค่ะ ขนาดพวกเราที่ยังไม่แต่งงานยังเป็นหัวข้อฮอตฮิตเลย คุยกันทีไรเป็นคุ้งเป็นแคว ขนาดคนไม่สนิทกันเท่าไรยังคุยเรื่องนี้ได้ออกรสเลยค่ะ เพราะมันโดนใจและอินเทรนด์จริงๆ

สำหรับคนที่มีลูกไปแล้วและกำลังเติบโตขึ้นทุกๆ วันในตอนนี้ เขาคงหลีกเลี่ยงการคิดหนักเรื่องพวกนี้ไม่ได้ จึงไม่น่าแปลกใจนะคะ คนที่เป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วจึงได้ดูเครียดๆ เพราะการเลี้ยงลูกนอกจากจะเลี้ยงให้รอดผ่าน “วันนี้” ไปได้แล้ว ตั้งแต่ “หนูไม่อยากตื่นนนนน” ไปจนถึงตอนกลางคืนที่ “หนูไม่อยากนอนนนน” นั้น ยังต้องแบ่งเวลาออกจากปัจจุบันที่ยุ่งเหยิงกับลูกตัวเล็กๆ ไปคิดถึงอนาคตของพวกเขาในอีกหลายๆ สิบปีข้างหน้าด้วย ทั้งเครียดทั้งกังวลค่ะ หนูดีรับรอง

ใครที่อ่านบทความนี้อยู่แล้วยังไม่มีลูกละก็ หนูดีจะขอใช้โอกาสนี้ เปิดเผยความจริงให้เห็นกันแบบหนักๆ เพราะถึงแม้เด็กคนหนึ่งจะน่ารักสักแค่ไหน แต่เขาไม่ใช่แค่ “โซ่ทองคล้องใจพ่อแม่” ที่จะตัวหอมน่าเอ็นดูตลอดวัน แต่เขาจะเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเราทีเดียว หากเราคิดจะทำให้ถูกต้องและดีสุดฝีมือ เหนื่อยค่ะ แม้พ่อแม่ทุกคนจะพูดตรงกันว่า “แต่คุ้มและชื่นใจที่สุดในโลก” แต่หนูดีเองก็ยังได้ยินกับหูตัวเองมาหลายบ้านว่า “รู้อย่างนี้ อาจจะไม่มีลูกแฮะ” นานาจิตตังค่ะ ถามตัวเองให้ดีก่อนจะมีลูก คนรุ่นนี้แต่งงานแล้วอยู่กันสองคนถมไป จนฝรั่งมีศัพท์ใหม่ให้เรียบร้อยแล้วว่า Childfree marriage หรือการแต่งงานที่ปลอดเด็กๆ ก็เป็นคอนเซปต์ใหม่ที่น่าสนใจค่ะ

พูดถึงเรื่อง “ลูกๆ” แล้วก็เลยต้องขอถือโอกาสเล่าให้ฟังถึงลูกๆ จำนวน 200 กว่าคนที่โรงเรียนวนิษาของหนูดีเสียหน่อย เพราะว่าหนูดีเองก็ตั้งคำถามหนักๆ นี้กับตัวเองเสมอ เมื่อนึกถึงเด็กๆ ที่โรงเรียน แล้วก็เลยได้คำตอบมาบ้างว่า ทักษะที่เราอยากให้พวกเขาได้ติดตัวไปมีหลายอย่าง เราจะค่อยๆ สร้างไปทีละปี แต่ในเทอมนี้เราอยากให้เขาฝึกทักษะการจัดการกับเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงฝึกความเป็นผู้นำและการควบคุมฝูงชน โปรเจกต์การเรียนรู้ในปีนี้จึงเป็นเรื่องการลงทุน การดูแลเรื่องเงิน ความเข้าใจเรื่องการบริหารทรัพยากร รวมถึงการไปทัศนศึกษาที่ตลาดหลักทรัพย์และธนาคารต่างๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นอะไรที่หลากหลายต่างไปจากปีการศึกษาก่อน ที่เราเรียนรู้กันเรื่องการปลูกผักออร์แกนิก และการไปทัศนศึกษาแหล่งปลูกผักไร้สารกันหลายที่

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 1215 พ.ค.ที่ผ่านมา เรายังนำเด็กประถมทั้งหมด ตั้งแต่ชั้นประถม 16 มาเข้าค่าย “นักมายากล” ที่โรงเรียนเสีย 4 วัน 3 คืน เพื่อฝึกทักษะการเป็นนักมายากลให้เด็กๆ ด้วย เหตุผลที่เลือก “มายากล” นี้ ไม่ใช่เพราะว่าหนูดีและทีมบริหารอยากให้เด็กโตขึ้นไปเป็นนักมายากลกันทั้งโรงเรียน (แม้ว่าหนูดีจะพบว่า อาชีพมายากลเป็นอาชีพที่สนุกมาก ได้เงินดี แถมได้เดินทาง จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว) แต่ภายใต้หน้ากากของมายากลนั้น เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะของโลกอนาคตที่จำเป็นหลายอย่าง เช่น การควบคุมความเครียดต่อหน้าฝูงชน การทำงานเป็นทีม (เวลาต้องแสดงเข้าคู่กัน) การควบคุมสติบนเวที การชี้นำฝูงชน การเบี่ยงเบนความสนใจ (เพราะศาสตร์มายากลนั้น แท้จริงแล้วคือศาสตร์ของการเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้นเอง) และเท่าที่หนูดีได้ลองฝึกไปกับเด็กๆ บอกได้ว่า มันไม่ง่ายเลยค่ะ

แต่ที่น่าทึ่ง ภายในเวลาเพียง 3 วันครึ่งเท่านั้น เด็กๆ กว่า 100 คน ที่มาค้างด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ฝึกศาสตร์นี้อย่างเข้มข้น โดยอาจารย์ใหญ่ให้โจทย์ท้าทายว่า วันแรกต้องฝึกได้ 8 กล วันที่ 2 นอกจากได้ 8 กลแล้ว ยังต้องเชี่ยวชาญพิเศษ 1 กล และวันที่ 3 ต้องเล่นเข้าคู่หรือเข้าทีมได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งน่ามหัศจรรย์มากว่า เด็กๆ สามารถทำได้ทุกคน โดยเราเปิดการแสดงให้พ่อแม่ซื้อบัตรเข้ามาดูเด็กๆ ได้ ในวันอาทิตย์ช่วงบ่ายที่ผ่านไปนี้เอง โดยเงินค่าบัตรยกให้เด็กๆ ทั้งหมด เพื่อนำไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในปีการศึกษาใหม่

วันที่เปิดการแสดง หนูดีนั่งมองเด็กๆ อย่างทึ่งใจ เพราะลูกศิษย์ตัวเล็กๆ ที่เห็นหน้ากันมาตั้งแต่อายุเพียงขวบครึ่งนี้ ทุกวันนี้ตัวขนาดเอวหนูดีบ้าง สูงกว่าหนูดีไปแล้วบ้าง สามารถอยู่บนเวทีได้อย่างสง่าและน่ารัก มีลีลาแบบนักมายากลแท้ๆ คือ มีเต้นประกอบเพลงก่อนแสดงได้ด้วย มีลีลาท่าทางสะบัดมือ สะบัดนิ้วแบบนักมายากลแท้ๆ มีมุขเรียกเสียงฮาประเภทที่ว่า บรรดาพ่อ (ยก) แม่ (ยก) ข้างล่าง รวมทั้งพี่ป้าน้าอา ปู่ย่าตายายที่ขนกันมาดูเด็กๆ นั้น ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดและปรบมือกันไม่หยุด ซึ่งยิ่งกรี๊ด เด็กๆ ก็ยิ่งมีกำลังใจ แสดงกันแบบสุดฝีมือ น่าดีใจว่า เด็กๆ ได้สนุกไปพร้อมกับการฝึกทักษะจำเป็นในอนาคตโดยไม่รู้ตัวค่ะ

ในวันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย.นี้ ในช่วงบ่าย เราจะมีการแสดงอีกครั้งหนึ่งสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจจะเข้ามาดู ไม่ว่าคุณจะมีลูกหรือไม่ หากสนใจ สามารถอีเมลมาสอบถามข้อมูลได้ค่ะ ที่ [email protected] และใครที่มีลูกจะพาลูกมาชมด้วยก็ไม่ผิดกติกา เป็นวันอาทิตย์สบายๆ และอาจเปิดโลกกิจกรรมใหม่ๆ ให้ลูกๆสำหรับคนที่ไม่เคยมองมาก่อนว่า มายากลก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน