
ยุโรปเหลืออดแบนมือถือในโรงเรียน
ถือได้ว่าเป็นมาตรการที่งัดข้อกับงานวิจัยหลายฉบับเสียจริงๆ
ถือได้ว่าเป็นมาตรการที่งัดข้อกับงานวิจัยหลายฉบับเสียจริงๆ
กับมาตรการใหม่ของคณะกรรมการสหภาพยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม การเกษตรกรรม และกิจการภายในท้องถิ่นและภูมิภาค ซึ่งออกมาระบุว่า เตรียมออกมาตรการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือและสัญญาณอินเทอร์เน็ตในโรงเรียน หรืออย่างน้อยก็ในห้องเรียน
ทั้งนี้ สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อลดพลังงานของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดเช่นเดียวกับกรณีของควันบุหรี่ ที่กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นอันตรายก็แก้ไขกันเกือบไม่ทัน
งานนี้ทางคณะกรรมการยังได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า อุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ ควรได้รับการติดฉลากเตือนให้ผู้บริโภคทั่วไปตระหนักถึงอันตรายดังกล่าว โดยเน้นการรณรงค์ในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่ข้อเสนอแนะดังกล่าวจะออกมา มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ได้ออกรายงานระบุว่า โทรศัพท์มือถือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อมะเร็ง
สอดคล้องกับที่รายงานโครงการวิจัยด้านสุขภาพกับการสื่อสารโทรคมนาคมในอังกฤษเมื่อปี 2550 ที่ยืนยันว่าโทรศัพท์มือถือไม่มีผลกระทบกับสุขภาพแต่อย่างใด
ดังนั้น คำเตือนดังกล่าวของคณะกรรมการจึงสร้างความกังขาให้กับบรรดาผู้เชี่ยวชาญไม่น้อย
เลส บาร์เคลย์ รองประธานโครงการวิจัยด้านสุขภาพกับการสื่อสารโทรคมนาคม กล่าวว่า ผลการศึกษาในปัจจุบันยังไม่สามารถชี้ชัดฟันธงลงไปได้ว่าโทรศัพท์มือถือและสัญญาณโทรศัพท์มือถือมีอันตรายกับมนุษย์มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากมนุษย์เพิ่งจะมีโทรศัพท์มือถือได้ไม่นานนัก
“ตอนนี้ยังมีหลักฐานน้อยมากที่จะยืนยันถึงผลกระทบร้ายแรงต่อมนุษย์ อีกทั้งค่ายผู้ผลิตต่างก็พยายามควบคุมพลังงานสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือให้ปล่อยออกมาน้อยลง ซึ่งน้อยกว่าที่ทางคณะกรรมการสากลด้านการป้องกันการแผ่กัมมันตรังสีประเภทไม่ก่อไอออน (ไอซีเอ็นไออาร์พี) กำหนดไว้เสียอีก” บาร์เคลย์ กล่าว
ดังนั้น ศาสตราจารย์จึงเห็นว่าการแบนโทรศัพท์มือถือและสัญญาณไวไฟในโรงเรียน ออกจะเป็นมาตรการที่ล้ำหน้าเกินไปหน่อย
อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่มีผลการศึกษาออกมายืนยันถึงผลกระทบในระยะยาว แต่เพื่อความปลอดภัยต่ออนาคตของตัวเอง กระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษจึงแนะนำให้เด็กๆ ทั้งหลายควรใช้โทรศัพท์มือถือเท่าที่จำเป็น และไม่ควรคุยนานจนเกินไป







