
ผู้หญิงของ ‘เสี่ยวีที’
เขาเป็นเสี่ยใหญ่ที่มีผู้หญิงขนาบข้างไม่เคยขาด
เขาเป็นเสี่ยใหญ่ที่มีผู้หญิงขนาบข้างไม่เคยขาด
โดย.. วิชช์ญะ ยุติ
เขาเป็นเสี่ยใหญ่ที่มีผู้หญิงขนาบข้างไม่เคยขาด
อะ...ไม่ได้โม้ให้คนอิจฉาแกมหมั่นไส้เล่นนะจ๊ะ แล้วก็ไม่ได้อำให้ใครขำหึหึในลำคอด้วย ยืนยันจากตลอดเวลาที่เขายืนทำหน้าแป้นแล้นเป็นแป๊ะยิ้มในรายการโทรทัศน์ฮอตฮิต ตั้งแต่ “4 ทุ่มสแควร์” “วาไรตี้ 4 ทุ่มสแควร์” “ไอดี 4 ทุ่มสแควร์ (ตั้งตามชื่อหนังมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ID 4) จนถึง “ตีสิบ” ผู้หญิงมากมายต่างยินยอมพร้อมใจตกอยู่ในอ้อมอกอ้อมแขนของเขาโดยไม่ต้องสงกะสัย
ใช่...เรากำลังหมายถึงเจ้าพ่อวาไรตีทอล์กโชว์ “เสี่ยวีทีวิทวัส สุนทรวิเนตร์” กับพิธีกรหญิงขาประจำนั่นยังไง
ถ้าจะให้นั่งนับรุ่นกันจริงๆ ละก็ ต้องขอย้อนกลับไปสมัยที่ “สี่ทุ่มสแควร์” ได้ฤกษ์ประเดิม (ส.ค. 2532) ณ วิกหมอชิตนู่น
ทายสิใครเป็นผู้หญิงคนแรกที่ถูกเสี่ยวีทีเปิดซิง อูย!!! ไม่ใช่ๆๆ เปิดตัวในฐานะพิธีกรหญิงเริ่ดๆ เชิ่ดๆ ในรายการ
แถ่น...แถน เธอคนนั้นก็คือ “เจ๊ม้าอรนภา กฤษฎี” ก็เจ๊ม้า กรรมการจอมเฮี้ยบแห่งเดอะสตาร์นี่แหละจ้า
ความที่เธอฮอตระเบิดระเบ้อ ฐานะเธอนางแบบสุดเปรี้ยว มีจุดขายที่ทรงผม ฝีปากแรงส์แสดงตัวตนชัด จึงไม่แปลกที่เสี่ยวีทีจะเทียบเชิญเจ๊ม้ามาจ้อทางหน้าจอ
แต่อายุขัยการเป็นพิธีกรของเจ๊ม้าก็ช่างแสนสั้นนัก เพียงปีเดียวเธอก็มีอันต้องโบกมือบ๊ายบาย โดยมอบเก้าอี้ตัวดังกล่าวก็กระเด็นไปถึงดาราเจ้าบทบาท “เจ๊ตุ๊กดวงตา ตุงคะมณี” ซึ่งเสี่ยวีทีตัดสินใจเลือกมายืนคู่นับแต่นั้น ตราบจนวาระสุดท้ายที่รายการปิดฉากลง (มี.ค. 2540)
4 ทุ่มสแควร์อำลาช่อง 7 สีไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทันทีทันใด เสี่ยวีทีก็ชิงผุดรายการ “ตีสิบ” โดยได้เวลาดีเดย์ออนแอร์ ณ วิกพระราม 4
และรายการนี้เองที่เสี่ยวีทีทยอยส่งผู้หญิงในคอนโทรลอีกนับไม่ถ้วนออกมาอาละวาดแฟนๆ แบบวาไรตีขนานแท้ ซึ่งแต่ละคนไก่กาซะที่ไหน มีเครดิตยาวเหยียดเป็นหางว่าว นางเอก นางแบบ นางงาม ไฮโซ รวมทั้งเหล่าตลกหน้าเป็น ก็ยังมีชื่อติดโผผู้หญิงเสี่ยวีทีกับเขาด้วย
มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2539 หน้าฝรั่งจ๋า พูดไทยได้ (ชัดกว่าคนไทยบางคนเสียอีก) “ซินดี้สิรินยา บิชอพ” ก็ไปเตะตาเสี่ยวีที เพราะองค์ประกอบที่หาไม่ได้ในพิธีกรโทรทัศน์หญิง 1.เป็นลูกครึ่ง 2.สูงยาวเข่าดี 3.สวยโดดเด้ง
“เจ๊จิ๊กเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์” ที่มาพร้อมความบ้าฮาน้ำตาเล็ด ก็เคยสัมผัสงานพิธีกรคู่กับเสี่ยวีที แม้จะเป็นระยะสั้นๆ แต่เจ๊จิ๊กก็ช่วยโกยเรตติ้งให้แก่รายการไปไม่น้อย
นี่ก็ตลกหญิงอีกคนที่เสี่ยวีทีจับมาดัน “เจ๊แตนราตรี วิทวัส” จนแจ้งเกิดเป็นพิธีกรคู่หูคู่ฮา แต่ไม่ทันไร เจ๊แตนก็ต้องกลับไปเล่นตลกเช่นเดิม สบายใจกว่ากันเยอะเลย
ตลกหญิงกับเสี่ยวีทีดูเหมือนจะถูกโฉลกกันดี ว่าแล้วเขาก็ร่ายมนต์ใส่ “เจ๊หนูเหมี่ยวปวันรัตน์ นาคสุริยะ” ให้มารับหน้าที่พิธีกร คอยสร้างสีสันคลายเครียดด้วยเสียงหัวเราะสไตล์เจ๊หนูเหมี่ยว
มาถึงยุคผลัดใบครั้งใหญ่ เมื่อเสี่ยวีทีขอปรับลุครายการให้ดูมีคลาสขึ้น โดยใช้ไฮโซสุดสวย “แบมจณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์” เป็นจุดขาย และเสน่ห์ของเธอ ไม่ว่าจะดวงหน้า แววตา รอยยิ้ม ลีลา น้ำเสียง ก็ชนะใจแฟนรายการอย่างท่วมท้น
ความสวยสง่าของพี่สาว (แบม) นั้นทำเอาเสี่ยวีทีหลงใหลได้ปลื้มมากกกถึงมากที่สุด นั่นจึงเป็นที่มาของการทาบทามน้องสาว “โบชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์” ให้มารับไม้ต่อ ภายหลังพี่สาวประกาศสละบัลลังก์ เพื่อจะหันเหไปมุ่งมั่นกับเส้นทางการเมือง
ดีกรีความสวยความฉลาดและเปี่ยมไปด้วยความสามารถยังถือเป็นคุณสมบัติผู้หญิงของเสี่ยวีที อย่างมิสไทยแลนด์เวิลด์ “ลดา เองชวเดชาศิลป์” ก็ใช้คุณสมบัตินี้กรุยทางให้ตัวเธอได้สัมผัสและเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับงานที่ท้าทายในชีวิต
รายสุดท้ายผู้หญิงของเสี่ยวีทีที่ปรากฏในสารบบ ก็ต้องยกให้สาวมั่นอารมณ์ติสต์ “เข็มกฤตธีรา อินพรวิจิตร” ที่เพิ่งยื่นใบลาออกกับเสี่ยวีทีเดือนที่แล้ว พร้อมทิ้งปริศนาคาใจให้ผู้คนอยากรู้เหตุผล กรณีที่เข็มไม่ขอใช้นามสกุลตีสิบ ซึ่งเจ้าตัวก็เผยความในใจว่า เป็นการลาออกด้วยดีระหว่างเธอกับเสี่ยวีที ขณะที่ลึกๆ เพราะรู้สึกอิ่มตัวกับงานพิธีกรที่ทำมา 8 ปี
ส่วนผู้หญิงคนใหม่ที่จะมายืนขนาบข้างเสี่ยวีที เพื่อทำหน้าที่พิธีกรคู่ขวัญนั้น ข่าวยืนยันจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ “ทเวนตี้ ทเวนตี้ เอ็นเทอร์เทนเมนท์” ผู้ผลิตรายการตีสิบ ยังไม่มีความคืบหน้าว่าเสี่ยวีทีจะเลือกใคร ขณะที่การมาแจมในช่วงดันดาราของตลกหญิง “ชมพู่ ก่อนบ่าย” เป็นเพียงพิธีกรขาจรเท่านั้น หาใช่ตัวตายตัวแทนสาวเข็มอย่างแน่นอน
ผู้ชายของเสี่ยวีที (ก็มีเหมือนกัน)
ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่เสี่ยวีทีปลุกปั้นให้เป็นพิธีกรประจำ ผู้ชายก็มีอยู่หลายคนที่เสี่ยวีทีหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้
ต้นตำรับพิธีกรคู่ขวัญคงจะหนีไม่พ้นตลกระดับตำนาน “เด๋อ ดอกสะเดา” ซึ่งอยู่กับเสี่ยวีทีมาตั้งแต่ 4 ทุ่มสแควร์ พอเปลี่ยนมาเป็นตีสิบ เฮียเด๋อก็ยังภักดีเสมอใจ รับจ๊อบนี้ต่อเนื่องจนอาสาเกษียณตัวเองเมื่อตอนปี 2546
“ทอม ดันดี” กับ “ดร.เสรี วงษ์มณฑา” ก็เคยโผล่มาแวบๆ ในรายการของเสี่ยวีที แต่เป็นเพราะอีท่าไหนไม่รู้จู่ๆ 2 พิธีกรชายจำต้องเซย์กู๊ดบายไปง่ายดาย
รายนี้เรียกว่าเป็นลูกหม้อของเสี่ยวีที “ปุ๊ยคืนสิทธิ์ สุวรรณวัฒกี” ทันทีที่เฮียเด๋อกล่าวคำอำลา เสี่ยวีทีก็หนุนพี่ปุ๊ยมารับหน้าที่พิธีกรทันควัน พี่ปุ๊ยดังได้เพราะเสี่ยวีทีจริงๆ







