posttoday
การเมืองลูกหนังหรือผลประโยชน์

การเมืองลูกหนังหรือผลประโยชน์

15 พฤษภาคม 2554

ถ้าข้อกล่าวหาทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นจริง นั่นหมายความว่าจะมีบอร์ดฟีฟ่าถึง 8 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมด 24 คนที่มีสิทธิลงคะแนน อยู่ในกระบวนการคอร์รัปชัน...

ถ้าข้อกล่าวหาทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นจริง นั่นหมายความว่าจะมีบอร์ดฟีฟ่าถึง 8 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมด 24 คนที่มีสิทธิลงคะแนน อยู่ในกระบวนการคอร์รัปชัน...

โดย...ทีมข่าวกีฬา

“ชัวร์หรือมั่วนิ่ม?”   คำถามยอดฮิต หลังจาก เดวิด ทรีสแมน อดีตประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ออกมากล่าวหา “บังยี” วรวีร์ มะกูดี เรียกรับสินบนเพื่อแลกกับคะแนนโหวต ร่วมกับบอร์ดสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) อีก 3 คน

ข้อกล่าวหาของนายกลูกหนังไทย คือ ต้องการลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลเกมกระชับมิตรระหว่างทีมชาติไทยกับอังกฤษ ที่เดิมทีมีโปรแกรมจะฟาดแข้งกันกลางปีนี้ แต่ได้ยกเลิกไปเรียบร้อยแล้ว

การเมืองลูกหนังหรือผลประโยชน์

ขณะที่ แจ็ก วอร์เนอร์ รองประธานฟีฟ่าจากตรินิแดดแอนด์โตเบโก โดนกล่าวหาเรียกเงินสด 2.5 ล้านปอนด์ (ราว 125 ล้านบาท) โดยอ้างจะนำไปสร้างศูนย์การศึกษาใหม่ และสถานที่ทำการสมาคมฟุตบอลของประเทศ รวมทั้งขอเงิน 5 แสนปอนด์ (ราว 25 ล้านบาท) เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเวิลด์คัพ 2010 ให้เฮติ หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเดือน ม.ค.

นิโคลัส เลออซ ของปารากวัย ไม่ต้องการเงิน แต่ขอตำแหน่งอัศวินตามบรรดาศักดิ์ของอังกฤษ และ ริคาร์โด เตเซรา ของบราซิล ไม่ได้เรียกร้องอะไร แต่ถามว่ามีอะไรจะเสนอให้

ทรีสแมน ยืนยันว่าคำเรียกร้องทั้งหมดถูกปฏิเสธ ซึ่งนำมาสู่ความพ่ายแพ้ต่อกาตาร์อย่างขาดลอยของอังกฤษ ที่ได้รับเสียงโหวตแค่ 2 เสียง

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังเป็นเพียงคำพูดที่ไร้หลักฐานยืนยัน ท่ามกลางการปฏิเสธเสียงแข็งของผู้เสียหายทั้ง 4 คน 

เกมการเมืองลูกหนังฉบับ "เอาคืน"

หลังตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลก วรวีร์ ซึ่งอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ในขณะนั้น ออกมาโต้แย้งทันที โดยอ้างว่าการเชิญทีมชาติอังกฤษมาเตะกับทีมชาติไทยนั้น ทางสมาคมได้ดำเนินการมานานแล้ว และทำอย่างเปิดเผยมาตลอด โดยได้ส่งหนังสือไปเชิญทีมสิงโตคำรามอย่างเป็นทางการ และได้รับการตอบตกลงมาแล้วด้วย ก่อนจะมีการเปลี่ยนใจตอนหลัง ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังไม่มีการเจรจา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปขอลิขสิทธิ์ถ่ายทอดทีวีอย่างที่โดนกล่าวหา

“หากเกมนี้เกิดขึ้นจริง การถ่ายทอดสดการแข่งขันทุกอย่างก็จะเป็นไปตามกฎระเบียบฟีฟ่า ซึ่งตามมารยาทแล้ว ประเทศไทยเราเป็นผู้จัด ก็น่าจะได้เป็นผู้จัดการเรื่องของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย”

หากไม่มีอคติเข้ามาเกี่ยวข้อง คำชี้แจงของนายกลูกหนังไทยก็ถือว่ามีเหตุผล เพราะที่ผ่านมาการจัดฟุตบอลนัดกระชับมิตรในประเทศ ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดก็จะตกเป็นของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว

ขณะเดียวกันก็มีคำถามเกิดขึ้นว่า ทำไมอดีตประธานลูกหนังเมืองผู้ดีถึงเพิ่งออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ ทั้งที่การประกาศผลคัดเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกผ่านมานานหลายเดือนแล้ว

อย่างที่ทราบกันว่า เดือนหน้าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของฟีฟ่า โดยมีวาระสำคัญในการเลือกตั้งประธานระหว่าง เซปป์ แบล็ตเตอร์ คนเดิม ลงชิงชัยกับ โมฮัมหมัด บิน ฮัมมัม ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) และอังกฤษอาจถือโอกาสนี้ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”

การเมืองลูกหนังหรือผลประโยชน์

นัดแรก ปฏิบัติการ “เอาคืน” หลังโดนเบี้ยวโหวตเมื่อปลายปีก่อน ด้วยการ “ดิสเครดิต” ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีชื่อของ วรวีร์ รวมอยู่ด้วย

เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เดลีเมล์ของอังกฤษ รายงานว่า ทีมสิงโตคำรามเตรียมยกเลิกเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในเดือน มิ.ย. หลังไม่ได้รับเสียงโหวตจากบอร์ดฟีฟ่าชาวไทย ซึ่งสัญญาจะลงคะแนนให้ก่อนหน้านี้
เช่นเดียวกับ บิน ฮัมมัม หัวเรือใหญ่ในการเสนอตัวของกาตาร์ จนได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022

“ผมจะไม่ไปตามไล่บี้คนอื่นหรอก สมาชิกแต่ละคนต่างให้สัญญาว่าจะโหวตให้กับเรา และมันไม่ใช่ข้อผูกมัดที่ชัดเจนอะไร” แอนดี แอนสัน ประธานคณะทำงานรณรงค์เสนอตัวจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ของอังกฤษ เคยกล่าวไว้หลังประกาศผลปีก่อน

นอกจากการออกมาเปิดโปงครั้งนี้จะดิสเครดิตแต่ละคนในการลุ้นตำแหน่งบอร์ดบริหารแล้ว เป็นที่รู้กันว่า บังยี ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ บิน ฮัมมัม ที่ลงชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่า จึงน่าจะทำให้ติดหางเลขไปด้วยโดยปริยาย

ส่วนนัดที่สอง ต้องการตอกย้ำ “ภาพลักษณ์คอร์รัปชัน” ของฟีฟ่า ภายใต้ แบล็ตเตอร์ ตามที่เคยกล่าวโทษไว้ หลังผิดหวังจากความพ่ายแพ้ตั้งแต่รอบแรกของการโหวตครั้งนั้น

บางคนอาจยังจำได้ ตอนนั้น แบล็ตเตอร์ พยายามพูดถึงความเลวร้ายของสื่อให้กับคณะกรรมการฟังก่อนการเลือกตั้ง หลังจากรายการ “พาโนรามา” ของสถานีโทรทัศน์บีบีซีในอังกฤษ นำเสนอสารคดีที่ตีแผ่ความไม่โปร่งใสภายในฟีฟ่า

แต่อังกฤษพยายามหยิบยกเรื่อง “ล็อกผล” และ “อำนาจเงิน” เป็นเบื้องหลังสำคัญ

“พวกเขาบอกกับเราว่าสื่อของเราได้ฆ่าตัวเราเอง แต่ผมไม่เชื่อเลยตั้งแต่นาทีแรก รัสเซียได้พยายามล็อบบี้คะแนนเสียงจนกระทั่งนาทีสุดท้าย เราเพิ่งมารับรู้การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในช่วงเช้าของวันที่มีการลงคะแนนเสียงเท่านั้น” แอนสัน ตอบโต้ความคิดของแบล็ตเตอร์

สมมติฐานนี้ยิ่งดูมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อบทความล่าสุดเรื่องการเลือกตั้งประธานคนใหม่ฟีฟ่าของสำนักข่าวบีบีซี คาดว่า เดวิด เบิร์นสไตน์ ประธานเอฟเอคนปัจจุบันอาจจะเลือก “งดออกเสียง”

แสดงถึงการไม่ยืนอยู่ข้างไหนทั้งสิ้น

ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าข้อกล่าวหาของ ทรีสแมน จะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะหากพิจารณาจากที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดจากการออกมาให้สัมภาษณ์สื่อทั่วๆ ไป แต่เป็นการให้การต่อคณะกรรมาธิการด้านวัฒนธรรม สื่อ และกีฬาของอังกฤษ

ลักษณะดูมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ ฟีฟ่าก็มีกรณีตัวอย่างที่ผ่านมา การสอบสวนและพบว่าคณะกรรมการบริหารมีความผิดจริงมาแล้ว ในคดีเรียกรับสินบนการเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 และ 2022

อามอส อดามู จากไนจีเรีย และ เรย์นัลด์ เตมารี จากตาฮิติ คือตัวอย่างที่ว่า หลังโดนหนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทมส์เปิดโปงการเรียกร้องเงินจากประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพทั้งสองครั้ง เมื่อปลายปีที่แล้ว

อดามู โดนตัดสินลงโทษแบน 3 ปี ในข้อหาคอร์รัปชัน ขณะที่ เตมารี รับโทษเบากว่าแค่ปีเดียว จากกรณีฝ่าฝืนกฎฟีฟ่า แม้ทั้งคู่จะปฏิเสธและพยายามยื่นอุทธรณ์แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากมีหลักฐานคาหนังคาเขาจากการล่อซื้อมัดแน่น

เท่านั้นยังไม่พอ ก่อนที่ ทรีสแมน จะลงนั่งเก้าอี้ให้การต่อหน้ากรรมาธิการในอังกฤษ หนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทมส์เจ้าเดิมที่เล่นงาน 2 คนข้างบนจนดิ้นไม่หลุดมาแล้ว ยังเปิดเผยว่า มีคณะกรรมการบริหารอีก 2 คน คือ อิสซา ฮายาตู จากแคเมอรูน และ แจ็กเกส อนัวมา จากไอวอรีโคสต์ ได้รับเงิน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 45 ล้านบาท) ในการลงคะแนนเสียงให้กับกาตาร์ เป็นเจ้าภาพเวิลด์คัพ 2022

ตอกย้ำว่ากระบวนการเรียกรับสินบนในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 มีอยู่จริง!!

ยิ่งไปกว่านั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ วรวีร์ ตกเป็นข่าวพัวพันกับการรับสินบน หลังจากเคยมีชื่ออยู่ในหนังสือ

Foul! The Secret World of Fifa : Bribes Vote Rigging And Ticket Scandals ของ แอนดรูว์ เจนนิงส์ ผู้สื่อข่าวกีฬาแนวสอบสวนชื่อดังก้องโลก ซึ่งถูกห้ามเข้าฟังการแถลงข่าวและกิจกรรมทุกอย่างของฟีฟ่า เพราะเนื้อหาการเปิดโปงความไม่โปร่งใสของฟีฟ่าเกี่ยวกับการเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2006 ในหนังสือเล่มนี้

การเมืองลูกหนังหรือผลประโยชน์

เนื้อหาตอนหนึ่งในนั้น ระบุว่า กรรมการฟีฟ่าจากไทยพร้อมด้วย มอลตา ตูนิเซีย และตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ได้รับข้อเสนอตอบแทนจาก ลีโอ เคิร์ช ผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในเยอรมนี ซึ่งให้ความช่วยเหลือสมาคมลูกหนังเมืองเบียร์เต็มที่ เพื่อคว้าสิทธิในการเป็นเจ้าภาพเวิลด์คัพ

เจนนิงส์ เขียนว่า เคิร์ช กรุ๊ป ได้เสนอให้ทีมบาเยิร์น มิวนิก ไปเตะนัดกระชับมิตรและจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันให้สมาคมฟุตบอลทั้ง 4 ประเทศ ประเทศละ 3 แสนเหรียญสหรัฐ ณ เวลานั้น

ในที่สุดเยอรมนีก็ได้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก 2006 โดยเอาชนะบราซิล อังกฤษ โมร็อกโก และแอฟริกาใต้

ขณะที่เรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดนัดกระชับมิตร ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วจะตกอยู่กับสมาคมฟุตบอลของชาติที่จัดการแข่งขันอยู่แล้วก็จริง แต่ไม่ได้มีอะไรการันตีว่าจะไม่มีเรื่องการเจรจานอกรอบ หรือการเรียกเก็บหัวคิวเป็นการส่วนตัว

เช่นเดียวกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพรายการใหญ่อื่นๆ ที่เรามักจะได้ยินข่าวเรื่องการวิ่งเต้น “ล็อบบี้” ของชาติที่เสนอตัวก่อนวันลงคะแนนให้วุ่น

ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิก เอเชียนเกมส์ หรือศึกชิงแชมป์โลกที่มีมูลค่าผลตอบแทนรออยู่มหาศาล โดยเฉพาะในเรื่องเม็ดเงิน

เพราะฉะนั้น คำตอบของคำถามที่เปิดไว้บนสุด ก็เปรียบเสมือนเหรียญที่มีโอกาสจะออกได้ทั้งสองด้านอย่างที่เขียนมา แต่การจะพิพากษาใดๆ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและฟังความทั้งสองด้าน พร้อมกับพิจารณาหลักฐานประกอบ

วรวีร์ ประกาศจะจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งในวันจันทร์ หลังเดินทางกลับมาประเทศไทย ขณะที่ฝั่งอังกฤษก็เตรียมรวบรวมหลักฐานส่งให้กับฟีฟ่าตามข้อกล่าวหา

หลักฐานที่ว่าจะเป็น ความจริง หรือ สิ่งแก้เก้อ

อีกไม่นานทุกคนน่าจะได้รู้แจ้งเห็นจริง เมื่อ แบล็ตเตอร์ ยืนยันว่าคณะกรรมการด้านวินัยจะดำเนินการทันที หากมีหลักฐานการทำผิดจริง และพยายามจะจัดการให้เรียบร้อยก่อนการเลือกตั้งในเดือนหน้า

แต่ถ้าข้อกล่าวหาทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นจริง นั่นหมายความว่าจะมีบอร์ดฟีฟ่าถึง 8 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมด 24 คนที่มีสิทธิลงคะแนน อยู่ในกระบวนการคอร์รัปชัน

โอ้วววว...แม่เจ้า!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท