
ชูมี...ชักไม่ค่อยหนุกแล้ว
คนเรานั้นเคยเป็นถึงแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ แถมยังเป็นระดับตำนานด้วย หากหวนคืนวงการอีกครั้ง หลังประกาศรีไทร์ไปแล้ว ก็หวังฟื้นฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง
คนเรานั้นเคยเป็นถึงแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ แถมยังเป็นระดับตำนานด้วย หากหวนคืนวงการอีกครั้ง หลังประกาศรีไทร์ไปแล้ว ก็หวังฟื้นฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง
เช่นเดียวกับ “ชูมี” มิชาเอล ชูมักเกอร์ อดีตแชมป์โลกศึกฟอร์มูลาวัน กรังด์ปรีซ์ 7 สมัย ที่เคยรุ่งโรจน์สุดๆ สมัยลงซิ่งให้ทีม “ม้าลำพอง” เฟอร์รารี จนกระทั่งในที่สุดได้ตัดสินใจแขวนพวงมาลัย (รถยนต์นะ ไม่ใช่นักร้องสาวๆ) พร้อมอำลาสนามเมื่อปี 2006
และแล้วไม่รู้คิดถึงกลิ่นสาบพวงมาลัย หรือกลิ่นเครื่องยนต์เอฟวัน หรือกลิ่นยางรถ ก็ไม่ทราบได้ ยอดนักขับชาวเยอรมันกลับมาขอลงสนามประลองความเร็วเย้ยมัจจุราชอีกครั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้วกับทีมเมอร์เซเดส โดยมี นิโก รอสเบิร์ก วัย 25 จากเมืองเบียร์ด้วยกันเป็นเพื่อนร่วมทีม
แต่ล่าสุดเจ้าของฉายา “ไส้กรอกบิน” วัย 42 เพิ่งออกมายอมรับเป็นครั้งแรก (หลังปากแข็งอยู่นาน) ว่า ไม่ค่อยจะหนุกหนานกับการลงซิ่งซักเท่าไหร่แล้ว (แหม! ก็อายุปานนี้แล้วเนอะ) โดยเฉพาะผิดหวังสุดๆ กับการเริ่มต้นฤดูกาลที่ 2 ของการคัมแบ็ก
“ความสนุกสนานไม่มีอีกแล้ว” ชูมักเกอร์ กล่าวกับ บีบีซี สปอร์ต
ทั้งนี้ ชูมี เป็นเจ้าของสถิติแชมป์มากสุด 91 สนาม แต่ยังไม่เคยสัมผัสโพเดียมแม้แต่ครั้งเดียวนับแต่คืนสังเวียน
ที่สำคัญ ผลงานยังแย่กว่า รอสเบิร์ก ถึง 15 จาก 23 สนามที่ลงแข่งมาด้วยกัน เอาแค่ล่าสุดในศึกเตอร์กิช กรังด์ปรีซ์ ณ อิสตันบูล ปาร์ก, ตุรกี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รอสเบิร์ก คว้าที่ 5 (ควอลิฟายอันดับ 3) เก็บ 10 แต้ม ส่วน ชูมักเกอร์ เข้าเส้นชัยอันดับ 12 (ออกสตาร์ตกริดที่ 8) ไร้แต้มติดมือ
ณ ตอนนี้ ชูมี รั้งอันดับ 11 ตารางคะแนนนักขับฤดูกาลนี้ มีแค่ 6 แต้ม ห่างสุดกู่จาก “จ่าฝูง” เซบาสเตียน เวตเทล นักซิ่งรุ่นลูกรุ่นหลานชาติเดียวกันวัย 23 ทีมเรดบูล (93 คะแนน) ส่วน รอสเบิร์ก อยู่ที่ 5 (20 แต้ม)
สนามที่ 4 ของซีซันนี้ ณ แดนไก่งวง ชูมักเกอร์ ต้องนำรถเข้าพิตถึง 3 หน เพราะปัญหาเรื่องยางรถ รวมทั้งอุบัติเหตุที่รถไปชนท้ายรถของ วิทาลี เปตรอฟ (รัสเซีย/ทีมเรโนลต์) ซึ่งออกสตาร์ตกริดที่ 7 ทำให้ไม่เคยมีโอกาสเข้าใกล้กลุ่มผู้นำเลยแม้แต่น้อย ส่วนผลงาน 3 สนามแรก เริ่มด้วยแข่งไม่จบที่ออสเตรเลีย ต่อด้วยอันดับ 9 ที่มาเลเซีย และเข้าเส้นชัยอันดับ 8 ที่จีน
“ผมเคยบอกมาก่อนว่า ทางฝ่ายวิเคราะห์ของเอฟวันต้องมีการดำเนินการอะไรบางอย่าง ซึ่งผมก็บอกมาหลายครั้งแล้ว ผมเดาว่ายังไงผมคงต้องรับผิดชอบเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม และผมคงเป็นคนผิดที่ไปชนรถของ เปตรอฟ ซึ่งแต่ละคันต่างก็ต้องการพุ่งไปข้างหน้ากันทั้งนั้น ไม่เคยมีใครคอยระวังข้างหลังกันบ้างเลย แต่พอเกิดเหตุก็เสียหายไปด้วยกัน” ชูมี ที่เซ็นสัญญา 3 ปีกับทีมเมอร์เซเดส กล่าวอย่างหงุดหงิด
ด้าน เอ็ดดี จอร์แดน อดีตเจ้าของทีมจอร์แดน กรังด์ปรีซ์ ที่รั้งตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของเอฟวัน ก็ออกมาแสดงความเห็นว่า อาจถึงเวลาที่ชูมักเกอร์ต้องหันมาทบทวนเรื่องอนาคตอีกสักครั้ง
“ผมรู้สึกสลดใจพอสมควรที่คนระดับตำนานออกมาพูดแบบนี้ เขาเป็นสุดยอดนักแข่งมาตลอด และเป็นถึงแชมป์โลก 7 สมัยเชียวนะ เขาเป็นคนที่น่าเชื่อถือ แล้วกลับออกมาบอกอย่างชัดเจนว่ารู้สึกไม่สนุกเลยกับผลที่ออกมา ดังนั้นเขาก็น่าจะตัดสินใจอะไรให้เด็ดขาดได้แล้ว” จอร์แดน กล่าว
นอกจากนี้ เดวิด คูลธาร์ด (สกอตแลนด์) วัย 40 ปี อดีตนักขับทีมวิลเลียมส์, แม็คลาเรน และเรดบูล ที่หันมารับหน้าที่ผู้ร่วมบรรยายในศึกเอฟวัน ก็ออกมาซ้ำชูมักเกอร์อีกหนึ่งดอก
“เขา (ชูมี) ไม่สามารถทำผลงานในระดับเดียวกับเพื่อนร่วมทีมได้ นั่นคือความจริง จากสถิติที่เห็น นิโก รอสเบิร์ก ทำได้ดีกว่าเขา และยังมีนักขับพรสวรรค์สูงอีกมากมาย เขาน่าจะถามตัวเองดูบ้าง” อดีตนักซิ่งแดนวิสกี้ที่เคยซิ่งเบียดกับชูมักเกอร์มาถึง 12 ปี กล่าว
นอกจากนี้ คูลธาร์ด ยังแถมให้ชูมีอีกดอกว่า ตัวเขาเองก็เจอปัญหาเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อปี 2008 ซึ่งสาเหตุก็คือ รู้สึกว่าลงสนามแล้วสู้ไม่ได้ แข่งยังไงก็ไม่ชนะ เลยไม่ค่อยสนุก จึงขอโบกมือลาดีกว่า เพราะไม่สามารถหมุนเวลาย้อนกลับไปได้
เอาเป็นว่าไม่ไหวก็เลิกเถอะ พ่อไส้กรอกบิน







