posttoday
สัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ

สัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ

07 กุมภาพันธ์ 2553

 

 

เรื่อง อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์ ภาพ เอพี

 

ผมไม่กล้าจะสบตา พูดให้ชัดกว่านั้นก็ได้ว่าผมไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเธอ หรือพูดคุยไถ่ถามใดๆ แม้ไม่มีน้ำตา ไร้เสียงสะอื้นร่ำไห้ แต่สองมือที่ประสานแน่น น้ำเสียงแผ่วต่ำขาดห้วง ก็ทำให้เข้าใจได้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร

เด็กสาวที่เบื้องหน้ายังคงนิ่งเงียบ ผมลอบถอนใจ ด้วยหวังว่าอาจจะช่วยระบายความหนักอึ้งบางอย่างที่กดทับบีบคั้นความรู้สึกตัวเองออกไปได้บ้าง ก่อนที่จะถามเธอว่า จะทำอะไรต่อไป

“ไม่รู้” แม้เสียงสั่นเครือนั้นจะตอบมาอย่างห้วนสั้น แต่ก็เพียงพอแล้ว แน่นอนว่าในภาวะที่ผ่านความร้าวรานมาอย่างสดใหม่เช่นนี้ใครจะคิดอะไรได้อย่างแจ่มกระจ่าง

ผมบอกให้เธอเข้มแข็ง และจากข่าวสารที่ทราบมาเธอคงได้รับความช่วยเหลือในเร็วๆ นี้ เมื่อกล่าวลา เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อย แต่ใบหน้าที่ก้มต่ำมิได้เงยขึ้นมามอง

เพิงพักนับร้อยที่มีพลาสติกผืนใหญ่ผูกมุมทั้ง 4 เข้ากับต้นไม้เพื่อกันแดดและน้ำค้างตั้งอยู่เต็มพื้นที่ ข้าวของวางระเกะระกะไร้ระเบียบ ไม่ต่างอะไรกับค่ายผู้อพยพอินโดจีน แถวชายแดนตะวันออกที่เคยเห็นจากภาพข่าวโทรทัศน์เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ผู้คนนับพันมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ได้ 3 วันแล้ว ป้ายด้านหน้ามีข้อความว่า องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง ซึ่งขณะนี้ได้แปรสภาพเป็นที่พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยสึนามิจากบ้านน้ำเค็ม หมู่บ้านประมงชายทะเลซึ่งถูกคลื่นยักษ์ถล่มหายไปทั้งหมู่บ้าน

ก่อนจะพบกับเธอ ผมเตร่พูดคุยกับชาวบ้านเหล่านี้ถึงความเป็นอยู่และความช่วยเหลือต่างๆ กระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งบอกให้ผมไปคุยกับเธอ

เรื่องราวของเธอถ่ายทอดให้ผมได้รับรู้ผ่านคำบอกเล่าของเพื่อนบ้าน เช้ามืดวันนั้นเธอได้ยินเสียงพ่อกับแม่คุยกัน ก็เหมือนเช่นทุกวันก่อนที่พ่อจะออกเรือ และเธอก็หลับต่อไปถึงรุ่งเช้า กระทั่งคลื่นยักษ์โถมทำลายทุกอย่างที่เป็นชีวิตของเธอ แม่ น้องชาย บ้าน และพ่อที่ยังไม่รู้ชะตากรรม

มีคำถามเกิดขึ้นในใจผม ถ้าสมมติว่าชะตากรรมนี้เกิดขึ้นกับผม ผมคงต้องการคำตอบอย่างยิ่งว่า เหตุใดผมจึงยังมีชีวิตอยู่เพื่อรับรู้และเผชิญกับความสูญเสียอย่างเดียวดาย

“ไม่รู้” สุ้มเสียงแผ่วต่ำของเธอยังก้องอยู่ในความรู้สึก ช่วงชีวิตของเธอแม้จะผ่านพบความสูญเสีย แต่ไม่อาจเทียบได้เท่าครั้งนี้ บางทีคำว่าสิ้นสูญ อาจอธิบายภาวะที่เธอกำลังเผชิญได้อย่างเหมาะสมกว่า...

(เว้น 1 บรรทัด)

... “มันเหมือนฝันร้าย แต่ละคืนนอนตาไม่หลับ เสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะตลอดทั้งคืน บางครั้งก็ใกล้ที่พักของเรา มันน่ากลัว ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก ถ้าเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น คงต้องตัดสินใจกลับบ้าน” ถนอมศรี จีนชูแก้ว คนไทยผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ บอกเล่าถึงความเป็นไปในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ในห้วงที่เมืองทั้งเมืองราบพณาสูร ผู้คนเผชิญกับความอดอยากหิวโหยจนถึงขั้นปล้นชิงอาหาร

แม้จะสูญเสียร้านอาหารที่ลงทุนลงแรงร่วมกันกับพี่สาวและน้องชาย แต่โชคดีที่พี่น้องครอบครัวจีนชูแก้วไม่ต้องพลัดพรากจากกัน ทั้งสามคนยังอยู่รอดปลอดภัยพร้อมหน้า ความขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ข้าวของทุกอย่างราคาแพงขึ้นมากกว่าเท่าตัว ในขณะที่ความช่วยเหลือไม่เพียงพอต่อผู้ประสบภัยนับล้าน

มหันตภัยที่เกิดขึ้นในเฮติ ดูเหมือนหนักหนากว่าสึนามิที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมากนัก มิใช่แค่ตัวเลขผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่รวมถึงสังคมที่ตกอยู่ในภาวะมิคสัญญี ไร้ระเบียบ จิตใจผู้คนตกต่ำ แก่งแย่ง ทำร้ายกันเพื่อเอาตัวรอด

“ทุกเช้าข่าวเฮติทำให้ผมใจสั่น ลุกหนีไปจากจอทีวีไม่ได้เลยจนกว่าข่าวจะจบ มันเหมือนการย้อนความหลังเมื่อ 5 ปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี” หนุ่มผิวคล้ำหน้าเข็มลูกบ้านน้ำเค็มขนานแท้ บอกถึงความรู้สึกของเขาในวันที่ได้รับรู้ชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์อีกมุมโลกด้วยความห่วงใย

5 ปีผ่านไป พวกเขาต่อสู้อย่างแสนสาหัสเพื่อพลิกฟื้นบ้านน้ำเค็มขึ้นมาใหม่ ประสบการณ์ที่แลกด้วยชีวิตนี้ ได้รับการถ่ายทอดให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่นๆ แม้กระทั่งในต่างประเทศ เช่น กรณีพายุไซโคลนนาร์กิสในประเทศพม่า และแผ่นดินไหวในมณฑลซินเจียง ประเทศจีน

สำหรับพวกเขาสึนามิใช่เพียงนำมาซึ่งความสูญเสีย แต่ยิ่งไปกว่านั้นสึนามิทำให้พวกเขาได้เห็นถึงโอกาสสร้างความร่วมมือร่วมใจ กอบกู้สิ่งที่สูญเสียพังทลายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

“บ้านพังเราสร้างบ้านใหม่ รวมตัวฟื้นฟูอาชีพ จัดระบบสร้างชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น คงเหลือเพียงสภาพจิตใจที่ต้องค่อยๆ ช่วยกันกอบกู้ให้ฟื้นคืนมา”

5 ปีสึนามิผ่านไป พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก และพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ที่เข้ามายังชีวิตและชุมชน...

(เว้น 1 บรรทัด)

...ความเป็นไปในเฮติผ่านภาพข่าวทีวี ก็ยังไม่พ้นภาพผู้คนกรูเข้าไปยังรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือ ต่างฉุดกระชากแย่งชิงทำร้าย เด็กน้อยเลือดอาบหน้า ผู้หญิงทรุดตัวลงกับพื้นยกมือขึ้นขอร้องวิงวอนความช่วยเหลือเห็นใจ ในสภาพเช่นนี้ ความสูญเสียใหญ่หลวงมิใช่แค่ความตายที่ทำให้ต้องพลัดพราก แต่ลึกลงไปกว่านั้น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถูกท้าทาย หรืออาจถึงขั้นถูกทำลายลงด้วยภาวะความขาดแคลนอดอยาก เกือบ 1 เดือนแล้วที่ผู้คนนับล้านตกอยู่ในดินแดนแห่งฝันร้าย ถึงวันหนึ่งเมื่อมือแห่งความปราถนาดีเข้ามาโอบอุ้มช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ความอดอยากขาดแคลนย่อมหมดไป การแก่งแย่งทำร้ายย่อมไม่เกิดขึ้น เพียงแต่ว่ามันจะสามารถกลบภาพฝันร้ายที่อาจฝังตรึงในความรู้สึกนี้ไปได้หรือไม่

ผมคิดถึงเด็กสาวบ้านน้ำเค็มคนนั้น ผ่านไป 5 ปีเธอคงกลายเป็นหญิงสาว แม้มีมือมากมายที่ยื่นเข้ามาฉุดดึงให้เธอลุกขึ้น แต่การข้ามผ่านความทรงจำอันปวดร้าว มิใช่เพียงกำลังในการทรงตัวยืนให้มั่นเท่านั้น หากยังต้องการพลังอีกไม่น้อยที่จะผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า เพื่อผ่านพ้นพื้นที่ความทรงจำอันขมขื่น แต่ก็มิอาจประกันให้วางใจได้เลยว่า การก้าวออกมาได้เร็วเท่าไหร่ และผ่านไปไกลแค่ไหน จึงจะช่วยเยียวยาบาดแผลความทรงจำให้หายสนิทได้

ความทรงจำอันขมขื่นอาจเป็นดั่งสัตว์ร้าย บางครั้งหลับใหลไร้พิษสง แต่บางคราก็ตื่นขึ้นมาขบกัดทำร้ายความรู้สึกให้เจ็บปวดอยู่ร่ำไป

5 ปีสึนามิผ่านไป ชุมชนพลิกฟื้นชีวิตที่พังทลายไปให้กลับคืนมาได้ กองทัพแห่งความปรารถนาดีก็ทยอยถอนตัว ด้วยหวังว่าบาดแผลความทรงจำของผู้คนจะค่อยๆ ลบหายไปกับเวลา

ภาพข่าวจากเฮติ กระตุ้นให้ผู้คนทั้งโลกพร้อมยื่นมือเข้าโอบอุ้มเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน กระแสความช่วยเหลือหลั่งไหลไม่ขาดสาย เพียงแต่จะยืนยาวไปจนพวกเขายืนหยัดด้วยตัวเองได้หรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาจะกอบกู้ชีวิตที่พังทลายให้กลับคืนมาได้หรือไม่

มิฉะนั้น ชีวิตที่เหลือของผู้รอดชีวิตทั้งหลายก็ตกอยู่ในดินแดนแห่งฝันร้ายตลอดไป

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล