posttoday
60 ปีโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ใครๆ ก็คิดถึงหมอเวลส์

60 ปีโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ใครๆ ก็คิดถึงหมอเวลส์

07 กุมภาพันธ์ 2553

...ตาแหลม

การเกิดและวิวัฒนาการของโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ที่เห็นและเป็นอยู่ขณะนี้ นพ.พิพัฒน์ ตรังรัฐพิทย์ อดีตผู้อำนวยการคนที่ 3 และเป็นนายแพทย์คริสเตียนคนที่ 2 ที่จบจากแพทย์ศิริราช กล่าวถึงในข้อเขียนเรื่องพันธกิจโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน 60 ปี ว่าเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณและความรักอันใหญ่ยิ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงมีต่อชีวิตของเขา ศาสนาจารย์นายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ และภรรยาคงไม่ยอมทนลำบาก สละบ้านเกิดอันแสนสบายในสหรัฐอเมริกา รอนแรมมาในเรือ ข้ามมหาสมุทรเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะมาถึงบางกอกแห่งแผ่นดินสยาม เมื่อ 18 ก.ค. 1835 ในรัชสมัยองค์สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) แน่นอน เป็นการนำความรักของพระองค์และการแพทย์สาธารณสุขแผนปัจจุบันมาสู่แผ่นดินนี้

การเดินทางเข้ามาของคณะมิชชันนารีทางการแพทย์จากสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีการก่อตั้งโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน พิษณุโลก นครปฐม เพชรบุรี ถึงนครศรีธรรมราช และตรัง การแพทย์การสาธารณสุขได้รับการพัฒนาโดยลำดับ จนกระทั่งเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ปีค.ศ. 1941 แพทย์ส่วนหนึ่งหนีออกไปทางพม่า ส่วนหนึ่งตกเป็นเชลย เมื่อแลกเปลี่ยนเชลยจึงได้รับอิสรภาพเดินทางกลับประเทศของตน

กล่าวถึงศาสนาจารย์นายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ และภรรยา ท่านอุทิศตนทำงานให้แก่ประเทศไทยประดุจว่าที่นี่เป็นประเทศที่ท่านเกิด คุณูปการของท่านมีต่อประเทศไทยและคนไทยมากล้น จนกระทั่งได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาทางการแพทย์สมัยใหม่ เป็นผู้นำการผ่าตัดผู้ป่วยมาใช้เป็นคนแรก อนุสรณ์นี้ยังมีให้เห็นที่วัดประยูรวงศาวาส ธนบุรี เป็นบิดาแห่งกิจการหนังสือพิมพ์ และการธุรกิจการพิมพ์ เป็นสื่อมวลชนที่มีความสามารถยิ่ง ต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของสยามจนกระทั่งถูกประเทศฝรั่งเศสฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ไทย จึงสามารถผ่านวิกฤตเหล่านั้นมาได้

ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ตั้งแต่รัชกาลที่ 34 และ 5 ผลงานของท่านเป็นมรดกตกทอดให้อนุชนคนไทยได้ศึกษา และติดตามมากมาย อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ท่านเกิดเมื่อ 18 ก.ค. 1804 และถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ 23 มิ.ย. 1873 อายุ 69 ปี ศพท่านฝังที่สุสานโปรเตสแตนต์ ยานนาวา

ย้อนมาที่กิจการโรงพยาบาล นพ.พิพัฒน์ ตรังรัฐพิทย์ กล่าวว่า ระหว่างสงคราม โรงพยาบาลหลายแห่งปิดกิจการ หรือไปอยู่ในความดูแลของรัฐบาลไทย เมื่อสงครามสงบรัฐบาลไทยส่งภารกิจนี้คืนคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนมิชชัน ในการรื้อฟื้นกิจการโรงพยาบาลขึ้นมาใหม่ คณะกรรมการ 5 ท่าน จากนิวยอร์กมาสำรวจสถานภาพและความต้องการของประเทศไทย พอใจกับพันธกิจที่ผ่านมา แต่ก็ไปจำกัดอยู่ที่ภูมิภาค ทั้งๆ ที่ได้ริเริ่มบุกเบิกในกรุงเทพฯ มาก่อน จึงมีการเสนอให้ตั้งโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ สัก 1 แห่ง จึงได้โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนขึ้นมา บนเนื้อที่ 11 ไร่ และเปิดดำเนินการวันที่ 3 ธ.ค. 1949 มีเตียงคนไข้จำกัดเพียง 50 เตียงในระยะแรก โดยดัดแปลงจากอาคารไม้ 2 ชั้นเดิม ชั้นล่างเป็นหอผู้ป่วยรวม รับได้ 30 เตียง ชั้นบนเป็นชั้นพิเศษรับได้ 20 เตียง โดยมี นพ.มาร์แชลล์ ฟิลิป แวลส์ เป็นผู้อำนวยการ

นพ.มาร์แชลล์ ฟิลิป แวลส์ เป็นศัลยแพทย์ เคยปฏิบัติงานในประเทศจีนก่อนที่ประเทศนั้นจะเป็นคอมมิวนิสต์ หลังจากนั้นจึงย้ายมาประจำที่เมืองไทย เพื่อดำเนินการตามโครงการพันธกิจจัดตั้งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน โดยท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเรื่อยมาจนถึงปีค.ศ. 1952

ในหนังสือที่ระลึก 60 ปี ระบุว่า โรงพยาบาลแห่งนี้มีผู้อำนวยการมาแล้ว 6 ท่าน 1.นพ.มาร์แชลล์ ฟิลิป แวลส์ 2.นพ.ประสงค์ ชัยรัตน์ 3.นพ.พิพัฒน์ ตรังรัฐพิทย์ 4.นพ.บรรณสิทธิ์ บุญอิต 5.นพ.สุรพจน์ สุวรรณพานิช และ 6.นพ.ปลื้ม ศุภปัญญา

ปัจจุบันปีที่ 60 ดร.ทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ ประธานกรรมการอำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการ

แม้ว่าผู้อำนวยการแต่ละท่านจะมีคุณูปการต่อการโรงพยาบาล เช่น การพัฒนาทั้งบุคลากรและวิชาชีพ ตลอดถึงการบริการจนเป็นที่ยอมรับของสังคมตลอดมา แต่ผู้อำนวยการที่มีผู้พูดถึงและได้ก่อสร้างตึก 17 ชั้น เป็นที่ระลึกที่เปิดกิจการมาครบ 60 ปี มีเพียงผู้เดียว ได้แก่ นพ.มาร์แชล ฟิลิป แวลส์ ผู้อำนวยการคนแรก

ประวัติของท่านที่ พญ.รักอร่าม ปิฏกานนท์ ได้แปลและเรียบเรียงตีพิมพ์ในหนังสือที่ระลึก 60 ปี แต่ด้วยเนื้อที่จำกัด ผมจึงตัดทอนมาลงดังนี้

นพ.มาร์แชล ฟิลิป แวลส์ เกิดที่ L.A. เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 1907 จากไปอยู่กับพระเจ้าเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2009 ที่เมือง Arcadia California อายุ 102 ปี ตัวท่านและภรรยานามว่า เฮเลน เป็นแพทย์มิชชันนารีในประเทศจีน ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย รวมเวลา 35 ปี ในสังกัดคริสตจักรเพรสไบทีเรียน (สหรัฐอเมริกา)

ตามประวัตินั้นท่านบอกกับบิดามารดาเมื่ออายุได้ 7 ขวบ ว่าจะเป็นมิชชันนารี แม่จึงอธิษฐานเผื่อท่าน

เมื่อเรียนมหาวิทยาลัยได้พบกับ Helen Antisdale ที่มีความประสงค์ที่จะถวายตัวแก่พระเจ้าโดยเป็นมิชชันนารีเช่นกัน และทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1935 หลังจากจบการศึกษาและดูใจกันมา 7 ปี

ปีค.ศ. 1938 ได้เดินทางมาประเทศจีนพร้อมกับภรรยาเพื่อทำงานเป็นมิชชันนารี แต่อยู่ได้ 2 ปี ก็ย้ายไปฟิลิปปินส์ เพราะข่าวลือเรื่องสงคราม แต่แล้วก็เจอสงครามและถูกจับที่ฟิลิปปินส์ อยู่ในค่ายกักกัน 3 ปี เมื่อได้รับการปลดปล่อยก็มาช่วยกองทัพสหรัฐ แล้วกลับไปศึกษาแพทย์เพิ่มเติมด้านศัลยกรรม จากนั้นเดินทางไปจีน แต่อยู่ได้ไม่นานคอมมิวนิสต์เข้ายึดครองประเทศนั้น จึงเดินทางมายังประเทศไทย ได้ก่อตั้งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ในปีค.ศ. 1949

ดำรงฐานะเป็นแพทย์และผู้อำนวยการ 23 ปี ได้ขยายกิจการโรงพยาบาลจนสามารถรับคนไข้ได้มากถึง 160 เตียง พร้อมทั้งบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานโลก

ท่านเกษียณอายุจากโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนเมื่ออายุ 65 ปี ในปีค.ศ. 1972 แต่ไม่ได้หยุดการทำงาน ท่านมีกิจการหลายอย่างให้ทำเสมอ พร้อมทั้งเดินทางเยี่ยมสถานที่ที่เคยทำงานในเอเชีย และในปี 1999 ได้มาฉลองครบรอบ 50 ปี โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ต่อมาภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่อยู่ด้วยกันมา 67 ปี ได้จากไป แต่ตัวท่านไม่ท้อถอยยังเดินทางไปร่วมกิจกรรมต่างๆ เสมอ รวมทั้งขับรถเองอีกต่างหาก

ทางโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะต้อนรับท่านในงานฉลอง 60 ปี แม้แต่ตัวท่านก็มีความปรารถนาเช่นกันว่าจะมาร่วมฉลอง 60 ปี และเปิดตึกที่มีชื่อของท่าน แต่แล้วเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2009 ท่านก็จากไปอยู่กับพระเจ้าเสียแล้ว

อนุสรณ์สถานที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนสร้างเพื่อท่าน คืออาคารใหญ่สูง 17 ชั้น ตั้งชื่อว่าอาคารหมอแวลส์ จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการปลายปีนี้

แม้ว่าอดีตผู้อำนวยการท่านนี้จะจากไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว บรรดาแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนไม่ลืม ได้เขียนจดหมายถึงอาจารย์ที่รักของเขา ในนามบุตรชายบุตรหญิงของหมอแวลส์ ที่เป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ที่กำลังฉลองวาระครบ 60 ปี

จดหมายบอกว่า พวกลูกๆ ทราบเรื่องราวทั้งหมดของหมอแวลส์ว่าเริ่มเมื่อ 7 ก.พ. 1949 หลังจากหมอแวลส์ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมงจากฮ่องกง มาเมืองไทย เครื่องบินลงจอดในแม่น้ำอย่างนิ่มนวล พร้อมกับครอบครัว 5 คน เพื่อเตรียมการตั้งโรงพยาบาล นับแต่นั้นมา จากครอบครัวเล็กๆ มาเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกนับพันคนในปัจจุบัน

พวกเขาประทับใจกับการที่หมอแวลส์ทุ่มเทให้กับโรงพยาบาล เช่น ผ่าตัดคนไข้ 5 ราย ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมง โดยไม่พักรับประทานอาหาร

ปัจจุบันลูกๆ ที่โรงพยาบาลยังปฏิบัติตามที่หมอแวลส์ริเริ่มไว้ เช่น การประชุมทางวิชาการประจำสัปดาห์ และการนมัสการตอนเช้า พร้อมกับบอกว่าหมอแวลส์เป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิต การทำงานของท่านเป็นสิ่งจรรโลงใจของลูกๆ ในยุคหลัง บัดนี้ได้สร้างตึกใหม่ อาคารหมอแวลส์ ท่านและเราได้ร่วมวางแผน การกลับมาเยือนโรงพยาบาลอีกครั้งในการถวายตึก และ 60 ปี ของโรงพยาบาล และหวังว่าวันนั้นหมอแวลส์และแหม่มแวลส์จะมาอยู่กับพวกเขาในวันมอบถวายอาคารหมอแวลส์

หากผู้อ่านต้องการชมผลงานของหมอแวลส์ ผู้อำนวยการคนแรกที่ยังมีการพูดถึงอยู่แม้เวลาจะผ่านไป 60 ปีแล้วก็ตาม พร้อมทั้งกิจการต่างๆ ของโรงพยาบาลในรอบ 60 ปี สามารถเข้าชมได้ที่โรงพยาบาล ซึ่งมีนิทรรศการถึงสิ้นปีครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท