
เมดานที่ไปเห็น
เมดาน เมืองใหญ่บนเกาะอันดับ 6 ของโลกในจังหวัดสุมาตรามีหลายอย่างให้ค้นหามากกว่าที่คิด
เมดาน เมืองใหญ่บนเกาะอันดับ 6 ของโลกในจังหวัดสุมาตรามีหลายอย่างให้ค้นหามากกว่าที่คิด
โดย...จำลอง บุญสอง
Air Asia ชวนผมไปเมดานเมื่อสัปดาห์ก่อน เมดานตั้งอยู่บนเกาะสุมาตราที่มีชื่อเสียงในเรื่องเรื่องสึนามิที่เกิดที่ขึ้นที่หัวเกาะนี้มากที่สุด เพราะทำให้เมืองท่องเที่ยวชายทะเลอันดามันของเราพินาศได้ยับเยินเป็นที่สุดเมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าหมอดูกิติมศักดิ์แถวภูเก็ตจะแอบมาดูดวงผมโดยที่ผมไม่รู้ตัวว่า ผมไม่ตายโหงโดยเด็ดขาดก็ตาม แต่มันก็ไม่สามารถห้ามใจผมไม่ให้กลัวตายได้ นึกในใจว่าพ่อแก้วแม่แก้วเอ๊ย! ไม่ตายก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่พิการนะครับ! ไม่เพียงแต่จะกลัวกับแผ่นดินไหวเท่านั้น พวกเรายังกลัวการไปนอนที่โรงแรมแมริออทฯ ของที่นั่นด้วย เพราะโรงแรมของ “พี่กัน” แบรนด์นี้เป็นเป้าหมายของการทำลายล้างของขบวนการอิสลามบางขบวนการเพื่อต่อต้านความเป็นจักรวรรดินิยมของอเมริกาบ่อยๆ ที่บาหลีก็ยับเยินมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ส่วนที่เมดานก็น่าจะตกอยู่ในบ่วงอันตรายเช่นกัน ดูได้จากการ “Scan” ของทุกชิ้นก่อนเข้าโรงแรมนั่นเอง
แอร์เอเซียเขาไม่ได้บินไปจากกรุงเทพฯโดยตรงหรอกครับ ใครจะไปเมดานก็ต้องไปต่อที่มาเลย์หรือจาร์การ์ต้ากันก่อนเดี๋ยวนี้แอร์เอเซียบินจากภูเก็ตเลย วันที่เราได้รับเชิญไปจึงต้องไปภูเก็ตก่อน ระยะเวลาบินจากกรุงเทพฯ-ภูเก็ตประมาณ 1 ชั่วโมง จากภูเก็ตไปเมดานก็แค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ หายใจยังไม่ทั่วท้องเลย ถึงซะแล่ว ไปเจอคนไทยไปทำงานประมงอยู่ที่นั่นมากมาย เขาบอกว่าที่นั่นปลาเยอะจริง นักล่าปลาบ้านเรารวมทั้งผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการประมงของไทย ทั้งถูกกฏหมายและผิดกฏหมายจึงไปชุมนุมขุดทองอยู่ที่นั่น วันที่ผมไปถึงก็มีเรือประมงไทยถูกจับไป 7 ลำเพราะลักลอบไปทำประมง
เกาะนี้มีทั้งทะเลและภูเขาสูงน้องๆอินทนนท์ ภูมิอากาศจึงหลากหลายไปตามความสูงต่ำของแผ่นดิน เจ้าความหลากหลายของภูมิอากาศนี่เองที่นำมาซึ่งพืชพันธุ์ที่แตกต่าง ถ้าเราไปเมดานเราจะเห็นผลไม้ทั้งเมืองร้อนและเมืองหนาววางขายอยู่ด้วยกันด้วยราคาไม่แพง แต่เวลาซื้อบอกได้เลยว่าเตรียมใจถูกโกงตาชั่งเอาไว้ก่อน
สละที่นี่กรอบอร่อย ต่างกับบ้านเราที่เหนียวและฉ่ำ ส่วนมะม่วงก็มีแต่ผมไม่ได้ทดลองดู เพราะการเดินทางด้วยรถบัสด้วยระยะทางยาวที่หาห้องน้ำไม่ค่อยได้นั้นเป็นอุปสรรคต่อการ(ทดลอง)กินมาก ใครที่ชอบดื่มกาแฟก็ให้ไปกินที่เมดานของเขาแท้ ทั้งหอมทั้งอร่อย ผู้ประกอบการประมงคนไทยที่ไปอยู่นั่นเขารับประกัน ผมซื้อมาให้เพื่อนฝูงที่เมืองไทยเขายังบอกว่ายอดเยี่ยม ส่วนชาของเขาก็อร่อยไม่แพ้กาแฟนะครับ! แต่เวลาซื้อก็หาร้านที่มีมาตรฐานเรื่องราคาสักหน่อยถ้าไม่อยากถูกโกงน้ำหนักส่วนเรื่องคุณภาพของสินค้านั้นดีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว
เมดานนั้นเป็นเมืองใหญ่บนเกาะสุมาตราเกาะใหญ่อันดับ 6 ของโลก อยู่ในจังหวัดสุมาตราเหนือ ที่นั่นมี เศรษฐกิจดีมากเพราะพื้นที่มีทั้งทะเล ที่ราบและภูเขา เมดานมีคนอยู่ประมาณ 2 ล้านกว่าคน จังหวัดนี้มีทะเลสาปโตบาซึ่งเกิดจากการยุบตัวลงไปของแผ่นดินที่ถล่มลงด้วยการระเบิดของภูเขาไฟบนเทือกเขาบารีซานที่เต็มไปด้วยป่าเขตร้อน ทะเลสาปนี้อยู่เหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,700เมตร ห่างจากเมดานเมืองหลวงราว 160 กิโลเมตร ท่านผู้อ่านอย่านึกว่าแค่ 160 กิโลเมตรนี่หมูนะครับ เพราะต้องใช้รถไต่ทางภูเขาที่โค้งไปโค้งมาด้วยความยากลำบาก พวกเรานั่งกันจนก้นเปื่อยก็ยังไม่ถึงง่ายๆ เมดานมีเมืองบรัสตากีเป็นที่พักตากอากาศที่ห่างออกไปราว 70 ก.ม.
ที่บรัสตากี เขาพาเราไปที่หมู่บ้าน Dokan ซึ่งเป็นบ้านเมืองของชนเผ่า Batak Karo ประเภท “คนกินคน” มาก่อน ว่ากันว่าบรรพบุรุษของพวกเขาตั้งบ้านตั้งเมืองมาเมี่อ 1,500 ปีมาแล้ว หลังจากพวกดัตช์เข้ามาครองแผ่นดินอินโด พวกนั้นก็เปลี่ยนศาสนาจากผีมาเป็นคริสต์ตามสูตร
ในหมู่บ้านมีบ้านโบราณอายุ 200 ปีอยู่ 7 หลัง บางหลังอยู่กัน 9 ครอบครัวรวมสมาชิกได้ถึง 30 คน(เมืองไทยผมเคยเห็นบ้านชาวเขามีลักษณะเป็นครอบครัวขยายแบบนี้ที่น่าน อยู่กันรอบๆภูเขาเลย) ในบ้านแบ่งเป็นสัดส่วนทั้งทำครัวและห้องนอน ในบ้านไม่มีไฟฟ้ามีแต่ตะเกียงน้ำมันใช้(แบบเดียวกับชาวเขาบ้านเราในอดีตและบางส่วนในปัจจุบัน) ที่หน้าบ้านจะมีรูปจิ้งจกอยู่ด้วยทุกบ้าน เรื่องจิ้งจกนี้บางคนก็แปลความหมายว่ามิตรภาพ บางคนก็แปลความหมายว่าเป็นเรื่องของการปรับตัวในการดำรงอยู่หรือมีความเป็นพี่เป็นน้องกันทั้งชนเผ่า
ภายใต้ถุนบ้านเรายังเห็นคอกสัตว์เลี้ยงของพวกเขาอาศัยอยู่ นึกๆดูชาวเขาบ้านเรามีสภาพอย่างไร ชนเผ่านี้ก็มีสภาพอย่างนั้น
ส่วนหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น เด็กผู้หญิงที่นั่งฉี่อยู่หน้าบ้านนั่นแหละคือหน้าตาของพวกเขาบ้านยาวหรือ Simalangun Batak Long House ที่อยู่ห่างออกไปเป็นที่อยู่ของชนเผ่า Batak Simula ที่นี่มีวังอายุ 200 ปีของกษัตริย์ 14 องค์ที่สืบทอดกันมา ลักษณะบ้านเป็นเรือนไม้ทรงหลังคาสูง เรือนใหญ่ของกษัตริย์ที่ชื่อว่า Romah Balon ประกอบไปด้วยที่นอน ห้องโถงใหญ่ที่ใช้ทำครัวและเลี้ยงลูก บรรลังกษัตริย์เรียกว่า Pattangan Raja ติดอยู่กับห้องประชุมขุนนาง ถัดไปเป็นฉางข้าวและบางส่วนเป็นห้องของขันที
หมู่บ้าน Ambarity ที่ Samosir Island เป็นของชาว Batak Toba ซึ่งเป็นเกาะตั้งอยู่กลางทะเลสาปโตบา ชื่อหมู่บ้านนี้แปลว่า Popularหรือมีชื่อเสียง หมู่บ้านนี้อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูล Sailagan พวกเราต้องเดินผ่านร้านค้าร้านขายที่อิงอยู่ริมสองข้างทางไปจนถึงสุสานของหัวหน้าเผ่าแล้วจึงเข้าถึงหมู่บ้านที่มีลักษณะเป็นบ้านแบบดั้งเดิมคือบ้านของกษัตริย์ชายมี “หน้าต่างบานเล็ก” อยู่หน้าบ้าน ส่วนบ้านเจ้าหญิงมี “นม” อยู่หน้าบ้าน มีโรงเลี้ยงเด็กและเปลอยู่ คุกและที่ทรมานนักโทษอยู่ใต้ถุนบ้าน ตรงกลางหมู่บ้านเป้นที่ตั้งของศาลตัดสินคดีความ ถัดไปเป็นลานประหารและอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไกด์เราเอาเด็กมาเป็นเครื่องมือโชว์การประหารให้เราดู โดยเขาปิดตานักโทษ(เด็ก) ใช้มีดปัดแขนขานักโทษเพื่อดูดพลังชีวิตให้ออกจากร่างกายไป จากนั้นพาไปผ่าท้องเพื่อเอาเครื่องในไปให้คนในหมู่บ้านกินกันสดๆ ตัดหัวเพื่อเอาเลือดไปให้กษัตริย์ดื่มกิน กษัตริย์ถือไม้เท้าอาญาสิทธิ์
หมู่บ้านTamokหรือหมู่บ้านคนอ้วน(คนสมบูรณ์)ที่เกาะ ซาโมเซีย เป็นหมู่บ้านที่มีอายุกว่า 450 ปี หมู่บ้านนี้เคยมีตระกูล Sidabutra เป็นผู้ปกครอง ในหมู่บ้านมีโลงศพหินของกษัตริย์สามองค์คือ 1.Ompu Soribuntu Sidabuntu 2. Oppu Naibatu Sidabuntar องค์ที่สองนี้มีคู่หมั้นที่หน้าตาสวยงามเป็นที่หมายปองของผู้นำชนเผ่า(กษัตริย์)อื่นชื่อ อันติง(Anting Malala Bi Sinaga) นางถูกเวทย์มนตร์จนเป็นบ้า ท้ายสุดก็ได้หมอผีมาช่วย หมอผีจึงได้มีรูปปั้นอยู่หน้าศพของหลุมศพกษัตริย์ด้วย หน้ารูปปั้นของกษัตริย์องค์ที่สองนี้มักจะมีผู้คนไปอธิษฐานขอพรอยู่เสมอ องค์ที่สามเป็นกษัตริย์ที่เปลี่ยนศาสนาเป็นคริสเตียน
หมู่บ้านทั้งหมดนี้คือหมู่บ้านของชนเผ่าที่มีอยู่จริงบนแผ่นดินเมดาน เมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะที่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของแผ่นดินที่เคยสร้างสึนามิให้กับที่นั่นและประเทศที่อยู่ในรัศมี วันนี้รอยเลื่อนดังกล่าวได้เคลื่อนลงมาทางทิศตะวันออกมากขึ้น แน่ละวันใดวันหนึ่งก็ย่อมต้องเกิดสภาวะเดียวกันกับที่เกิดในครั้งก่อน แต่การกระทบกันของรอยเลื่อนในครั้งต่อไปนั้นจะไม่กระทบต่อประเทศไทยอีก เพราะมันจะเกิดขึ้นทางทิศตะวันตกของเกาะ ซึ่งจะบังคลื่นร้ายให้ไทยอยู่รอดปลอดภัย ถ้าจะเกิดความเสียหายก็เกิดความเสียหายเฉพาะเกาะสุมาตราเหนือ(ที่มีผู้ประกอบการประมงไทยบางส่วนไปอยู่ที่นั่น)
ผมหวังว่าการกระทบกันของรอยเลื่อนในครั้งต่อไป ผู้คนควรจะรู้ตัวและไปอยู่ที่ปลอดภัยที่ทางการจัดเตรียมเอาไว้ให้ก่อน ก่อนที่จะมีสภาพแบบเฮติ! ศาสนาพุทธคือศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นศาสนาที่ว่าด้วย “กฏธรรมชาติ” ไม่ได้ว่าด้วยเรื่องพระเจ้าใดๆ แผ่นดินบนเกาะสุมาตราเหนือตั้งอยู่บนระเบิดขนาดใหญ่ ผู้คนของสุมาตราเหนือจึงนั่งยืนและเดินอยู่บนกองระเบิดขนาดใหญ่นั้นด้วยเป็นอิทัปจยตา ไม่มีใครบนเกาะหลุดพ้นไปจากรอยเลื่อนลูกนี้ไปได้ เพียงแต่ผมหวังในใจว่า ในอนาคตนั้นวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าพอคงจะสามารถเตือนให้ผู้คนรู้ล่วงหน้าได้ว่า มันระสำแดงฤทธิ์ของมันได้เมื่อใดและจะไปอยู่ที่ไหนกันอย่างปลอดภัย
ก่อนกลับเขาพาไปดูพิพิธภัณฑ์ซากสัตว์ที่ในเมืองเมดาน เจ้าของพิพิธภัณฑ์เป็นลูกครึ่งอาฟกา-อินโดที่เป็นนักล่าตัวยงจนได้รับรางวัลในการล่ามากมาย บัดนี้เขานำซากสัตว์มาสตัฟและให้ผู้คนได้มาดูจนได้รับรางวัลการจัดการศึกษาดีเด่น ผมไม่แน่ใจว่าคนไทยอยากไปดูเรื่องราวแบบนี้ไหมโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักอนุรักษ์ทั้งหลาย ผมกลัวพวกอนุรักษ์ด่าเอาจึงนำลงน้อยหน่อยขอบคุณแอร์เอเซีย ใครอยากไปเที่ยวเมดานในวันที่รอยเลื่อนยังไม่สำแดงเดชก็ติดต่อไปที่แอร์เอเซีย02515999 หรือwww.airasia.com







