
ฝ่าวิกฤตพิชิตแชมป์โลกสมัย 4
ในที่สุดศึกสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก “เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2011” ก็ได้ผู้ชนะแล้ว แถมเป็นคนหน้าเดิมซะด้วย
ในที่สุดศึกสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก “เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2011” ก็ได้ผู้ชนะแล้ว แถมเป็นคนหน้าเดิมซะด้วย
โดย.....เด็กสวนฯ
ในที่สุดศึกสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก “เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2011” ก็ได้ผู้ชนะแล้ว แถมเป็นคนหน้าเดิมซะด้วย
เขาคือ จอห์น ฮิกกินส์ นักแม่นรูขยาดจากแดนวิสกี้วัย 35 หลังลงสอยคิวรอบชิงฯ เอาชนะ จัดด์ ทรัมป์ ดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 21 ของเจ้าถิ่น 18-15 เฟรม (แข่งระบบ 18 ใน 35) ณ ครูซิเบิล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ฅ อังกฤษ เมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 2 พ.ค.ตามเวลาไทย
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นแชมป์ที่ 24 ในรายการสะสมคะแนนโลก และเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 4 ของ ฮิกกินส์ หลังจากเคยทำได้ในปี 1998, 2007 และ 2009 ซึ่งเป็นรองแค่ สตีเฟน เฮนดรี (สกอตแลนด์) เจ้าของสถิติสูงสุด 7 สมัย และ สตีฟ เดวิส (อังกฤษ) กับ เรย์ เรียร์ดอน (เวลส์) ที่คว้าไปคนละ 6 ครั้ง
แต่เชื่อว่าแชมป์นี้มันสาหัสสากรรจ์กว่าทุกครั้งอย่างแน่นอน เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว คงไม่ค่อยมีใครเชื่อว่า ฮิกกินส์ จะสามารถกลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุดนี้ได้อีกครั้งแน่ และคงยากที่นักสอยคิวหน้าไหนจะทำได้ขนาดนี้
เริ่มจากโดนสื่อถิ่นผู้ดีออกมาตีแผ่แฉว่า เขาเล่นไม่เต็มฝีมือในการแข่งขัน โดยแกล้งแพ้ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ล้มสนุกฯ” นั่นเอง และก็ไม่ยอมมาแสดงตัวรับทราบข้อกล่าวหาหรือให้การกับฝ่ายสอบสวน ทำให้ต้องถูกลงโทษห้ามลงแข่งถึง 6 เดือน เนื่องจากทำความเสื่อมเสียให้แก่วงการ
แต่เมื่อพ้นโทษแบนเมื่อเดือนพ.ยปีที่แล้ว ฮิกกินส์ กลับมากวาดถึง 5 แชมป์ รวมทั้งศึกสอยคิวเก็บคะแนนสะสมโลกถึง 3 รายการ (ยูเค แชมเปียนชิพ, เวลส์ โอเพน และ เวิลด์ แชมเปียนชิพ ที่เพิ่งชูถ้วยหมาดๆ)
นอกจากนี้ ฮิกกินส์ ก็เพิ่งสูญเสียบิดาที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมาอีกด้วย
“มันน่าประหลาดใจมาก ถือเป็น 12 เดือนที่ไม่น่าเชื่อเลย แต่มันยิ่งใหญ่ทีเดียว มันเป็นแมตช์ที่ยากจริงๆ ผมรู้ดีว่าจะต้องเล่นด้วยฟอร์มที่สุดยอด (โดนนำห่าง 9-12) จึงจะสามารถกลับสู่เกมได้ เขา (จัดด์) เป็นผู้เล่นที่ดีกว่าผม เล่นได้น่ากลัวแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต มันเป็นแมตช์ที่คุ้มค่าสำหรับผู้ชม และเขาคือยอดนักสอยคิวคนใหม่แห่งวงการสนุกเกอร์โลก” ฮิกกินส์ กล่าวพร้อมน้ำตา หลังคว้าเงินรางวัล 250,000 ปอนด์ (ราว 12.5 ล้านบาท)
ฮิกกินส์ ที่เข้าสวมกอดภรรยากับลูกๆ ทั้งสาม และตรงเข้าหอมแก้มมารดาหลังจากชูถ้วย ยังบอกอีกว่า เขาคงไม่ได้กลับมาที่นี่แน่ หากไม่มีครอบครัวคอยให้การสนับสนุน
ด้าน ทรัมป์ ที่เพิ่งคว้าชัยศึกไชน่า โอเพน ก่อนจะต่อด้วยรองแชมป์โลกปีนี้ ก็ยอมรับว่า ไม่ได้คาดหวังจะทำผลงานได้ดีขนาดนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากที่ได้ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แม้เขาอยากจะเป็นผู้ชนะ แต่ก็ยอมรับความเหนือชั้นของ ฮิกกินส์ ที่คู่ควรกับตำแหน่งแชมป์
เชื่อว่าแชมป์นี้น่าจะพอช่วยล้างมลทินให้แก่ ฮิกกินส์ และครอบครัว เพราะตัวเขาเองย่อมรู้ดีว่า ได้ทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำลงไปหรือไม่
หากทำ ก็ถือว่ามันผ่านไปแล้ว และก็รับโทษแล้ว
แต่หากไม่เป็นจริง ก็เท่ากับว่าได้รับสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าแล้วเช่นกัน







