
พรรัตน์ เจนจรัสสกุล รักคำนวณแบบหัวใจอาร์ต
สไตล์วันนี้มาชวนคุยกับผู้บริหาร (หน้าเด็ก) พรรัตน์ เจนจรัสสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานสื่อสารการตลาด
สไตล์วันนี้มาชวนคุยกับผู้บริหาร (หน้าเด็ก) พรรัตน์ เจนจรัสสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานสื่อสารการตลาด
โดย...รัฐพร คำหอม
สไตล์วันนี้มาชวนคุยกับผู้บริหาร (หน้าเด็ก) พรรัตน์ เจนจรัสสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานสื่อสารการตลาดบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ในตำแหน่งนี้เขาถือว่าเป็นมือใหม่ เพราะเพิ่งรับตำแหน่งได้ไม่ถึง 3 เดือน และยังเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อน ใหม่ถอดด้ามสำหรับเขาจริงๆ
ที่ว่ามือใหม่ เพราะเป็นครั้งแรกที่เข้ามารับงานด้านสื่อสารการตลาด ที่จะทำให้ไม่ว่าจะมีโปรแกรมการตลาด การปล่อยโฆษณาใดๆ ไปสู่ผู้บริโภค ต้องผ่านการทำงานของเขา แต่ก่อนหน้านั้นประสบการณ์อันเชี่ยวชาญของ พรรัตน์ เป็นการทำงานตัวเลข การคิดคำนวณทั้งสิ้น กับเอไอเอสเองนั้น เริ่มงานกันมาตั้งแต่ปี 2546 ในตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารสำนักข้อมูลธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ แต่ก็ยังเป็นงานด้านวิเคราะห์ข้อมูลตัวเลขอยู่ ด้วยวัฒนธรรมองค์กรอย่างเอไอเอสที่พร้อมให้คนทำงานได้เปิดโอกาสกับสิ่งใหม่ๆ เขาจึงได้รับเลือกมาอยู่ส่วนงานปัจจุบัน
“ผมเป็นคนที่เก่งเลขมาแต่เด็กๆ เพราะผมชอบครูที่สอนเลขมาก ท่านสอนแบบมีเหตุมีผล จึงยิ่งทำให้ผมรักการคำนวณ ผมว่าครูผู้สอน วิธีการที่ครูสอน มีส่วนสำคัญกับการเลือกอนาคตของเด็กนะ ผมชอบคนที่มีเหตุผล แต่ขณะเดียวกันครอบครัวของผมก็ทำงานด้านโปรดักชันมาตลอด ตั้งแต่เล็กผมจะเห็นที่บ้านมีพระพิฆเนศวรองค์ใหญ่ ผมได้ช่วยทำงาน ทำสไลด์โชว์ จับกล้องถ่ายภาพมาตั้งแต่เด็กๆ”
ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองพื้นฐานชีวิตวัยเด็ก ทำให้ พรรัตน์ ได้ใช้ประกอบอาชีพการงานที่มั่นคงต่อมา เขาจบพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำงานด้านวิเคราะห์ตัวเลขอยู่ไม่นาน ก็ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่ Cleveland State University โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เมื่อจบกลับมาก็ยังทำงานด้านวิเคราะห์ข้อมูลและตัวเลขทั้งหลาย วางแผนการเงิน แนะนำการลงทุน
“สงสัยเพราะผมชอบถามบริษัทนู้นบริษัทนี้ เอไอเอสก็เป็นบริษัทหลักๆ ที่ผมถามแล้วก็มาวิเคราะห์ให้กับนักลงทุน จนถึงวันหนึ่งผู้ใหญ่ที่นี่ก็เลยชวนว่า ‘ถามมาเยอะแล้ว มาตอบเองบ้าง’ ก็เลยได้มาร่วมงานกัน ซึ่งงานวิเคราะห์นี่ขึ้นอยู่กับวิธีการคิด และผมมองว่าอยู่ที่วิธีการถามด้วยนะ หาคำถามที่ดีบางทียากกว่าหาคำตอบอีก เพราะต้องไม่ใช่การถามเรื่อยเปื่อย คำถามแสดงถึงความคิดของผู้ถามนะ ดังนั้นในมุมของผม คำถามที่ถูกต้องยากกว่าหาคำตอบอีก” พรรัตน์ เล่าพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ แสดงถึงความใจเย็น
แล้วเมื่อต้องขยับเปลี่ยนสายงาน เขาเองจะมองอย่างไร
“งานมาร์คอม (มาร์เก็ตติง คอมมูนิเคชันส์) เกือบจะตรงข้ามกัน คนอื่นอาจมองว่าตัวเลข การวิเคราะห์เป็นเรื่องยาก แต่ตัวเลขนี่ถ้าเราคำนวณตามขั้นออกมาก็ได้คำตอบเป๊ะๆ แต่งานมาร์คอมจะมีอาร์ตค่อนข้างเยอะ ไม่ได้ตัดสินกันด้วยขาวหรือดำ หรือตัวเลข แต่ทำอย่างไรให้ถูกใจผู้บริโภค ให้ถูกใจคนดู ผมก็ใช้การวิเคราะห์เข้ามาช่วย แต่เป็นการวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมแทน จะพูดอะไรแล้วโดนใจ ปล่อยโฆษณาไปแล้วรู้เลยว่าคือเอไอเอส ซึ่งถ้าเราวางหลักการของเราได้ดี มีความชัดเจน และขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ด้วย แล้วเรื่องงานผลิต อย่างที่บอกผมคุ้นชินมาจากธุรกิจของครอบครัว ผมไม่ทิ้งเลย ตัวเลขผมรัก งานศิลป์ผมก็ชอบ ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งให้ทำงานได้ง่ายขึ้น” พรรัตน์ เล่า
เขายังบอกอีกว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันทุกคนก็พยายามสร้างความต่างไม่เว้นแม้แต่คู่แข่ง เพื่อให้โดนใจกลุ่มผู้ใช้ แล้วยิ่งยุคนี้ที่สมาร์ตโฟน การออนไลน์มาแรง ยิ่งเป็นโจทย์ให้ต้องตีว่าจะสื่อสารให้เข้าถึงอย่างไร เพราะสื่อนั้นเยอะอยู่แล้ว ถ้าทำออกมาได้ไม่โดนใจ สื่อที่ออกไปก็คงเป็นแค่เสียงรบกวนเท่านั้น
“สมาร์ตโฟนโตเร็วมาก คนอยู่กับโลกออนไลน์มากขึ้น หรืออย่างมีบีบี ตอนแรกๆ มีข่าวคนตกท่อ หรือเดินๆ อยู่ในห้างตกบ่อน้ำไปเลย เพราะมัวแต่บีบีแชต ซึ่งสิ่งเหล่านี้น่าสนใจที่จะทำเมสเซจให้เข้าถึงเขา คงไม่มากเกินไปครับสำหรับคนไทย แต่ก็คงต้องให้เวลาในการปรับตัว ไม่ใช่แต่คนไทยหรอกครับที่สนใจจะสื่อสาร คนทั่วโลกก็เป็น”
ด้วยบุคลิกที่ดูนิ่งๆ อาจจะดูยิ้มยากเสียหน่อย แต่เมื่อยิ้มทำให้ยิ่งดูเด็กกว่าวัย (40 กลางๆ) งานที่ดูเครียด ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่ปล่อยให้เครียด เพราะได้พลังจากครอบครัวที่ต้องรวมตัวกันขับรถเที่ยวระยะทางไกลๆ หลายๆ วัน เป็นสิ่งที่ปลูกฝังตั้งแต่ยังไม่มีครอบครัวของตัวเอง เป็นการใช้เวลาร่วมกันชื่นชมธรรมชาติและเส้นทางที่ผ่านไปเรื่อยๆ
“ผมชอบสองข้างทางที่ผ่าน ทุกปีจะต้องมีจัดทริปยาวด้วยกัน ขับรถเองพันสองพันกิโล ยิ่งถ้าเป็นเส้นทางที่ผ่านไปในหุบเขาแล้วทำให้รู้สึกว่าเราตัวเล็กนิดเดียว ผ่านภูเขา ป่า ความเขียว ที่กว้างๆ ความไม่มีอะไรเนี่ยคลายความเครียดได้เยอะ หรือไม่เมื่ออยู่บ้านก็ใช้การฝึกสมาธิ และการออกกำลังกายที่เรียกว่า ไท่ฉี คล้ายๆ ไทเก๊ก ก็ทำให้ผ่อนคลายไปได้มากครับ”







