
พรินซ์วิลเลียม-เคตเก็บตัว2ปี ตามรอยตำนานรักอมตะสมเด็จย่า
ทั้งสองพระองค์มีความสัมพันธ์ที่หนักแน่นให้แก่กันและกัน เช่นเดียวกับเจ้าชายวิลเลียมที่ต้องการเสริมคอนกรีตให้กับชีวิตแต่งงานของตัวเอง ด้วยการยึดหลักการประคองความรักของปู่และย่า...
ทั้งสองพระองค์มีความสัมพันธ์ที่หนักแน่นให้แก่กันและกัน เช่นเดียวกับเจ้าชายวิลเลียมที่ต้องการเสริมคอนกรีตให้กับชีวิตแต่งงานของตัวเอง ด้วยการยึดหลักการประคองความรักของปู่และย่า...
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานพระราชพิธีเสกสมรสสุดยิ่งใหญ่ของเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ และเคต มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หญิงสาวที่คนทั่วโลกต่างยกให้เป็นซินเดอเรลลาฉบับเดินดิน (แม้ว่าในความเป็นจริงสาวเคตจะไม่ได้มาจากก้นครัว แต่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่เรียกได้ว่ามีอันจะกินทีเดียวก็ตาม)
แต่ทว่า แม้จะเสร็จสิ้นงานสมรสบันลือโลก ชนิดประวัติศาสตร์โลกต้องจารึกไปแล้ว แต่ใช่ว่านับจากนี้ตำนานรักของทั้งสองพระองค์จะไม่ถูกตามจิกตามขุดคุ้ยโดยบรรดากระจอกข่าว
เพราะตามประสาคนต่อมอยากรู้เรื่องชาวบ้านทำงานไม่ปกติ (มากเกินไป) ย่อมอดไม่ได้ที่จะขอเกาะขอบวัง ตามติดเรื่องราวของสองคู่รักข้าวใหม่ปลามันมาชี้แจงแถลงไขให้คนทั้งโลกได้รับรู้
แต่งานนี้ไม่รู้เพราะเจ้าชายวิลเลียมทรงรู้ทัน หรืออยากตัดไฟแต่ต้นลม จึงล้อมคอกไว้แต่เนิ่นๆ ด้วยการประกาศว่า พระองค์และพระชายาสุดที่รักจะขอใช้เวลา 2 ปี หลังลั่นระฆังวิวาห์อย่างสงบๆ ไม่ขอปรากฏตัวเฉิดฉายเป็นดาราหน้ากล้อง
เหตุผลหลักก็นอกจากทรงต้องการให้เวลากับพระชายาป้ายแดง ได้เรียนรู้และปรับตัวการเป็นสะใภ้หลวง และสมาชิกราชวงศ์แล้ว ยังมีพระประสงค์ต้องการลดแรงกดดันและแรงเสียดทานต่างๆ ที่เคตอาจต้องประสบพบเจอเฉกเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่เจ้าหญิงไดอานา พระมารดาผู้ล่วงลับ เผชิญหลังเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา เมื่อปี 1981 จนนำมาซึ่งการปิดฉากโศกนาฏกรรมแห่งความรักที่แสนเศร้าของทั้งสองพระองค์
ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าชายวิลเลียมจะเลือกประคองความรัก (ที่ยังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน) ด้วยการเดินตามรอยตำนานรักสุดอมตะของพระอัยยิกา ควีนอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินเบอระ พระอัยกาแทน
“ทั้งสองพระองค์มีความสัมพันธ์ที่หนักแน่นให้แก่กันและกัน เช่นเดียวกับเจ้าชายวิลเลียมที่ต้องการเสริมคอนกรีตให้กับชีวิตแต่งงานของตัวเอง ด้วยการยึดหลักการประคองความรักของปู่และย่า” เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังกล่าวกับซันเดย์ ไทมส์
ทั้งนี้ หากย้อนอดีตไปเมื่อครั้งที่ควีนอลิซาเบธเพิ่งจะครองรักกับเจ้าชายฟิลิปเมื่อปี 1947 จะเห็นว่าในเวลานั้นควีนอลิซาเบธในวัยแรกแย้มเลือกที่จะจากบ้านจากเมืองตามพระสวามีไปใช้ชีวิตเป็นภรรยาราชนาวีของอังกฤษที่ประเทศมอลตาเป็นเวลา 2 ปีซึ่งแม้ในรายงานจะไม่มีการบรรยายถึงสภาพความเป็นอยู่ที่ต้องจากวังอันแสนสุขสบายว่าเป็นเช่นไร
แต่อย่างน้อยควีนอลิซาเบธก็เคยแย้มพระโอษฐ์บรรยายถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นได้อย่างไม่ลังเลว่า “เป็นช่วงเวลาที่ช่างมีความสุขสำหรับพระองค์”
ผิดกับชีวิตคู่ของพระมารดา เจ้าหญิงไดอานา ที่เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการเฉิดฉายเป็นดาวเด่นในสังคม และเป็นขวัญใจของสื่อมวลชนตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตแต่งงาน โดยที่พระองค์ยังขาดการฝึกปรือและเตรียมพร้อมอย่างเพียงพอ ทำให้ในท้ายที่สุดชีวิตรักของพระองค์ต้องแตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี
และแน่นอนว่า เมื่อมีแบบอย่างชีวิตคู่ของคนใกล้ตัวที่ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรให้ประจักษ์แบบนี้แล้ว เจ้าชายวิลเลียมจึงคงไม่รอช้า เข้าไปทูลปรึกษาแผนการดังกล่าวกับพระอัยยิกาทันที โดยพระองค์ตัดสินพระทัยว่าทั้งตัวเจ้าชายและเคตจะร่วมออกงานสังคมเพียงเดือนละ 2 ครั้ง ภายหลังเสด็จกลับจากภารกิจดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ซึ่งเป็นความลับสุดยอด
สำหรับวิมานรักของเจ้าชายวิลเลียมและพระชายา ก็ไม่ใช่คฤหาสน์หรูหราที่ไหน เพียงแต่แปลงโฉมจากบ้านพักของราชนาวี (วิมานรักของพระอัยกาและอัยยิกา) เป็นสถานที่เงียบๆ สักแห่ง ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าทั้งสองพระองค์น่าจะไปพำนักที่กระท่อมปลายนาซึ่งทั้งสองพระองค์เป็นเจ้าของร่วมกัน และตั้งอยู่ใกล้ๆกับเกาะแองเกิลซีย์ในแคว้นเวลส์ ซึ่งเจ้าชายทรงเดินทางไปเพื่อปฏิบัติภารกิจนักบินค้นหาและช่วยเหลือประจำเฮลิคอปเตอร์ที่นั่น
แต่ทว่ายังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าวิมานน้อยกลอยใจแห่งนี้จะเป็นสวรรค์สำหรับคู่รักราชวงศ์ทั้งสองได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ หลังจากล่าสุดรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของกระท่อมปลายนาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพิกัดที่ตั้ง รายละเอียดเกี่ยวกับตัวกระท่อม ที่เจาะลึกลงไปถึงขั้นว่ามีหน้าต่างกี่บาน ตั้งอยู่จุดไหนบ้าง สามารถหาได้ดาษดื่นจากสำนักงานวางแผนของสภาท้องถิ่นซะแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทางสำนักพระราชวังยังไม่ได้ออกมาชี้แจงแถลงไขว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เจ้าชายวิลเลียมจะต้องเปลี่ยนวิมานรักแห่งใหม่หรือไม่ อย่างไร
เอาเป็นว่า ต้องคอยติดตามตอนต่อไป...
ย้อนกลับมาที่เรื่องการตามรอยตำนานรักพระอัยยิกาของเจ้าชายวิลเลียม เพราะหากงานนี้ สำหรับใครที่เกาะติดตามข่าวคราวของเจ้าชายวิลเลียมและเคตมาตั้งแต่ต้นคงทราบดีว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าชายทรงเลือกแหวก|ม่านประเพณี ด้วยการเดินตามรอยพระอัยกา เพราะแม้แต่เรื่องของการสวมหรือไม่สวมพระธำมรงค์ พระองค์ก็ยังทรงเลือกแบบเดียวกันเปี๊ยบกับที่เจ้าชายฟิลิปเคยทรงตัดสินพระทัยอย่างไรอย่างนั้น
นั่นคือ ทรงเลือกที่จะไม่สวมพระธำมรงค์ทองคำจากเวลส์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดมายาวนานของพระราชวงศ์อังกฤษ และสมาชิกพระราชวงศ์ฝ่ายชายมักจะสวมพระธำมรงค์หลังเสกสมรส ยกเว้นพระอัยกาของเจ้าชายวิลเลียม
งานนี้เคราะห์ดีที่พระชายาเคตเข้าอกเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องลึกที่เจ้าชายตัดสินพระทัยเช่นนั้นตามประสาลับเฉพาะคนรู้ใจว่า เจ้าชายวิลเลียมไม่ทรงปลื้มสวมเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นพระธำมรงค์เสกสมรส หรือพระธำมรงค์ประทับตราใดๆ ก็ตาม
เอาเป็นว่า จะใช้สูตรลับ (ไม่ลับ) เวอร์ชันไหนมาใช้ในชีวิตคู่ ก็ไม่ว่ากัน เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นเรื่องของคนสองคน แต่อย่างน้อยไม่ว่าจะสูตรสำเร็จไหน ก็ขอให้ปลายท้ายรักสุขสมหวังมีลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมืองแล้วกัน







