posttoday
เพศศึกษาในวิชาลูกเสือ

เพศศึกษาในวิชาลูกเสือ

24 เมษายน 2554

ในการดำเนินงานด้านอนามัยการเจริญพันธุ์เชิงรุกนั้น องค์กรเอกชนที่เน้นการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ได้เข้ามามีส่วนอย่างสำคัญ

ในการดำเนินงานด้านอนามัยการเจริญพันธุ์เชิงรุกนั้น องค์กรเอกชนที่เน้นการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ได้เข้ามามีส่วนอย่างสำคัญ

ในการเสริมการดำเนินงานของรัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่เข้าถึงยาก

แม้ว่าจะมีการพูดถึงเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษามาเป็นเวลานานหลายทศวรรษแล้ว แต่ก็ยังไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควร สัปดาห์นี้จึงเชิญคุณลัดดา จิตรวัฒนแพทย์ แห่งสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่มีบทบาทอย่างสำคัญในการส่งเสริมงานอนามัยการเจริญพันธุ์ในประเทศ มาเขียนเล่าการสอดแทรกความรู้เพศศึกษาในหลักสูตรลูกเสือได้อย่างแยบยล

เพศศึกษาในวิชาลูกเสือ

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงก่อตั้งกิจการลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2454 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งใกล้จะครบ 100 ปีในเร็วๆ นี้ วัตถุประสงค์ของลูกเสือก็เพื่อช่วยบุคคลในการพัฒนาตนเองทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และคุณธรรม กิจกรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมที่มีความยั่งยืนอยู่ในระบบการศึกษาไทย และเป็นกิจกรรมภาคบังคับที่เด็กไทยเกือบทุกคนจะได้มีโอกาสเรียนถึง 9 ปี คือตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึง ม.3 อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นให้เหมาะกับวัยของเด็ก เป็นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เด็กได้ลงมือกระทำ โดยใช้นิทาน เกม และเพลงเป็นองค์ประกอบอย่างสนุกสนาน

เนื่องจากสภาพสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อเด็กวัยเรียน ทั้งการดำเนินชีวิตตามกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสิ่งยั่วยุหรือตัวแบบที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ก่อให้เกิดปัญหาเด็กและเยาวชนอย่างมาก ทั้งปัญหาการปรับตัว ปัญหาด้านอารมณ์จิตใจ ปัญหาสุขภาพ ปัญหาความรุนแรง ปัญหาเด็กติดเกม ปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องเพศ ในเด็กและเยาวชนที่ยังอ่อนต่อโลกและขาดทักษะชีวิต อาจทำให้ต้องเลิกเรียนกลางคัน หรือหากเรียนจบอาจไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต มีปัญหาทางอารมณ์ จิตใจ หรืออาจเกิดความขัดแย้งในชีวิตครอบครัวได้

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นักการศึกษาและนักจิตวิทยาได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน แนวคิดหนึ่งที่มีการพัฒนาและขยายรูปแบบและวิธีการอย่างแพร่หลายคือ การเสริมสร้างและพัฒนาทักษะชีวิตให้กับเด็ก ซึ่งริเริ่มจากองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยกล่าวถึงองค์ประกอบทักษะชีวิต 5 คู่ คือ 1) ความคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ 2) ความตระหนักรู้ในตนและความเห็นใจผู้อื่น 3) การสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสาร 4) การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหา และ 5) การจัดการกับอารมณ์และความเครียด ซึ่งประเทศไทยได้นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย โดยได้เพิ่มองค์ประกอบอีกคู่หนึ่งที่ควรได้รับการปลูกฝัง คือ ความภาคภูมิใจในตนเองและความรับผิดชอบต่อสังคม

ในช่วงปี 2537 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับกรมสุขภาพจิต และหน่วยงานระดับกรมของกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำโครงการส่งเสริมทักษะชีวิตในเยาวชนกลุ่มต่างๆ เช่น โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเพศและเอดส์สำหรับนักศึกษาของกรมอาชีวศึกษา โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องเพศและเอดส์สำหรับนักศึกษา กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) เป็นต้น สำหรับกิจกรรมลูกเสือยังไม่เคยมีการพัฒนาการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตมาก่อน

ในปี 2552 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้สนับสนุนให้สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีประสบการณ์ทำงานด้านเยาวชนและกิจกรรมลูกเสือมาอย่างต่อเนื่อง เป็นแกนนำในการรับผิดชอบดำเนินโครงการพัฒนาหลักสูตรลูกเสือโดยเน้นทักษะชีวิต ร่วมกับสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โดยการสนับสนุนของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติและสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน กระทรวงศึกษาธิการ

สัปดาห์นี้ขอเกริ่นไว้แค่ความเป็นมาก่อนนะคะ สัปดาห์หน้าจะนำเสนอถึงเนื้อหาสาระของหลักสูตรต่อค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท