posttoday
อีฟฟิรด์ อัลมาญิด นางแบบก็ชอบวิศวะก็ใช่

อีฟฟิรด์ อัลมาญิด นางแบบก็ชอบวิศวะก็ใช่

24 เมษายน 2554

หญิงสาวนัยน์ตากลมโต เจ้าของตำแหน่งนางแบบ เอส คาวาอิ เกิร์ล คอนเทสต์ ปี 2010 ฟิลลิ่ง อีฟฟิรด์ อัลมาญิด

หญิงสาวนัยน์ตากลมโต เจ้าของตำแหน่งนางแบบ เอส คาวาอิ เกิร์ล คอนเทสต์ ปี 2010 ฟิลลิ่ง อีฟฟิรด์ อัลมาญิด

ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่หัวสมองยังปราดเปรื่อง เพราะเธอยังเป็นนักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วัย 19 ปี ด้วยใบหน้าที่ผสมแขกนิดๆ เพราะเธอมีเชื้อลูกครึ่ง สาวลูกครึ่งไทยมาเลเซียปากีสถาน

“คุณย่าเป็นชาวมาเลเซีย ส่วนคุณยายเป็นไทยเชื้อสายจีน หนูจึงมีเชื้อแขก หนูเกิดที่ปัตตานี แต่ได้รับทุนเด็กเรียนดี เลยได้มาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ” เจ้าของชื่อแปลกบอกเล่าด้วยหน้าตาจิ้มลิ้ม ส่วนชื่อที่ได้ฟังต้องถามซ้ำ อีฟฟิรด์ เฉลยว่า ชื่อของเธอมาจากคำว่า “อีวา ฟริดดาว” เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า ผู้หญิงคนแรกที่ได้ยืนอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้น 7 ด้วยเป็นลูกครึ่ง เธอและพี่ชายทุกคนจมูกจึงโด่งหมด ด้วยความสวยไม่ซ้ำใคร ไม่แปลกที่เธอจะคว้าตำแหน่งในการประกวด เอส คาวาอิ เกิร์ลฯ 2010

อีฟฟิรด์ อัลมาญิด นางแบบก็ชอบวิศวะก็ใช่

“เวทีนี้เป็นเวทีแรกของการประกวด ก่อนหน้านี้หนูเคยถ่ายแบบ ทีแรกไม่ได้ตั้งใจ แต่มาเป็นเพื่อนของเพื่อน แล้วเพื่อนชวน เราก็ตามใจ พอคัดเข้ารอบ 60 คน หนูก็ติด แล้วได้ทำเวิร์กช็อปมากมาย เช่น อัพเดตเทรนด์ผม เรียนแต่งหน้า รู้จักการแต่งตัว ฝึกทักษะการตอบคำถาม สุดท้ายหนูก็ได้ตำแหน่งแบบไม่คาดฝัน เพียงแต่ตั้งใจทำให้ดีที่สุด อย่างมีภาวะการประกวดไม่ราบรื่น ทุกอย่างล่าช้า แต่หนูก็ไม่เครียด หนูมองโลกในแง่ดีว่า เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ตอนตอบคำถามไมโครโฟนไม่ดัง หนูเริ่มเครียด แต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ตอบประกาศรางวัลเพื่อนข้างๆ ได้รางวัลกันหมด พอประกาศชื่อหนูได้รับรางวัลก็ตกใจปนดีใจ เพราะได้รางวัลพิเศษคือไปเที่ยวยุโรป” ผู้ได้รางวัลชนะเลิศ จะได้เซ็นสัญญาถ่ายแบบลงหนังสือ เอส คาวาอิ ซึ่งเป็นงานถนัด เพราะอีฟฟิรด์รักที่จะเป็นนางแบบหน้ากล้อง ถือเป็นงานอดิเรกที่เธอรักอย่างหนึ่ง

แม้ใบหน้าอีฟฟิรด์จะหน้าเอ็นดูราวตุ๊กตา แต่นิสัยจริงแท้ของเธอแล้วเป็นผู้หญิงลุยๆ ง่ายๆ สบายๆ คำที่ติดปากคือ “ไม่เป็นไรค่ะ” และไม่ค่อยเครียดทนภาวะกดดันได้ดี

“หนูเป็นคนตรงๆ เหมือนผู้ชาย เพราะพี่เป็นผู้ชายหมดเลย พ่อเลี้ยงให้รู้จักอดทน พ่อเป็นสถาปนิก เขาทำงานกับญี่ปุ่น พ่อสอนให้ลูกช่วยเหลือตัวเอง ไม่โอ๋ตลอดเวลา ส่งมาเรียน กทม. ก็ไม่ห่วง เพราะพี่ๆ กับคุณแม่ตามมาดูแลด้วย”

ค่าที่เป็นเด็กหัวดี จนได้รับทุนเรียนที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เธอตั้งใจเรียนด้านวิศวกรรม สอบที่ไหนก็ติดหมด ทั้งวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลาดกระบัง รวมทั้งศิลปากร แต่เป็นสาขาที่เธอไม่ชอบ จึงสอบอีกครั้งจนติดในสาขาที่ชอบ คือ เคมี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แถมได้รับทุนเด็กเรียนดีของมหาวิทยาลัยอีกด้วย ได้ละเว้นค่าเล่าเรียนตลอด 4 ปี

“หนูเลือกเรียนด้านเคมี เพราะวิศวเคมีคือเรียนด้านอุตสาหกรรมเคมีในโรงงาน เวลาเรียนจบ หนูคิดว่าจะสามารถทำงานได้กว้างกว่า อีกอย่างคือ หนูอยากเป็นนางแบบ เป็นนางแบบและเรียนวิศวะ คงเท่ (หัวเราะ) แม้เป็นสาขาที่ชอบ แต่หนูคิดว่าก็เรียนค่อนข้างยาก ปี 1 เรียนเรื่องฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ เริ่มเรียนกระบวนการทางวิศวกรรมเคมี”

นอกจากทำกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัยด้วยการเป็นนางแบบแล้ว กิจกรรมในมหาวิทยาลัย อีฟฟิรด์ก็ทำมาแล้วทั้งเชียร์ลีดเดอร์และดาวสาขาเคมี สำหรับตำแหน่งเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ เธอขอสละตำแหน่ง เพราะช่วงนั้นงานเข้ามาเยอะ เธอต้องทุ่มเวลาให้กับการเรียนและทำงาน

“หนูคิดว่าการทำอะไรหลายๆ อย่างคงออกมาไม่ดี สู้ลาออกจากเชียร์ลีดเดอร์ดีกว่า จะได้ไม่เครียด ในอนาคตหนูจะทำหน้าที่เป็นสันทนาการของคณะวิศวะ ร้องเพลงคณะ เรียกว่าเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ เตรียมจัดงานรับน้อง” ทั้งเรียนและทำงาน อีฟฟิรด์จึงต้องจัดสรรเวลาให้ดี วิชาไหนยังทำไม่ดีก็เรียนพิเศษ ทำงานด้วยเรียนไปด้วยแม้จะหนักแต่เธอก็พร้อมสู้ เพราะทำงานได้ประสบการณ์ เหมือนฝึกงานไปในตัว ได้เจอคนเยอะและหลากหลาย รู้จักวิธีการพูดคุย เข้าใจระบบการทำงาน รู้จักระบบหัวหน้าลูกน้อง

แม้จะเรียนเครียด แต่เธอมีวิธีผ่อนคลาย คือ วิชาไหนที่ต้องฝึกฝน เช่น ฟิสิกส์ เธอก็จะกลับบ้านไปทำโจทย์เยอะๆ ด้วยการเอาข้อสอบเก่าๆ มาทำ เป็นการฝึกสมอง ฝึกตีโจทย์ เข้าใจสูตร เมื่อเข้าห้องสอบเหมือนทำแบบฝึกหัด

“มีเหมือนกันที่เพื่อนๆ หลายคนท้อ จะเลิกเรียน เราก็ต้องให้กำลังใจกันและกันว่า ให้นึกถึงวันที่เราจะรับปริญญา ดังนั้นเราจะสู้ไปด้วยกัน หนูอยากจบพร้อมเพื่อนๆ ก็เลยมุมานะ ลงแล้วเรียนไม่ได้ ต้องดร็อป ดีกว่าเรียนแล้วได้เอฟ แต่โชคดีที่มีเพื่อนๆ ในภาคดี รุ่นหนูมีประมาณ 60 คน เวลาอาจารย์หรือเพื่อนติวพิเศษกัน เพื่อนสนิทจะโทร.มาตาม ที่หนูตั้งใจเรียนก็เพราะว่าคุณลุงเคยสอนว่า เราต้องเรียนหนังสือ และคุณลุงยังสอนอีกว่า ด้วยสังคมไทย สวยแค่ไหน รวยแค่ไหน แต่จบมามีปริญญาดีกว่า เพราะอาชีพดารานางแบบไม่แน่นอน เมื่อเราได้ปริญญาสาขาไหน ก็สามารถทำงานได้ทุกที่”

ปิดท้ายด้วยการถามถึงอนาคตว่าเมื่อศึกษาจบอยากเป็นอะไร เธอพูดติดตลกว่า อยากเป็นนางแบบที่ค่าตัวสูงที่สุดในประเทศไทย แต่เรียนวิศวะจบที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท