
วิทยุการบิน จากน่านฟ้าไทยขยายไปอินเตอร์
เรื่อง : รัฐพร คำหอม
จากช่วงเวลายาวนาน นับได้จากหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 งานควบคุมจราจรทางอากาศที่ถือเป็นบริการหนึ่งของกรมไปรษณีย์โทรเลขในยุคนั้น จนมาถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มบริษัทต่างชาติ Aeronautical Radio Inc. (ARINC) จากสหรัฐอเมริกา International Aeradio Ltd. (IAL) จากอังกฤษ และสายการบินต่างๆ ที่ทำการบินมายังประเทศไทย ได้ร่วมกันขออนุมัติรัฐบาลไทยจัดตั้ง บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (Aeronautical Radio of Siam) เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2491 แต่ความที่รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของภารกิจการบิน เพราะเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของชาติ จึงได้รับโอนกิจการเข้ามาดำเนินงานในรูปแบบองค์กรของรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2506 และเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น Aeronautical Radio of Thailand หรือ Aerothai
จนถึงปัจจุบันวิทยุการบินก็ยังคงมีพัฒนาการต่อเนื่อง ภายใต้การนำของพล.อ.อ.สมชาย เธียรอนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย ซึ่งนอกจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรแล้ว หัวเรือใหญ่อย่างพล.อ.อ.สมชาย ยังสานต่อในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ความเป็นส่วนหนึ่งในการลดมลพิษ ลดการใช้พลังงาน รวมถึงหากระบวนการใช้พลังงานให้คุ้มค่ามากที่สุด จึงทำให้องค์กรแห่งนี้นอกจากจะได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ด้านบริหารจัดการองค์กรดีเด่น (1 ใน 5 ของประเทศ) มาในหลายๆ ปีแล้ว ยังมีรางวัลที่บ่งบอกถึงความใส่ใจในสภาพแวดล้อม เช่น ได้รับรางวัลอาคารรัฐสะอาดพฤกษาสวย จากโครงการแมกไม้มิ่งเมือง
“ระดับหน้าบ้าน น่ามอง” ของกรุงเทพมหานคร รางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศสำหรับแผนงานล่าสุดยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในพันธกิจ ด้วยการนำระบบบริหารสภาพคล่องจราจรทางอากาศผ่านอ่าวเบงกอล หรือ BOBCAT มาให้บริการ และไม่ใช่เพียงเพื่อการดูแลน่านฟ้าภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงประเทศต่างๆ ที่ใช้การบริหารจัดการให้เกิดการเดินทางทางอากาศ
BOBCAT คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรในการบิน
BOBCAT (Bay of Bengal Cooperative Air Traffic Flow Management Advisory System) คือ ระบบ Webbased สำหรับให้คำแนะนำการบริหารจัดการปริมาณจราจรทางอากาศ ตามเงื่อนไขขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เพื่อช่วยในการให้คำแนะนำสายการบินและผู้ให้บริการการเดินอากาศ ในการจัดระยะห่างของอากาศยานที่จะเดินทางไปทางตะวันตก ผ่านเขตข่าวสารการบินของประเทศอัฟกานิสถาน (Kabul FIR) โดยมีความสามารถในการจัดระยะห่างตามค่าระยะห่างที่ได้ตั้งไว้ ณ เพดานบินต่างๆ ของจุด Way Point ที่สามารถตั้งค่าได้
ประโยชน์ที่อุตสาหกรรมการบินจะได้รับจากโครงการ BOBCAT
1.ลดปริมาณงานในภาพรวมสำหรับเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศในภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการสำหรับผู้ให้บริการการเดินอากาศในภูมิภาค
2.ลดความล่าช้าในการบิน (Airborne Delay) สำหรับอากาศยาน ส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการสำหรับสายการบิน
3.เปิดโอกาสให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี CNS/ATM ในภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ
4.เปิดโอกาสให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค
5.เปิดโอกาสให้ประเทศไทยก้าวสู่ฐานะการเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการปริมาณจราจรทางอากาศสำหรับภูมิภาค
6.เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในระบบ BOBCAT สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภูมิภาคอื่นที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องของจราจรทางอากาศ เช่น ภูมิภาคทะเลจีนใต้ เป็นต้น
โดยหลังจากที่วิทยุการบินฯ ได้พัฒนาระบบ BOBCAT เสร็จสิ้นเมื่อประมาณต้นปี 2549 และได้นำระบบมาทดลองแบบใช้งานจริงตั้งแต่เดือนก.ค. 2549 จนกระทั่งเมื่อเดือนพ.ค. 2550 ที่ประชุมองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ให้การยอมรับว่าระบบมีความสมบูรณ์แบบครบถ้วน พร้อมประกาศใช้งานจริงตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2550 โดยหลักการทำงานของ BOBCAT ระบบจะบริหารจัดการจราจรทางอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทุกสายการบินที่ต้องการทำการบินในเส้นทางที่ผ่านประเทศอัฟกานิสถานไปยังยุโรปจะต้องแจ้งมายังบริษัท ซึ่งระบบจะจัดช่วงเวลา ความสูง และเส้นทางบินให้แก่เครื่องบินว่าจะต้องทำการบิน (เวลาวิ่งขึ้น) เวลาใด เพื่อที่เมื่อบินมาถึงประเทศอัฟกานิสถานแล้ว สามารถทำการบินได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยสูงสุด ปัจจุบันมีสายการบิน 46 สายการบินเข้ามาใช้บริการระบบ BOBCAT โดยเฉลี่ยวันละ 60 เที่ยวบิน
ที่สำคัญช่วยให้สายการบินสามารถประหยัดน้ำมันเป็นอย่างมาก จากการรายงานอย่างเป็นทางการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ สายการบินที่เข้ามาใช้บริการได้แจ้งกลับมาว่า สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 0.5% เฉลี่ยจากเครื่องบิน 1 ลำ ลดต้นทุนการปฏิบัติการการบินให้กับสายการบินโดยเฉลี่ย 12 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่อากาศ (Carbon Credit) ได้ 50 ล้านกิโลกรัม/ปี นับเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อนให้มวลมนุษยชาติได้ไม่น้อย







