posttoday
สู่ความพ้นจากวิกฤตการณ์ด้วยอำนาจแห่งธรรม...ในวิถีพุทธ (ตอน ๑)

สู่ความพ้นจากวิกฤตการณ์ด้วยอำนาจแห่งธรรม...ในวิถีพุทธ (ตอน ๑)

22 เมษายน 2554

ปุจฉา : “วิกฤตการณ์ของสังคม ความแปรผันของธรรมชาติ

ปุจฉา : “วิกฤตการณ์ของสังคม ความแปรผันของธรรมชาติ

อำนาจภัยพิบัติทั้งหลายที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมโลก มีอะไรเป็นเหตุปัจจัย... มนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย จะข้ามพ้นวิกฤตการณ์ได้หรือไม่... และจะข้ามพ้นด้วยอุบายวิธีใด ...กราบเรียนถามพระอาจารย์ เพื่อประโยชน์แห่งผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา...”

กราบนมัสการด้วยความเคารพค่ะ

อภิญญา แจ้งอริยวงศ์

วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ต้องการพ้นไปจากอำนาจมาร... บ่วงแห่งมาร... ผู้ต้องการถึงซึ่งความสิ้นทุกข์... ที่สุด คือ พระนิพพาน อันเป็นจุดหมายของสัตว์ทั้งหลาย ผู้ต้องการนิรทุกข์...

“จิตตัง ทันตัง สุขาวหัง” ...จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้... พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงตรัสในเรื่องดังกล่าวไว้ว่า ชนเหล่าใด จักสำรวมจิต ซึ่งไปได้ไกล เที่ยวไปโดดเดี่ยวดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำเป็นที่อาศัย คือร่างกายไว้ได้ “ชนเหล่านั้นจักพ้นบ่วงมาร”

พระพุทธศาสนาวางหลักการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า “ศึกษาเพื่อปฏิบัติ” โดยมุ่งไปที่การยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น หรือพัฒนาจิตให้ก้าวไปสู่ความสงบ... ความสะอาด... ความสว่าง โดยการวางการศึกษาปฏิบัติไว้ ๓ ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนแรก คือ การรู้จักงดเว้นการทำความชั่ว ด้วยกาย วาจา ในขั้นนี้มีศีลเป็นเครื่องกำกับดูแล หมายถึง การดำรงความมั่นคงของการกระทำโดยกายและวาจาอยู่ในกรอบของศีล ซึ่งมีสิกขาบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า “สิ่งใดห้ามกระทำ...” โดยแสดงให้เห็นโทษภัยแห่งการละเมิด หรือไม่ปฏิบัติตามบัญญัตินั้น กับ คุณประโยชน์ แห่งการปฏิบัติตามบัญญัตินั้น ในขั้นนี้เป็นการสร้างความเห็นชอบและความดำริชอบ ควบคู่ควบคุมไปด้วยกัน จนผลิดอกออกผลเป็นความรู้ ความเข้าใจ ที่เป็นองค์ปัญญาธิคุณ เกื้อกูลจิตใจให้ใสสะอาด สว่าง และสงบ สามารถสยบความเร่าร้อน วุ่นวาย แส่ส่าย ฟุ้งซ่าน รำคาญใจในเบื้องต้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ประการสำคัญ คือ การเข้าสู่การพัฒนาการยกระดับคุณภาพของจิตได้ในเบื้องแรกของกระบวนการศึกษาเพื่อชีวิต ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกของการก้าวไปสู่หนทางอันประเสริฐที่เรียกว่า การประพฤติพรหมจริยา... จึงมีผู้รู้ได้กล่าวเปรียบเทียบให้เห็นองค์คุณของศีลว่า เปรียบประดุจแสงทองแห่งชีวิต... ที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความมีคุณค่า... นอกเหนือจากคุณานุประโยชน์เพื่อตนแล้ว ศีลหรืออำนาจแห่งศีลที่เกิดจากการปฏิบัติ ยังเกิดคุณานุประโยชน์ต่อสังคมอย่างสูงยิ่ง ทั้งนี้เพราะศีลจะพัฒนาไปสู่ความมีวินัยของกลุ่มชนในสังคมให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความเป็นปกติสุข หรือเกิดความสันติในหมู่ชน หรือในสังคมนั้นๆ...

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าองค์คุณของศีลจะนำไปสู่ความสงบสุขของบุคคล และหมู่ชนที่ถือปฏิบัติ แต่ก็มิใช่ว่าสัตว์ในสังคมจะสามารถถือปฏิบัติ หรือรักษาศีลให้เป็นหลักดำรงแห่งชีวิตได้ทุกรายเสมอไป จึงไม่แปลกที่มีผู้แปลความหมายคำว่า “ศีล” เป็น ศิลา หรือ ของหนักดุจศิลา อันหมายถึง การทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคงดำรงอยู่ในวิถีของความดี และอาจจะหมายถึง เป็นของหนักที่รักษาไว้ได้ยาก สำหรับปุถุชนที่หวั่นไหวอยู่กับอำนาจโลกธรรม

จึงไม่แปลก หากจะมีผู้รู้กล่าวว่า การรักษาศีลนั้นต้องใช้กำลัง “สติสัมปชัญญะ” สูงมาก โดยเปรียบเทียบให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกันว่า “สติสัมปชัญญะ เปรียบประดุจพ่อแม่ของศีล” นั้น หมายถึง การจะรักษาศีลไว้ได้มั่นคงสืบเนื่องต่อไปได้นั้น จะต้องมี... หรือจะต้องใช้กำลังสติสัมปชัญญะสูงมาก และต้องมีอุดมคติแห่งชีวิต ที่มีสัจธรรมเป็นจุดมุ่งหมาย โดยจะต้องไม่หวั่นไหว...

อ่านต่อฉบับวันจันทร์

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท