
วิ่งสู่ความเป็นธรรมชาติ ไนกี้ ฟรีรัน พลัส ทู
นานมาแล้วที่มนุษย์เราออกแบบรองเท้าให้รองรับแรงกระแทก ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บด้วยวัสดุและรูปทรง
นานมาแล้วที่มนุษย์เราออกแบบรองเท้าให้รองรับแรงกระแทก ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บด้วยวัสดุและรูปทรง
แต่จนแล้วจนเล่า นักวิ่งมาราธอนจากชาติตะวันตกก็ไม่สามารถเอาชนะนักวิ่งมาราธอนชาวแอฟริกันที่วิ่งเท้าเปล่าทุกวันได้ จึงเกิดคำถามที่นำไปสู่คำตอบแห่งการค้นพบในช่วง 10 ปีที่ผ่านว่า แท้จริงแล้วรองเท้าที่ดีที่สุดในโลกก็คือเท้าของเราทุกคนเอง แต่ทว่าเราจะวิ่งด้วยเท้าเปล่าในสวนสาธารณะอย่างนั้นหรือ นั่นคงไม่ใช่คำตอบที่ดีแน่สำหรับการวิ่งบนพื้นถนนร้อนๆ ในบ้านเรา
ว่าแล้ว ไนกี้ จึงปฏิวัติการออกแบบรองเท้าไนกี้รุ่น ฟรีรัน พลัส ทู เสียใหม่ จากเดิมที่เป็นเพียงรองเท้าเพื่อการวิ่งที่นุ่มนวล และเรียกความเร็วจากฝีเท้าโดยไม่เสียกำลังในการออกตัวมากนัก มาเป็นรองเท้าที่ให้สัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติและตรงตามหลักสรีรศาสตร์ ราวกับว่าเราได้เดินเท้าเปล่ามากที่สุด แต่ยังคงความสามารถในการรองรับแรงกระแทกอยู่เช่นเดิม
การออกแบบภายนอกของ ฟรีรัน พลัส ทู นั้นเริ่มจากสีสันเราจะเห็นได้ว่าเน้นโทนสีสดใสสะดุดตาใช่เพียงแค่สีผูกเชือกรองเท้าเหมือนรุ่นก่อนๆ ตัวรองเท้าในซีรีส์ฟรีรันตั้งแต่รุ่นที่แล้วจะเห็นได้ว่าตัวพื้นรองเท้ารูปวัฟเฟิลมีความยืดหยุ่นตัวรับกับความโค้งงอของเท้าได้เป็นอย่างดี มีการเสริมยางกันกระแทกในจุดที่มีการสึกของรองเท้ามากที่สุด
วัสดุที่นำมาใช้ทำรองเท้าเช่นพื้นรองเท้าชั้นกลางและด้านนอก Phylite เชื่อมติดกัน ทำให้มีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ และการวิ่งที่ยืดหยุ่นตลอดด้านนอกของรองเท้า ทำให้เท้าเคลื่อนที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากตัวพื้นรองเท้าที่มีความยืดหยุ่นแล้ว ด้านบนที่ผูกเชือกรองเท้าก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นไปตามแนวโค้งของสันเท้า ช่วยลดแรงกด
ขอบรองเท้าจากเดิมที่แยกชิ้นส่วนกันก็จะเป็นแบบหุ้มยึดติดกันหมด คล้ายกับปากถุงรองเท้าช่วยเพิ่มความกระชับในการวิ่ง ทั้งหมดนี้เราบอกได้เลยว่าสำหรับนักวิ่ง หรือผู้ที่กำลังหารองเท้าวิ่งออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาชนิดต่างๆ แล้วรองเท้าคู่นี้ทำให้เราเปลี่ยนสไตล์การวิ่งแทบจะในทันทีที่ใส่ครั้งแรกโดยอัตโนมัติ ไม่เพียงเฉพาะการวิ่งเท่านั้น กีฬาประเภทอื่นๆ ที่ต้องใช้การฝึกซ้อมเพิ่มความแข็งแรงให้กับขาและเท้า รองเท้านี้ก็มีส่วนช่วยได้มากทีเดียว และมีรองเท้าไม่กี่แบบเท่านั้นที่สามารถใส่เล่นได้กับกีฬาทุกประเภท
ในการทดสอบของเรานั้น ได้ทำการวิ่งเป็นระยะเวลารวมประมาณ 25 นาที ในครั้งแรกที่สวมใส่ เรารู้สึกว่ารองเท้ารุ่นนี้แตกต่างจากรองเท้าของไนกี้ที่รู้สึกได้ถึงความนุ่มนวล มาเป็นความรู้สึกที่นุ่มน้อยลง แต่ได้สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของพื้นถนนที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด สัมผัสครั้งแรกจึงไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นัก
ย้อนกลับไปตอนต้นว่า การวิ่งอย่างเป็นธรรมชาตินั้นเราจะต้องรู้สึกได้ถึงเท้าที่สัมผัสกับพื้น เท้าของเรามีกล้ามเนื้อมัดใหญ่เล็กทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป การวิ่งเท้าเปล่าของนักวิ่งแอฟริกัน กล้ามเนื้อเท้าของพวกเขาจึงแข็งแรงมาก และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเล่นกีฬาชนิดต่างๆ ได้ดี
โดยปกติแล้วตัวผู้ทดสอบเองจะวิ่งแบบลงส้นเท้าและวิ่งเต็มเท้าในบางจังหวะความเร็ว แต่พอมาใส่ ฟรีรัน พลัส ทู แล้วการวิ่งเปลี่ยนไปรู้สึกได้ด้วยตัวเอง และไม่ได้อุปทานไปเอง วิ่งได้เต็มเท้ามากขึ้น และรู้สึกปวดหลังเท้ามากขึ้น ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กที่เราไม่ได้ใช้งานมากนัก เพราะรองเท้าวิ่งทั่วไปจะช่วยรับแรงกระแทกส่วนนี้อยู่แล้ว จึงสรุปได้ว่า ไนกี้ ฟรีรัน พลัส ทู เป็นรองเท้าที่สามารถใช้ในการฝึกฝนความแข็งแรงของร่างกายโดยเฉพาะส่วนเท้าได้อย่างแน่นอน
แน่นอนว่าในรุ่นนี้ยังสามารถใช้คู่กับอุปกรณ์ ไนกี้ พลัส สปอร์ตแบนด์ ที่สามารถใส่ตัวเซ็นเซอร์ที่รองเท้าข้างซ้าย และใช้งานร่วมกับไอโฟน ไอพอดทัช ได้เหมือนเดิม เพื่อวัดผลแตกต่างในประสิทธิภาพการวิ่งที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อเล่นเสร็จแล้วลองอัพข้อมูลการวิ่งเพื่อเปรียบเทียบผลการวิ่งหรือเข้าร่วมการแข่งขันข้อมูลการวิ่งจาก ไนกี้ พลัส ร่วมกับเพื่อนๆ นักกีฬาทั่วโลกที่เว็บไซต์ nikerunning.nike.com แล้วคุณจะหลงรักการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์เหล่านี้อย่างแน่นอน







