
กลิ่นของ “บ้าน”
อะไรทำให้บ้านเป็น “บ้าน” คะ คำถามนี้หนูดีเพิ่งเริ่มถามตัวเองในช่วงชีวิตที่ผ่านมาไม่กี่ปีนี้เอง
อะไรทำให้บ้านเป็น “บ้าน” คะ คำถามนี้หนูดีเพิ่งเริ่มถามตัวเองในช่วงชีวิตที่ผ่านมาไม่กี่ปีนี้เอง
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
กลิ่นของ “บ้าน”อะไรทำให้บ้านเป็น “บ้าน” คะ คำถามนี้หนูดีเพิ่งเริ่มถามตัวเองในช่วงชีวิตที่ผ่านมาไม่กี่ปีนี้เอง เพราะก่อนหน้านี้หน้าที่ของเราคือ การเรียน และต่อเนื่องมาก็คือ การทำงาน ส่วนบ้านสำหรับเด็กรุ่นหนูดี ก็คือ ที่ที่เรารู้สึกอยากกลับไปเสมอๆ เมื่อเจอเรื่องร้ายๆ ข้างนอก หรืออยากกลับเมื่อต้องไปพักผ่อนเสียที แต่ไม่ถึงเวลาที่จะคิดว่า อะไรกันแน่ที่ทำให้องค์ประกอบของบ้านครบสมบูรณ์ ถ้าให้ตอบกันจริงๆ ก็คงเป็น “คุณพ่อคุณแม่” นั่นเอง ท่านอยู่ที่ไหน ที่นั่นก็เป็นบ้าน
แต่หลังจากได้เดินทางมาหลายที่ ก็เพิ่งค้นพบด้วยความประหลาดใจว่า “กลิ่น” ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้บ้านเป็นบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ มันเริ่มจากการที่สมัยเรียนอยู่อเมริกา หนูดีได้ไปอยู่บ้านเพื่อน บ้านครูในช่วงวันหยุดยาวกันหลายครั้ง ทั้งหยุด Thanksgiving และหยุดคริสต์มาส แล้วก็พบว่า บ้านของฝรั่งนั้น ถึงช่วงวันหยุดยาวทีไร กิจกรรมของเขาจะอยู่ล้อมรอบครัวเสมอๆ ส่วนใหญ่จะอบไก่ เช่น ไก่งวง อบพาย หรืออบผักกันหลายเมนู และบางเมนูก็ต้องเตรียมการกันทั้งวัน หรือข้ามวัน เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานมากสำหรับมือใหม่อย่างหนูดี
ต่างจากคนไทยอย่างพวกเรา วันหยุดมาเจอกันก็ “ออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า” และยิ่งเด็กรุ่นหนูดี เป็นรุ่น “เกิดมาเพื่อเรียน” บางคน (รวมทั้งหนูดีด้วย) ทำอาหาร ล้างจาน ดูแลรถ ดูแลบ้านกันไม่เป็นเลย ก็เพิ่งมาเป็นเมื่อถูกส่งไปเรียนต่อเมืองนอกนั่นเอง
แล้วก็เริ่มรับนิสัยการ “ทำอาหาร” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันด้วย ซึ่งหากคุณแม่ไม่ส่งไปไกลบ้าน ชีวิตนี้คงไม่เริ่มทำอาหารกินเองแน่ๆ เพราะรู้สึกว่ามันเสียเวลา สู้ออกไปซื้อกินเอาดีกว่า ทั้งอร่อยกว่าและประหยัดกว่าด้วย ที่สำคัญ บ้านที่มีการทำอาหาร จะมีกลิ่นของอาหาร ที่อบอวลและให้ความรู้สึกว่า “บ้านนี้เป็นบ้าน” อย่างจริงๆ จังๆ
ล่าสุดเพื่อนรักชาวอิสราเอลที่มีลูก 3 คนของหนูดีเดินทางมาเยี่ยม ก็เพิ่งคุยกันหัวข้อนี้ เธอบอกว่า เมื่อไหร่ที่ลูกๆ มารวมตัวกันได้ครบทั้งสามคน (พวกเขาเรียนจบกันหมดแล้ว ย้ายออกไปหมด แต่กลับมาเยี่ยมบ้านสม่ำเสมอ) เธอจะเตรียมอบอะไรหอมๆ ไว้ กะเวลาว่าพอลูกเปิดประตูเข้าบ้านมา กลิ่นต้องปะทะจมูกทันที โอ้โห คุณแม่หัวใสมากๆ
เมื่อครั้งอยู่อเมริกาและเพิ่งกลับจากไปอยู่บ้านญาติๆ ที่เป็นครอบครัวทางฝั่งคุณพ่อ คือ เป็นคนอเมริกันที่สืบเชื้อสายมาจากชาวสวีดิช พวกเราก็ได้เรียนรู้เมนูเด็ดๆ หลายเมนู แต่ที่ชอบที่สุดก็คือ น้ำแอปเปิลไซเดอร์ร้อน ซึ่งทำได้ง่ายมาก โดยซื้อน้ำแอปเปิลคั้นแบบขุ่นข้นมา (มีสองแบบค่ะ ใสเหลือง และขุ่นน้ำตาล) แล้วเททั้งลิตรลงไปในหม้อตุ๋นคร็อคพ็อต (เป็นหม้อตุ๋นมาตรฐาน มีฝาใส ตุ๋นอาหารได้ที 67 ชั่วโมง หนูดีถึงขั้นหอบกลับมาด้วยเลย เพราะคุ้มมาก) แล้วหั่นส้มซันคิสบีบน้ำลงไป 1 ลูก ขูดเปลือกส้มใส่ลงไปนิดหน่อย เติมน้ำตาลนิดหนึ่งเพื่อตัดรส ใส่ก้านซินนามอนลงไป 34 ก้าน แล้วตุ๋นไว้เลย พอเริ่มเดือดก็เปิดฝา ลดไฟ ให้กลิ่นระเหยออกมา เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้เป็นชั่วโมงๆ คราวนี้ละค่ะ บ้านทั้งบ้านจะกลิ่นละมุนเหมือนเค้กแอปเปิล ให้ความรู้สึกเป็นเทศกาลมากๆ เราทำกันบ่อยสมัยเรียน จนผ่านเทศกาลไปหลายเดือนก็ยังไม่เลิกฮิต
แถมยังได้สูตรอื่นๆ มาจากแม่ทูนหัว เพื่อนๆ อีกหลายสูตร เช่น มันหวานมาร์ชแมลโลว์ ซึ่งอร่อยจนต้องขอให้แม่ทูนหัวของเราทำให้กินทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยม พอลองเรียนดู ทำง่ายแสนง่าย เพราะเราก็เพิ่งรู้ว่า แม่ทูนหัวใช้วิธีเปิดกระป๋องมันหวานเชื่อม เทผสมวิปปิงครีม คนๆ ให้เข้ากันนิดหน่อย โรยหน้าด้วยมาร์ชแมลโลว์ แล้วอบจนมาร์ชแมลโลว์เริ่มกรอบน้ำตาล เท่านั้นเอง แต่อร่อยจนต้องกวาดเกลี้ยงจาน
หนูดีก็จะขอแบ่งปันสูตรอาหารแบบฝรั่งๆ ที่ปรับมาใช้ผลไม้ไทยๆ ให้เข้ากับฤดูกาลนี้กันค่ะ สูตรนี้ควรมีเตาอบและเครื่องปรุงให้พร้อม รวมถึงควรกินกับไอศกรีมวานิลลาด้วย สูตรนี้หนูดีอบทีไรบ้านจะหอมไปหลายชั่วโมง และได้รับคำชมเสมอ ไม่เหมือนบางสูตรที่คนกิน กินไปบ่นไป จนต้องแกล้งบอกว่า “คายคืนมาเลย” แต่ไม่โกรธหรอกค่ะ ทุกคำตินั้น เป็นไปก็เพื่อให้เชฟมือใหม่อย่างพวกหนูดีทำได้อร่อยขึ้นในครั้งหน้านั่นเอง
สูตรนี้ชื่อ “มะม่วงอบนิ่มหน้ากรอบ” ค่ะ โดยส่วนผสมหน้ากรอบ ก็มี เนยจืด 0.25 ถ้วยตวง ข้าวโอ๊ต 0.5 ถ้วยตวง แป้งอเนกประสงค์ 0.5 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายแดงกดแน่น 0.5 ถ้วยตวง ผงฟู 0.025 ช้อนชา เบกกิงโซดา 0.025 ช้อนชา และเกลือนิดๆ ติดปลายช้อนเพื่อตัดรส
ส่วนผสมมะม่วงอบนิ่มมี มะม่วงสุก จะเป็นน้ำดอกไม้หรืออะไรก็ได้ 2 ลูก ลูกเกดหรือแครนเบอรี 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มี หรือไม่ชอบ ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ) แป้งอเนกประสงค์ 2 ช้อนชา อบเชยผง 1 ช้อนชา
วิธีทำแสนง่ายจนไม่น่าเชื่อ คือ อุ่นเตาอบไว้ก่อนที่ 175 องศาเซลเซียส เอาเนยเข้าไมโครเวฟแวบเดียวแค่พอละลายนิ่มๆ เอาส่วนผสมสำหรับทำหน้ากรอบคนๆ กับเนยจนเข้ากัน นี่คือถ้วยสำหรับหน้า คราวนี้หันมาทำถ้วยไส้บ้าง ก็แค่ปอกมะม่วงสุก หั่นเป็นชิ้น คลุกกับส่วนผสมของเขา ระวังเละนะคะ แล้ววางแผ่ในถาดอบ
จากนั้นนำหน้ากรอบมาวางๆ แปะๆ ข้างบน ให้เห็นมะม่วงแบบวับๆ แวมๆ กำลังน่ารัก แล้วส่งเข้าเตาอบเลยค่ะ ประมาณ 30-40 นาที เอาแค่หน้าที่เป็นข้าวโอ๊ตเกรียมๆ เท่านั้น พอดึงออกมาปั๊บ เตรียมไอศกรีมไว้เลยค่ะ กินร้อนๆ จะอร่อยและหอมมาก เหมาะกับเวลาที่ครอบครัวมารวมตัวกันพร้อมหน้า สูตรนี้ ดั้งเดิมเป็นแอปเปิลเขียว
ใครจะทำสูตรเดิมก็ไม่หวงห้ามค่ะ แต่ฤดูนี้มะม่วงออกมาเยอะ หนูดีลองทำกับมะม่วงแล้ว อร่อยกว่าสูตรฝรั่งแบบเดิมๆ หรือว่าเพราะมันถูกกับลิ้นคนไทยมากกว่าก็ไม่ทราบค่ะ







