
หนุ่ม-กรรชัยเดินหน้าฟ้องหุ้นส่วนไอซ์ มอนสเตอร์
หนุ่ม-กรรชัย เดินหน้าฟ้องหุ้นส่วนไอซ์ มอนสเตอร์ ลั่นไม่มีการไกล่เกลี่ยอีกแล้ว เพราะเคยเจรจา 3 รอบ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า จึงต้องยื่นฟ้องร้องเพื่อขอความเป็นธรรมและปกป้องศักดิ์ศรี
หนุ่ม-กรรชัย เดินหน้าฟ้องหุ้นส่วนไอซ์ มอนสเตอร์ ลั่นไม่มีการไกล่เกลี่ยอีกแล้ว เพราะเคยเจรจา 3 รอบ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า จึงต้องยื่นฟ้องร้องเพื่อขอความเป็นธรรมและปกป้องศักดิ์ศรี
นายวุฒิโรจน์ กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม-กรรชัย ดาราพิธีกรชื่อดัง พร้อม นายอนันต์ ฉัตรวชิระกุล ทนายความส่วนตัวพร้อมพยานได้เดินทางมายังศาลจังหวัดนนทบุรี ตามที่ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องคดีหนุ่มกรรชัยเป็นฝ่ายโจทย์ยื่นฟ้องคดีอาญากับนางชัญญา โชติญาณวงษ์ในคดีความผิด พรบ.ห้างหุ้นส่วน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้หุ้นกันเปิด บริษัท ไอ ดู ไอซ์ จำกัด ขายน้ำแข็งเกล็ดหิมะในชื่อ ไอซ์ มอนสเตอร์ จากประเทศฟิลิปปินส์ แล้วเกิดมีปัญหา
หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า หลังจากที่มีการติดต่อขอเจรจาระหว่างกันมา 3 รอบ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าขึ้นมา เพราะเมื่อทางตนขอที่จะนำฝ่ายตรวจสอบบัญชีคนนอกเข้าไปตรวจสอบบัญชีของทางบริษัทเอง ทางฝ่ายนั้นก็ไม่ยอม ดังนั้นในวันนี้จะไม่มีการไกล่เกลี่ยคดีกันอีกแล้ว จึงต้องเดินทางฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอความเป็นธรรมและให้ศาลคุ้มครอง อายัดทรัพย์สินฉุกเฉิน เนื่องจากทราบมาว่า มีทรัพย์สินบางรายการของบริษัทที่ถูกนำเงินออกไปซื้อเป็นซื้อของบุคคลแล้ว เช่นที่ดินแปลงหนึ่ง
นอกจากนี้การนำเอาชื่อของตนออกจากการเป็นหุ้นส่วนของบริษัทโดยที่ไม่ได้ยินยอมหรือเซ็นเอกสารการลาออกจากการเป็นผู้ถือหุ้นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องทั้ง ๆ ที่ตนร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัทนี้ด้วยเงินและชื่อเสียง ไม่ใช้หุ้นลมอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง จึงต้องออกมาฟ้องร้องต่อศาลทั้งทางแพ่งและอาญาเพื่อขอความธรรมและปกป้องศักดิ์ศรี
"ผมต้องได้ในส่วนของทรัพย์สินที่ลงทุนไปและเงินปันผลจากการประกอบกิจการ แต่นี้ 5 ปี มาแล้วที่ผมไม่เคยได้รับแม้แต่เงินบาทเดียว ทั้ง ๆ ที่กลุ่มเด็ก ๆ วัยรุ่น ต่างก็รู้ว่า ไอซ์มอนเตอร์เป็นยี่ห้อของหนุ่มกรรชัย แต่กลับถูกไปให้ข่าวว่า ผมเป็นแค่พรีเซ็นเตอร์สินค้า เหมือนถูกทำนาบนหลังคน"หนุ่มกรรชัยกล่าว
นอกจากนี้อยากฝากไปบอกถึงแฟร์นไชส์ทุก ๆคนว่า ในช่วงนี้อาจมีการฟ้องร้องกันอยู่เพราะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น อาจทำให้ผู้ซื้อแฟร์นไชส์ไปเกิดความกระทบกระเทือนทางจิตใจในการทำธุรกิจ ก็ต้องขอเรียนไว้ให้ทราบกัน เพราะจากการตรวจสอบบัญชีทั้งหมดกับตัวเลขที่กรมสรรพากรรับแจ้ง พบว่าตัวเลขมันมีความแตกต่างกันมาก
สำหรับการลงทุนร่วมกันในอนาคตคงเข็ด ไม่กล้าทำอะไรด้วยแล้ว มันเหมือนแก้วที่แตกไปแล้ว จะผสานอย่างไรก็ยังคงมีรอยร้าวอยู่ ไม่สนิท ที่ผ่านมาทำธุรกิจหลายอย่างก็ไม่เคยไปโกงหรือเอาเปรียบใคร แต่กับทางกลุ่มญาติๆ มักเกิดปัญหาตลอด ไม่เหมือนกับการทำธุรกิจกับเพื่อน
ด้านนายอนันต์ ฉัตรวชิระกุล ทนายความกล่าวว่า ในวันนี้เป็นการนัดไต่สวนมูลฟ้อง ส่วนเรื่องผลของคดีนั้นมีความมั่นใจ 70% โดยเอกสารที่จะนำเสนอต่อศาลได้เตรียมพร้อมมาอย่างเต็มที่ ขณะที่ฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทางแพ่งนั้น กำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะเรียกจำนวนเท่าไร เพราะต้องนับจากวันที่ถือหุ้นมาจนปัจจุบันเป็นระยะเวลา 5 ปี นั้น ก็เป็นจำนวนมากพอสมควร







