
ท็อป 10 แข้งพรีเมียร์เก็บกระเป๋ารอย้าย
ความคึกคักของตลาดซื้อขายนักเตะส่วนใหญ่ เกิดจากแต่ละสโมสรต้องการเสริมจุดแข็ง อุดช่องโหว่ของทีม
ความคึกคักของตลาดซื้อขายนักเตะส่วนใหญ่ เกิดจากแต่ละสโมสรต้องการเสริมจุดแข็ง อุดช่องโหว่ของทีม
โดย...ทีมข่าวกีฬา
ความคึกคักของตลาดซื้อขายนักเตะส่วนใหญ่ เกิดจากแต่ละสโมสรต้องการเสริมจุดแข็ง อุดช่องโหว่ของทีม เพื่อยกระดับผลงานและความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสโมสรนั้นเป็น “บิ๊กเนม” ที่มีเงินถุงเงินถังลงทุนกับซูเปอร์สตาร์
แต่บ่อยครั้งการโยกย้าย ก็เกิดขึ้นจากตัวนักเตะที่ประกาศตัวอยากหาโอกาสและความท้าทายใหม่ เปิดช่องให้หลายทีมกระโดดเข้าใส่เป้าหมายเสมือนเป็นแม่เหล็กชั้นดี ถึงแม้บางครั้งสโมสรไม่ต้องการขาย และพยายามจะรั้งตัวไว้
ทว่าสุดท้าย บ้างก็ทำได้แค่ยื้อเวลา บ้างก็ต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินตรา บ้างก็เปลืองเวลาในการฝืน เหมือนคติที่ว่า “เมื่อเขาไม่มีใจ ก็เปล่าประโยชน์ที่จะรั้งตัวไว้”
และนี่คือ 10 อันดับนักเตะในพรีเมียร์ลีก ที่อยากจะให้กุนซือและสโมสรปล่อยพวกเขาไป เมื่อถึงเวลาเปิดตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้
10.นิโก ครานจ์ชาร์
“ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ประกาศตัวเป็นทีมหนึ่งที่รวมยอดมิดฟิลด์ไว้อย่างคับคั่ง แต่ไม่มีพื้นที่ว่างพอให้พวกเขาลงเล่นได้ทั้งหมด
ครานจ์ชาร์ เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งดูเกมข้างสนามจากสาเหตุนี้ และเขาหวังจะเก็บกระเป๋าออกไปหาบ้านใหม่ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจาก สตีเวน พีนาร์ ย้ายเข้ามาไวต์ฮาร์ตเลน และเพิ่มการแข่งขันมากขึ้นอีก แต่ความต้องการของเขาไม่บรรลุผลกับการล่าตัวของแวร์เดอร์ เบรเมน
ดังนั้น ในซัมเมอร์นี้ มิดฟิลด์ชาวโครแอตจะมองหาต้นสังกัดใหม่ เพื่อโอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงสม่ำเสมอมากขึ้น โดยยังอยากค้าแข้งอยู่ในพรีเมียร์ลีกเหมือนเดิม
9.มาริโอ บาโลเตลลี
นอกจากเจ้าตัวจะไม่มีความสุขแล้ว นับวันอนาคตของ บาโลเตลลี ในถิ่น “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็ดูจะมืดมนลงเรื่อยๆ จากพฤติกรรม “แบดบอย” ทั้งในและนอกสนาม และยังไม่มีทีท่าจะสำนึกผิดและปรับปรุงตัวเอง จนกุนซือโรแบร์โต มันชินี เริ่มจะหมดความอดทนลงทุกวัน ทำให้แทบจะถูกลืมอยู่บนม้านั่งสำรอง
การย้ายกลับไปอิตาลีดูจะเป็นเป้าหมายของซูเปอร์มาริโอ แต่ปัญหาคือการหาทีมที่ยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าตัวในราคาที่ไม่เข้าเนื้อแมนฯ ซิตี มากเกินไป หลังจากลงทุนซื้อมาจากอินเตอร์ มิลาน 24 ล้านปอนด์ (ราว 1,200 ล้านบาท) และทีมใดจะยอมปวดหัวกับพฤติกรรมอันเลื่องลือของกองหน้ารายนี้
อย่างไรก็ตาม เอซี มิลาน ตกเป็นข่าวปลายทางที่บาโลเตลีต้องการจะกลับไปบ้านเกิด
8.แจ็ก รอดเวลล์
มิดฟิลด์ตัวกลางดาวรุ่งของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน มีปัญหาอาการบาดเจ็บสกัดผลงานในฤดูกาลนี้ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังได้รับความสนใจจากผู้จัดการทีมหลายคนในพรีเมียร์ลีก หนึ่งในนั้นคือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังมองหาตัวตายตัวแทน พอล สโคลส์
ด้วยวัย 19 ปี รอดเวลล์ต้องการย้ายทีมเพื่อความสำเร็จในอนาคต ขณะที่สโมสรยังมีนโยบายทำเงินในตลาดซื้อขายนักเตะจากการขายเด็กปั้นออกไป ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับ เดวิด มอยส์ ไม่น้อย แต่เนื่องจากทีมที่สนใจคือยักษ์ใหญ่อย่างผีแดง ทำให้ทุกอย่างคงไม่ง่ายอย่างที่คิด
เพราะตลาดซื้อขายนักเตะในอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องโก่งค่าตัวเมื่อได้รับความสนใจจากทีมใหญ่ ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งมีภาระหนี้ท่วมหัว ก็มีการลงทุนจำกัดในระยะหลัง
7.ชาร์ลส์ เอ็นซอกเบีย
ปีกซ้ายจอมพลิ้วของ “เดอะ ลาติกส์” วีแกน เป็นอีกคนที่ตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง หลังนักเตะเผยฝันอยากหาสังกัดใหม่เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพอยู่บ่อยครั้ง และด้วยสถานการณ์ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นของทีม ในฐานะรั้งบ๊วยของตารางพรีเมียร์ลีกขณะนี้ อาจช่วยให้เขาสมหวังในซัมเมอร์นี้
นักเตะฝรั่งเศสได้รับความสนใจเข้ามามากมาย ดังนั้นสโมสรและเขาอาจจะลังเล และใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจก่อนจะย้ายออกไป โดยมีซันเดอร์แลนด์และนิวคาสเซิล อดีตต้นสังกัดเก่า เป็นคู่แข่งสำคัญในการคว้าตัวไปร่วมทีม
6.ดิดิเยร์ ดร็อกบา
กองหน้าทีมชาติไอวอรีโคสต์ มีข่าวจะย้ายไปร่วมงานกับ โจเซ มูรินโญ อดีตนายเก่าที่เรอัล มาดริด อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะหลังจาก โรมัน อับราโมวิช เจ้าของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยอมทุ่มเงิน 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,500 ล้านบาท) กระชากตัว เฟอร์นานโด ตอร์เรส มาร่วมทีมในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
การมาของอดีตดาวยิง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทำให้ดร็อกบาตกไปเป็นตัวเลือกสำรอง ขณะที่การเซ็นสัญญากับ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ก็ยังไม่มีผลงานน่าพอใจ
ที่สำคัญ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างมูรินโญและดร็อกบา ก็เป็นที่รู้กันดีในวงการฟุตบอล ถึงแม้ว่าตอร์เรสซึ่งยังปลดล็อกยิงประตูแรกในเสื้อเชลซีไม่ได้ จะหาฟอร์มเก่งไม่เจอ และเปิดโอกาสให้ดร็อกบาทวงตำแหน่งตัวหลักคืน แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนใจ กองหน้าร่างถึกเลือกอยู่มากกว่าจะตามนายรักไปเบอร์นาบิว
5.เปเป เรนา
นายทวาร “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ตกเป็นเป้าหมายในการแก้ปัญหาในตำแหน่งผู้รักษาประตูของทีมลุ้นแชมป์อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเจ้าตัวแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนต้องการประสบความสำเร็จ และลงเล่นในแชมเปียนส์ลีก ซึ่งผิดหวังกับหงส์แดงมาแล้ว 2 ฤดูกาล และยังมีทีท่าจะไม่สมหวังอีกในฤดูกาลหน้า (ตั๋วแชมเปียนส์ลีก)
แม้การเข้ามารับหน้าที่ของ “คิงเคนนี” เคนนี ดัลกลิช ตำนานนักเตะและผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล จะเพิ่มความหวังให้ชาวเดอะค็อปมากขึ้น แต่ก็ยังไม่การันตีความสำเร็จ
ขณะที่สโมสรไม่อยากเสียผู้รักษาประตูมือดีออกไปในจังหวะแบบนี้ นอกจากจะได้ราคาล่อตาล่อใจ เมื่อรายงานระบุว่า ข้อเสนอ 20 ล้านปอนด์ (ราว 1,000 ล้านบาท) ของอาร์เซนอลถูกปฏิเสธไป
ถึงช่วงหลังผีแดงจะเบนเป้าไปหาผู้รักษาประตูคนอื่นมาเป็นตัวแทน เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่เตรียมแขวนถุงมือหลังจบฤดูกาลนี้ แต่อาร์เซนอลยังคงมีข่าวกับนายทวารทีมชาติสเปนแทบทุกวัน อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกกระแสว่า เขาอาจตามรอยเท้าพ่อด้วยการย้ายไปร่วมทีมแอตเลติโก มาดริด ในซัมเมอร์นี้
4.โฆเซ เอ็นริเก
แบ็กซ้าย “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล มีชื่ออยู่ในตลาดซื้อขายนักเตะมาต่อเนื่องเช่นกัน โดยส่วนมากจะเป็นข่าวย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล หลังจากโชว์ฟอร์มน่าประทับใจคงเส้นคงวาให้กับสาลิกาดงในฤดูกาลนี้ และกำลังมองหาสิ่งที่ดีกว่าและใหญ่กว่า
เอ็นริเก ในวัย 25 ปี ยังไม่เคยติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ หลังจากลงเล่นในชุดเยาวชนรุ่น 16, 20 และ 21 ทั้งหมด 9 ครั้ง และยิง 1 ประตู
นี่อาจทำให้เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องย้ายไปเล่นให้กับทีมใหญ่กว่า เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ และโอกาสในการติดทีมชาติ เพราะแม้จะได้ลงเล่นสม่ำเสมอกับนิวคาสเซิล แต่ก็คงยังไม่เด่นพอเข้าตากรรมการ เมื่อเทียบกับนักเตะในทีมใหญ่และมีประสบการณ์ในเวทีใหญ่
3.แกรี เคฮิลล์
กองหลัง “เดอะทรอตเตอร์ส” โบลตัน เป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมที่ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในการแย่งเซ็นสัญญา
ด้วยวัย 25 ปี ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงท็อปของอาชีพนักค้าแข้ง และถูกคาดหวังจะเป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษในอนาคต ดูเหมือนว่าเขาเตรียมจะเก็บกระเป๋าออกจากรีบ็อกซ์ สเตเดียม เพื่อมองหาความท้าทายใหม่
อาร์เซนอล ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแม้แต่เอซี มิลาน ในกัลโช เซเรีย อา ก็ล้วนตกเป็นข่าวต้องการคว้าตัวเคฮิลล์ทั้งสิ้น ดังนั้นประเด็นการย้ายทีมของกองหลังอังกฤษรายนี้ จะเป็นคำถามเกี่ยวกับเวลาและจุดหมายปลายทาง มากกว่าจะเป็นเรื่องการย้ายหรือไม่ย้าย
2.คาร์ลอส เตเบซ
กัปตันทีม แมนฯ ซิตี ไม่ได้มีปัญหากับฟอร์มการเล่น หรือต้องการโหยหาความท้าทายในทีมใหญ่ๆ ตรงกันข้ามกลับเป็นฤดูกาลที่มีผลงานส่วนตัวอันยอดเยี่ยมมากที่สุดก็ว่าได้ จากการครองตำแหน่งรองดาวซัลโวในพรีเมียร์ลีก 19 ประตู ตามหลัง ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 2 ประตู รวมทั้งมีชื่อลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ แต่ยังห่างไกลจากความสุขมาก
เตเบซ เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ต้องการย้ายออกจากอังกฤษ แม้จะเพิ่งตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่ไป แต่ปัญหาของดาวยิงอาร์เจนตินา คือ การไม่ชอบชีวิตและวัฒนธรรมฟุตบอลในอังกฤษ และต้องการย้ายไปที่อื่น
เมื่อต้นฤดูกาลเขายื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนย้าย และเปรยถึงการแขวนสตั๊ดก่อนเวลาอันควรอยู่บ่อยครั้ง โดยตกเป็นข่าวกับ “ม้าลาย” ยูเวนตุส และ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน หรืออาจจะกลับไปบ้านเกิดตามความต้องการที่จะอยู่ใกล้ชิดกับลูก อย่างที่เจ้าตัวเคยบ่นไว้ก่อนหน้านี้
ไม่ว่าสุดท้ายจะเป็นที่ไหน เตเบซ ยังถูกคาดว่าอยากย้ายออกจากเรือใบสีฟ้าในซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะถ้าไม่มีโควตาไปแชมเปียนส์ลีกมาทำให้ลังเล
1.เชส ฟาเบรกาส
ฟาเบรกาส ถือเป็นศูนย์กลางความเคลื่อนไหวของตลาดซื้อขายนักเตะในซัมเมอร์นี้ เมื่อกัปตันทีม อาร์เซนอล เผยความฝันชัดเจนอยากกลับไปค้าแข้งกับบาร์เซโลนา อดีตต้นสังกัดสมัยเยาวชน ซึ่งตรงกับความต้องการของแชมป์ลา ลีกา แต่ไม่สามารถตกลงเรื่องค่าตัวกันได้ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว
อย่างที่ทราบกันว่า ฟาเบรกาส ผิดหวังกับการไร้ถ้วยแชมป์ประดับตู้ที่อาร์เซนอลมาหลายฤดูกาล และอาจจะเพิ่มอีกฤดูกาลในปีนี้ เมื่อยังเหลือความหวังเพียงถ้วยเดียวในพรีเมียร์ลีก และตามหลังผีแดงของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 7 แต้ม แข่งน้อยกว่า 1 นัด ทำให้โอกาสที่ปืนโตจะยื้อตัวกัปตันทีมของพวกเขาไว้ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ
มีรายงานจากสื่อในอังกฤษ ระบุว่า อาร์แซน เวนเกอร์ พยายามจะขอความเชื่อมั่นจาก สแตน โครเอ็นเก ผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสรชาวอเมริกันว่าเชสจะไม่ถูกปล่อยตัวออกจากทีม
การรั้งตัว ฟาเบรกาส ไว้ในเอมิเรตส์ สเตเดียม คือบททดสอบอีกครั้งในซัมเมอร์สำหรับอาร์เซนอล เมื่อใจของนักเตะนั้นลอยไปไกลถึงคัมป์นูเรียบร้อยแล้ว และอยู่ที่บาร์ซาจะยอมทุ่มมากแค่ไหนในการสานฝันฟาเบรกาสให้เป็นจริง เพราะมิดฟิลด์ที่มีก็แทบจะไม่มีที่ให้เบียดอยู่แล้ว







