posttoday
ไต่ฝันอันสูงสุด รัฐพล ทรัพย์มนู

ไต่ฝันอันสูงสุด รัฐพล ทรัพย์มนู

16 เมษายน 2554

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “จงฝันให้สูงเข้าไว้ แล้วทำมันให้เป็นจริง”

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “จงฝันให้สูงเข้าไว้ แล้วทำมันให้เป็นจริง”

 แล้วถ้า ณัฐพล ทรัพย์มนู ฝันที่จะพิชิตยอดเอเวอเรสต์ ภูเขาที่สูงที่สุดในโลกล่ะ มันสูงพอไหม

ไต่ฝันอันสูงสุด รัฐพล ทรัพย์มนู

ณัฐพล ทรัพย์มนู เจ้าของกิจการส่วนตัวที่มีความฝันหลังจากได้ดูภาพยนตร์เกี่ยวกับการปีนเขาเมื่อ 15 ปีที่แล้ว มันจุดประกายความกล้าภายในให้ลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ณัฐพลเริ่มไต่ผาสมัยตั้งแต่เป็นนักศึกษาและเพิ่มความสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 4,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลเป็น 5,000 เป็น 6,000 และสูงสุดถึง 8,848 เมตร บนยอดเอเวอเรสต์ ความฝันสูงสุดของเขา

แต่นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ระยะทางของความฝันถึงจุดเริ่มต้นแล้ว เพราะมันเป็นวันที่เขาออกเดินทางจากประเทศไทยสู่เนปาล ประเทศที่ตั้งของยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่คิดอยากไปแล้วไปได้เลย เพราะณัฐพลต้องเตรียมตัว เตรียมทีมงาน เตรียมอุปกรณ์ และที่สำคัญคือเตรียมเงินลงทุน

เรื่องเงินเป็นอุปสรรคสำคัญ เพราะการเดินทางต้องใช้เงินมากกว่า 10 ล้านบาท ดังนั้นถ้าเขาไม่มีมัน เขาก็จะไม่มีวันได้ไป แต่ด้วยความกล้าและความตั้งใจจริง ณัฐพลได้ยื่นเรื่องขอเงินสนับสนุนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โดยไม่คิดไม่ฝันเลยว่าบริษัทนี้จะกล้าให้

เมื่อเงินพร้อม ต่อมาคือร่างกายของณัฐพลเอง เขาต้องเดินทางปีนเขาที่มีความสูงประมาณ 5,0006,000 เมตร เป็นเวลากว่า 2 ปี เพื่อปรับร่างกายให้ทนสภาพกับความสูงและความหนาวเย็น และทุกวันเขาต้องวิ่งวอร์มร่างกายระยะทาง 10 กิโลเมตร เข้ายิม เล่นโยคะ และปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะอย่างหลังที่เขาให้เวลาและให้ความสำคัญมาก เพราะการปีนเขานอกจากฝีมือแล้ว สมาธิคือหนึ่งอย่างที่ต้องมี

เมื่อถามว่าเคยคิดหรือไม่ว่าความฝันพิชิตเอเวอเรสต์มันใหญ่เกินไปสำหรับณัฐพล เขาตอบว่า

“คิดตลอดเวลา แต่ไม่เคยท้อ เพราะคิดว่าเกิดมาแล้วเราอยากทำอะไรก็ทำไปเลย ถือคติทำแล้วเสียใจดีกว่าไม่ได้ทำ”

และถามต่อว่า กลัวตายไหม ณัฐพลตอบ

ไต่ฝันอันสูงสุด รัฐพล ทรัพย์มนู

“ไม่รู้สึกกลัว ถ้าถึงเวลาตายยังไงก็ต้องตาย ชีวิตคนเรามันสั้น วันนี้ยังไม่ตายก็ทำเลย อย่ามัวแต่คิด”

ระหว่างการเดินทางณัฐพลจะมีเชอร์ปาชาวเนปาลร่วมเดินทางตลอดทาง เชอร์ปาคือผู้ชำนาญทางและคือคนที่เคยขึ้นไปถึงยอดเอเวอเรสต์มาแล้ว เพื่อคอยแนะนำและบอกเส้นทางณัฐพลขึ้นไปสู่ยอดเขาได้ง่ายขึ้น และจากประสบการณ์ของเชอร์ปาที่เคยขึ้นไปยืนบนเอเวอเรสต์มาแล้วได้บอกว่า ระหว่างทางมันลำบากมากจนบางคนต้องยอมแพ้ระหว่างทาง แต่เมื่อทำสำเร็จและมองย้อนกลับมาจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองและจะมองความลำบากเหล่านั้นเป็นความกล้าหาญแทน และในครั้งนี้เขาจะช่วยเหลือณัฐพลให้ขึ้นไปสู่ยอดเอเวอเรสต์ให้ได้

สำหรับณัฐพลเองในตอนนี้ (ก่อนไปเนปาล) เขาไม่เห็นภาพตัวเองขณะปีนแล้ว แต่เขาเห็นภาพตัวเองกำลังยืนชูธงอยู่บนยอดเอเวอเรสต์ต่างหาก และเขายังบอกด้วยว่าวินาทีแรกที่ไปถึง เขาจะยืนนิ่งๆ ซึมซับความภาคภูมิใจในตัวเองและค่อยดื่มด่ำกับบรรยากาศที่อยู่สูงสุดของโลก

ความกล้าหาญและความคิดบวกของณัฐพลนี่เองที่ทำให้กล้าแกมบ้าบิ่นปีนเอเวอเรสต์ แม้รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่อันตรายเพราะอากาศบนเขาจะแปรปรวนตลอด จะคาดการณ์สภาพอากาศได้ยาก และหากเกิดพายุบนนั้นลมจะพัดเร็วกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่สามารถพัดคนให้ลอยได้ และยิ่งในภาวะโลกร้อนเช่นนี้ น้ำแข็งบนเขาจะละลายเร็วกว่าปกติ เป็นการเพิ่มความยากลำบากในการปีน แต่ถึงอย่างไรณัฐพลก็ยอมเสี่ยงเพื่อโอกาสที่จะทำความฝันให้เป็นจริง และหากณัฐพลทำสำเร็จ เขาจะเป็นคนไทยคนแรกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

จากการคาดการณ์ ณัฐพลจะกลับมาถึงประเทศไทยกลางเดือน มิ.ย. แต่จะหอบความสำเร็จหรือความผิดหวังมานั้นต้องรอลุ้น แต่ณัฐพลได้พูดไว้ก่อนไปแล้วว่า “ผมจะกลับมาพร้อมข่าวดีแน่นอน” คนไทยสามารถส่งพลังใจเชียร์ณัฐพล

ได้ทุกวันหลังข่าว ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5

เริ่มวันที่ 25 เม.ย.นี้เป็นต้นไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท