
กรุ่นกลิ่นดอกไม้
เคยได้ยินมาว่าความงามของศิลปะแท้จริง
เคยได้ยินมาว่าความงามของศิลปะแท้จริง
แล้วไซร้ไม่ได้จัดแสดงอยู่แค่เพียงในแกลเลอรีหรู และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าศิลปะสามารถเกิดได้ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่กลางหุบเขาบนเนื้อที่กว่า 800 ไร่
ดาษดา อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักนักสำหรับวงการศิลปะของไทย ทว่าในวงการดอกไม้ กล้วยไม้ ดาษดาเป็นที่รู้จักดีในฐานะฟาร์มไม้ดอกรายใหญ่ที่ส่งดอกไม้ให้แก่ร้านดอกไม้ในไทยและต่างประเทศมากว่า 8 ปี ไม่ว่าจะเป็นดอกกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส ดอกไฮเดรนเยีย ดอกเยอบีรา ดอกเบญจมาศ ฯลฯ
ในแต่ละวันมีดอกไม้ถูกส่งจากฟาร์มแห่งนี้ไปยังร้านจัดดอกไม้ทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 8,0001 หมื่นดอก และในปีนี้ทางดาษดากำลังจะนำประสบการณ์ความชำนาญในไม้ดอกเหล่านั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นศิลปะจากดอกไม้พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม และเข้าใจถึงความสวยงามของดอกไม้แต่ละสายพันธุ์
“ดาษดาแบ่งสายงานออกเป็น 4 ส่วน คือ ฟาร์มดอกไม้ แกลเลอรี ร้านอาหาร และโรงแรม”
“ที่เราเลือกเปิดแกลเลอรีถนนทางขึ้นเขาใหญ่ฝั่งปราจีนฯ ซึ่งไม่ได้เป็นถนนสายหลักก็เพราะเราอยากให้นักท่องเที่ยวได้หลีกหนีความวุ่นวายและมาผ่อนคลายกับสีสันของดอกไม้”
คุณฝ้ายนภัทร บุญตานนท์ หนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งดาษดา บอกเล่าถึงการจัดสรรพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หันมาสนใจดอกไม้กันมากขึ้น
พื้นที่ของดาษดาเริ่มอวดโฉมความงามของมวลดอกไม้ด้วย ดาษดา แกลเลอรี ที่นำไม้ดอกในฟาร์มมาผสานกับงานศิลปะ ภายใต้เรือนแก้ว (Green House) ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมสระน้ำ มีรูปปั้นหมีเขาใหญ่ตัวใหญ่แอบมองดูดอกไม้จากด้านนอก
ส่วนภายในนำดอกไม้มาจัดเป็นงานศิลปะ สลับธีมกันแบบเดือนเว้นเดือน!
ข้อดีของการแปลงดอกไม้ให้กลายเป็นงานศิลปะอยู่ตรงที่ทำให้คนที่ไม่ค่อยสนใจต้นไม้ ดอกไม้ หลงเข้ามาถ่ายรูปเล่นได้อย่างเพลิดเพลิน จนอาจจะหลงรักดอกไม้ไปเองโดยปริยาย
หากบางคนเบื่อดอกไม้ก็ยังสามารถนั่งพักจิบชา กาแฟ หรือกินไอศกรีม ซึ่งเปรียบได้กับศิลปะบนโต๊ะอาหาร ได้ที่ La Lalla โดยไอศกรีมทุกรสของที่นี่ได้คุณพริมา จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ไอศกรีมดีไซเนอร์มาช่วยสร้างสรรค์ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ที่จัดแสดงอยู่ในเรือนกระจก เช่น Hydrengea Mint Blueberry, Flower Strawberry Mango Tea แต่จะเป็น Phalaenopsis White Choc Raspberry ก็อร่อยลิ้นไม่แพ้กัน
นอกจากไอศกรีมแล้วที่ดาษดายังมีศิลปะบนโต๊ะอาหารอีกจานหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ อาหารจานดอกไม้จากร้าน บลูม@ดาษดา ร้านอาหารสไตล์ลอฟท์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ในดินแดนดาษดา ตัวร้านมีให้เลือกทั้งบาร์แบบ Openair มองเห็นวิวเทือกเขาใหญ่ และตัวร้านติดกระจกใสมองเห็นวิวสวนสีเขียว ส่วนเมนูนั้นมีให้เลือกทั้งไทย ฝรั่ง อาทิ เมี่ยงดอกไม้ ราดน้ำรสออกเปรี้ยวนิดๆ สลัดดอกไม้บุปผา 3 รส และที่จะพลาดไม่ได้ คือ ลิ้นจี่สอดไส้ชีสกับฟาแลนด์ ซึ่งเป็นดอกกล้วยไม้พันธุ์พิเศษของดาษดา
วันนี้ดาษดาได้คิดค้นสายพันธุ์ใหม่และจะอวดโฉมกับชาวไทยในอีกไม่นานเกินรอ
อย่างที่เกริ่นไว้ว่าศิลปะมีอยู่ในทุกที่ และในปลายปีนี้ทางดาษดาจะนำแรงบันดาลใจจากดอกไม้มาสร้างเป็นโรงแรมสุดหรูที่ดาษดาตั้งมาตรฐานไว้ที่ 6 ดาว ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบโรงแรมจะต้องมีดอกไม้เป็นส่วนประกอบอย่างแน่นอน
ไม่เพียงแต่ศิลปะจากดอกไม้เท่านั้น ด้วยเนื้อที่กว่า 800 ไร่ ที่ขณะนี้ยังเหลือที่ว่างอีกมากมายทำให้กลางปีนี้ (ประมาณเดือน ส.ค.) ทางดาษดาจะเปิดตัวสวนสัตว์เปิดที่ได้ข่าวว่าจะเป็นที่ฮือฮาไม่แพ้โรงแรมเลยทีเดียว และเหตุผลที่ดินแดนดาษดามีทุกอย่างสมชื่อดาษดาที่แปลได้ว่า หลากหลาย นั้น คุณนภัทรได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า“อย่างที่รู้ว่าทางเส้นหลักที่ขึ้นเขาใหญ่มันค่อนข้างแออัด มีทั้งรถ คน ร้านอาหาร และโรงแรมเต็มไปหมด เราเลยเลือกที่จะเปิดโรงแรม ร้านอาหาร และแกลเลอรีบนเส้นนี้ แต่ข้อเสียคือ ถ้ามาดูดอกไม้อย่างเดียวคนส่วนใหญ่คงจะไม่มา เพราะไม่รู้ว่ามาแล้วจะกินข้าวที่ไหน นอนที่ไหน เราจึงเปิดพื้นที่ของดาษดาแบบครบวงจร มาชมดอกไม้ กินอาหารจานดอกไม้ นอนในโรงแรมที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ เด็กๆ อาจไปดูสวนสัตว์ ขากลับอาจจะซื้อดอกไม้ติดไม้ติดมือกลับบ้าน ซึ่งทำให้ช่วงเวลาวันสุดสัปดาห์มีสีสันขึ้นมากทีเดียว”







