
AFL...เสน่ห์ฟุตบอลเมืองจิงโจ้
ไม่ได้มีกันบ่อยๆ กับโอกาสได้เกาะติดขอบสนามชมการแข่ง ออสเตรเลีย ฟุตบอล ลีก (AFL)
ไม่ได้มีกันบ่อยๆ กับโอกาสได้เกาะติดขอบสนามชมการแข่ง ออสเตรเลีย ฟุตบอล ลีก (AFL)
นัดเปิดฤดูกาล ระหว่าง ฟรีแมนเทิล ดอกเกอร์ส ซึ่งบุกมาเอาชนะ บริสเบน ไลออนส์ เจ้าถิ่น ถึงรังแก็บบา แบบสูสี 92 ต่อ 94
แน่นอนว่า สกอร์ขนาดนี้คงไม่ใช่ “ฟุตบอล” อย่างที่คนไทยเราคุ้นเคย แต่เป็น Australia Rules Football กีฬายอดฮิตของคนออสเตรเลีย
บรรยากาศทั่วไป ไล่ตั้งแต่อัฒจันทร์ที่นั่งก็ดูไม่แตกต่างจากสนามฟุตบอลระดับอินเตอร์ทั่วไป แต่ที่แปลกตาคือ ตัวสนามหญ้าทรงรี ขนาดใกล้เคียงสนามบอลมาตรฐาน ทว่าเสาโกลมีถึง 4 เสา ปักอยู่ขอบสนามทั้งสองฝั่งที่ชวนงงอยู่ไม่น้อย
“ไม่ยาก...เตะเข้าระหว่างเสากลางสองเสาได้สี่แต้ม ถ้าบอลเข้าเสานอกได้แต้มเดียว” แฟนคลับบริสเบน ไลออนส์ อธิบายกติกาอย่างรวบรัด ก่อนปล่อยให้ติดตามเกมด้วยตัวเอง
ดูไปก็คล้ายกับ รักบี้ ผสม อเมริกันฟุตบอล ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ฝ่ายละ 11 คน ต้องเตะ ขว้าง ถือ วิ่ง ไปเตะทำประตูฝั่งตรงข้าม ในระยะเวลาการแข่งขันที่แบ่งเป็น 4 ควอเตอร์ ควอเตอร์ละ 20 นาที ฝั่งตรงข้ามจะแท็กเกิลคู่ต่อสู้ได้เฉพาะคนที่ถือบอล ช่วงไหล่ลงไปจนถึงเหนือเข่า
จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ความนุ่มนวลการควบคุมอารมณ์ในการเล่น จังหวะปะทะเข้าเกมหนักๆ มีให้เห็นน้อยครั้ง และไม่บานปลายไปสู่การฮึดฮัดนอกเกม กองเชียร์ ก็มันส์อย่างมีกรอบ ดีใจ สะใจ ก็แค่ออกท่าออกทางแซวๆ กันเองเมื่อแต่ละฝ่ายทำคะแนนได้
ส่วนที่แปลกกว่ากีฬาที่เคยได้สัมผัส คือ แต่ละทีมจะมีเหมือน “เด็กบอกแผน” ในเสื้อสีเหลือง คอยวิ่งลงไปกระซิบผู้เล่นแต่ละคนในทีม เพื่อแก้เกม ปรับแผน ได้ระหว่างเกมที่กำลังเล่น
งานนี้ ด้วยความกรุณาจากการท่องเที่ยวควีนส์แลนด์ ทำให้ผมได้มีโอกาสสัมผัสกีฬานี้แบบใกล้ชิดในวีไอพีบอกซ์ร่วมกับ เควิน รัดด์ รัฐมนตรีต่างประเทศ กองเชียร์รุ่นใหญ่ของบริสเบน ไลออนส์ และ เมลิสซา ปาร์ก สส.หญิงจากเมืองฟรีแมนเทิล
การแข่งขันน่ารักตรงที่ทั้งคู่จะคอยเชียร์ทีมบ้านเกิดตัวเอง แถมมีแอบบลัฟกันเล็กน้อย โดยมีแรงหนุนจากกองเชียร์ในสนาม ที่คอยพยักพเยิดมายังทั้งสองคนเวลาได้แต้ม เสียแต้ม แบบเป็นกันเอง
ที่สำคัญ ช่วงเวลาพักครึ่งก็ลงไปทักทายฟังการปรับทุกข์ รับข้อเสนอจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งดูจะต่างจากบรรดานักการเมืองบ้านเราที่มักใช้วิธีซื้อหาเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลท้องถิ่น แต่กลับห่างเหินชาวบ้านในพื้นที่ ทว่านักการเมืองออสเตรเลีย เขากับเป็นหนึ่งเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของทีม แค่ทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของทีมประจำท้องถิ่น
ย้อนกลับมาที่ความนิยมของ “ฟุตบอล” ชนิดนี้ของชาวออสซี นอกจากจะใช้เวลาบ่มเพาะกันมายาวนานตั้งแต่ปี 1859 ก่อนจะเกิดลีกระดับประเทศ AFL ในปี 1989 ที่มี 16 ทีมเข้าแข่งขัน จุดสำคัญที่ทำให้คนเมืองจิงโจ้สนใจเป็นพิเศษ คือ ความเป็นกันเองระหว่างนักกีฬาและสังคม
ที่เห็นได้ชัด คือ หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ควีนส์แลนด์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริสเบนเป็นหนึ่งในเมืองที่เสียหายหนัก ทั้งนักบอลและทีมงานบริสเบน ไลออนส์ พร้อมใจกันไปเป็นอาสาสมัครลงไปช่วย ซ่อมแซม ฟื้นฟู ความเสียหาย อาคาร บ้านเรือนแบบน่าชมเชย
ไม่แปลกที่ค่ำวันเสาร์ อาทิตย์ ฝูงชนจากเมืองต่างๆ ตั้งแต่เด็กๆ ถึงคนแก่ จะหลั่งไหลไปเชียร์ทีมของตัวเองกันแน่นสนาม จนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต โดยเฉพาะช่วงรอบแกรนด์ ไฟนอล เดือน ก.ย. ที่ว่ากันว่าถึงขั้นสะกดคนออสเตรเลียให้หันมาติดตามชมการแข่งขันกันทั้งประเทศ







