
บ้านพักคนชรา
ความกตัญญูควรเป็นสิ่งที่ต้องทำด้วยใจไม่ใช่ทำเป็นพิธี แต่ก็ยังดีกว่าไม่คิดจะทำอะไรเสียเลยเนอะ
ความกตัญญูควรเป็นสิ่งที่ต้องทำด้วยใจไม่ใช่ทำเป็นพิธี แต่ก็ยังดีกว่าไม่คิดจะทำอะไรเสียเลยเนอะ
น้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ปูรู้จักเป็นคนที่น่าสงสาร ปูสงสารในการกระทำของน้องเขา ปีที่แล้วก็มีเรื่องกับแฟนซึ่งกำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วเชียว แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ยอมคน เอาแต่ใจ ชอบเถียง บ้าอำนาจ ชอบทวงบุญคุณกับแฟนบ่อยๆ แล้วตัวเองก็อายุมากกว่าผู้ชายเขาอีก ว่าที่แม่สามีจึงไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไร ก็คงกะจะหาเรื่องอยู่แล้วล่ะ พอดีมีเรื่องให้ทะเลาะกันระหว่างว่าที่แม่สามีและลูกสะใภ้เรื่องการจัดงานแต่งงานเนี่ยแหละ แม่จะเอาอย่างงั้น ลูกสะใภ้จะเอาอย่างงี้ ไม่ลงตัว เถียงกันไปมา แม่สามีถามลูกชายจะเลือกใคร คุณลูกชายยอดกตัญญูจึงต้องเลือกคุณแม่ค่ะ
ตัวเองเลยต้องระเห็จกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดกับแม่เพราะอายเพื่อน ที่อยู่ๆ ก็ถูกบอกเลิก ยกเลิกการแต่งงานทั้งๆ ที่คบกันมานานหลายปีแล้ว ซะเฉยๆ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือแจกการ์ดไปบ้างแล้วน่ะซิ ส่วนพ่อแม่ตัวก็ใช่เล่น เมากันสนุกสนานทั้งคู่ เรียกว่ากรึ๊บกันมาเป็นสิบยี่สิบปีแล้ว และแล้ววันหนึ่งแม่ของน้องเขาก็คงมึนๆ ล้มหัวฟาดน็อกหลับไปเลย ความจริงแกก็เคยเดินโซเซล้มพับอยู่บ่อยๆ เพราะแกจะกรึ๊บอยู่ตลอดเวลาไม่เคยหยุด แต่คราวนี้หมอบอกว่าสมองบวม นอนพะงาบอยู่บ้าน
ประจวบเหมาะกับลูกสาวคนเดียวมีเรื่องถูกถอนงานแต่ง อกหัก เลยได้กลับบ้านมาดูแลแม่ ก็ดูแลกันไปไม่นานเหมือนกรรมซ้อนกรรมซัด พ่อของน้องเขาซึ่งก็กรึ๊บตลอดเหมือนกะแม่ดันมาหกล้มขาหักไปซะอีกคน คุณน้องแกแทบบ้าเลยล่ะ ทุกข์ใจมาจากการอกหักกะจะกลับมาพึ่งกำลังใจจากพ่อแม่แต่กลับมาเจอศึกหนัก สติแตกหาทางออกไม่ได้เลยไปพึ่งหมอดูที่ไหนก็ไม่รู้
อดูบอกว่ามันเป็นกรรมเก่า ให้ไปนั่งสมาธิวิปัสสนา ไปสะเดาะเคราะห์ทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ซะ ส่วนน้องหญิงเราก็ด้วยความไม่เป็นตัวของตัวเองซะแล้ว ใครบอกให้ไปทำอะไรก็ไปหมด สติแตกลืมซิ แทนที่จะกลับมารวบรวมสติแล้วกลับไปดูแลพ่อแม่ที่กำลังป่วยอยู่ด้วยความกตัญญูจะดีกว่าที่จะทิ้งพ่อแม่ แล้วไปสะเดาะเคราะห์แสวงบุญที่ไหนก็ไม่รู้
ตัวเองก็เป็นลูกคนเดียวซะด้วยซิ ทิ้งพ่อทิ้งแม่ไปแล้วใครจะดูแลพวกท่านล่ะ เวลาไปนั่งสมาธิกับเพื่อนๆ ก็ไม่ได้นั่งทำสมาธิจริงจังกับเขาหรอก เพราะเดี๋ยวผุดลุกผุดนั่งซะจนชาวบ้านเขารำคาญกัน ทำก็ไม่ครบวันที่เขากำหนดไว้ เพราะไม่มีความอดทนฟุ้งซ่านตลอดเวลา มานั่งสมาธิกับเขาก็เพราะแค่จะมาแก้เวรแก้กรรมตามที่หมอดูบอกเท่านั้นแหละ แต่ถ้าน้องเขาตั้งใจที่จะทำให้จริงจังกว่านี้ก็อาจจะได้ผลกับตัวเขาเองนะ
ปูเคยดูสารคดีเกี่ยวกับการทำสมาธิ ถ้าทำได้จะช่วยให้สามารถหยุดคิดเรื่องที่สับสนในสมอง ลดความกระวนกระวาย ลดความเครียด แล้วมองเห็นภาพในการใช้ชีวิตได้อย่างมีสติ อาจไม่จำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหานั้นให้ได้ เพียงแต่ให้สามารถปล่อยวางได้เท่านั้น เป็นการทำให้สภาวะจิตใจได้พักผ่อน บำบัดการนึกคิดได้ปรับความสมดุลให้จิตใจดีขึ้น สามารถช่วยลดการเสียชีวิตจากการหัวใจวาย เหมือนการออกกำลังกายได้สุขภาพกาย ทำสมาธิได้สุขภาพจิต
แล้วน้องเขาก็อาจจะลืมไปรึป่าวว่าการที่ได้ปฏิบัติดูแลพ่อแม่เวลาที่ท่านเจ็บป่วยนั้นแหละเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว และการที่มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายให้ทดแทนบุญคุณก็ถือว่าโชคดีแล้วล่ะ
ส่วนตัวพ่อแม่ที่มีลูกมาคอยดูแลก็ยิ่งโชคดีกว่าอีก ในขณะที่บางคนไม่มีลูกหลานคอยดูแลต้องเก็บสตางค์เอาไว้จ้างชาวบ้านมาดูแลตัวเองยามแก่ ไม่ใช่ลูกใช่หลานเขาจะดูแลเราดีรึเปล่าก็ไม่รู้อีก
น้าเปียช่างทำผมประจำของแม่ปู เขาเห็นปูทะเลาะกะแม่ ดุแม่บ่อยๆ เขาเลยบอกว่ามีแม่ให้ปฏิบัติน่ะดีแล้ว น้าเองยังต้องไปจองบ้านพักคนชราไว้ดูแลตัวเองยามแก่เลย ที่บ้านพักคนชราเขาจะให้สิทธิคนอายุตั้งแต่ 60 เป็นต้นไป มาจองที่พักพิงให้ตัวเองยามแก่ชรา แต่กว่าจะได้คิวก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร เพราะต้องรอให้คนเก่าไปสวรรค์ซะก่อนส่วนใหญ่แล้วกว่าจะได้ก็ปาเข้าไป 70 ขึ้นนั้นแหละ
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้เข้ามาอยู่ที่นี่นะ เพราะบางคนกว่าจะได้คิวก็อาจตายไปแล้ว หรือพอจะได้เข้ามาอยู่ลูกหลานก็ไม่ให้มา เพราะเข้าใจและเกิดรักแม่ขึ้นมา คนที่เข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชรานั้นมีทั้งที่มีลูกหลานและไม่มี (อนาถา) ที่มีลูกหลานแต่เข้ากันไม่ได้ ไม่เข้าใจกัน ไม่มีเวลาดูแล ก็เอามาฝากที่นี้ ถ้าอยู่แบบส่วนตัวก็จ่ายเดือนละ 1,500 บาท เป็นค่าห้อง ค่าดูแล และค่าอาหาร ถ้ามีเงินจ่ายก็จะได้เป็นห้องเล็กๆ มีห้องน้ำในตัว ถ้าอนาถาไม่มีญาติก็นอนห้องรวมเตียงเตี้ยๆ ติดๆ กันเป็นตับ
ที่นี่จะมีกิจกรรมให้ทำตลอด เล่นดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ แม้แต่สอนวิชาชีพ พอถึงเวลากินก็จะมีคนเอาปิ่นโตเล็กๆ สามเถา เป็นมื้อเช้ากลางวัน เย็นมาให้ เวลาเจ็บป่วยก็พาไปรักษา เสียชีวิตก็เผาให้ แต่ถ้าอยากกินอะไรที่พิเศษ หรือทำอะไรที่ฟุ่มเฟือยต้องออกตังค์เองนะ ไปไหนมาไหนก็ได้ ลูกหลานก็สามารถเข้ามาเยี่ยมเยียนได้ตลอด
เรียกว่ามีความสุขกันแบบแก่ๆ นั้นแหละ ถึงจะสุขกายแต่มันจะไปสุขใจสบายใจเหมือนได้อยู่กับลูกหลานแท้ๆ เหรออออ...ชิมิ







