
อนงค์นารถ มีฉิม ใช้ทุกวันเหมือนวันสุดท้าย
น่าเสียดายที่ประชาชนคนไทยไม่มีโอกาสได้ยลโฉมและเห็นความสามารถของสาวสวยผู้นี้ “อนงค์นารถ มีฉิม” หรือ “จ๊ะจ๋า”
น่าเสียดายที่ประชาชนคนไทยไม่มีโอกาสได้ยลโฉมและเห็นความสามารถของสาวสวยผู้นี้ “อนงค์นารถ มีฉิม” หรือ “จ๊ะจ๋า”
บัณฑิตใหม่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร บนเวทีประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2554 ที่ผ่านมา เพราะไม่อาจผ่านการคัดตัว 100 คน จากสาวงามที่สมัครหลายร้อยคนได้ ทั้งที่ความสวยของเธอนั้นไม่ได้เป็นรองสาวงามคนอื่นๆ รอยยิ้มมีเสน่ห์ ชายใดเห็นแล้วเหมือนต้องมนต์ ต้องมอง...ต้องมอง...และต้องมองเธอแบบไม่ละสายตา
พยายามแบ่งเบาภาระทางบ้าน
“จ๊ะจ๋า” เกิดที่ชุมพร แต่ย้ายมาอยู่สระบุรีกับพ่อแม่โดยคุณพ่อทำงานที่การไฟฟ้า จ.สระบุรี เธอเป็นลูกคนเดียวที่พ่อแม่ค่อนข้างห่วงเพราะเป็นผู้หญิง หลังจบมัธยมปลายก็เข้ามาเรียนต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป จนสามารถคว้าใบปริญญามาฝากพ่อแม่ได้ชื่นใจในปีนี้เอง โดยในช่วงเรียนด้วยความที่เป็นนักกิจกรรมตัวยงที่ใครๆ ก็รู้จักในมหาวิทยาลัย เพราะการพูด กล้าแสดงออก จึงคิดแบ่งเบาภาระพ่อแม่ด้วยการไปหางานพิเศษทำอยู่บ่อยครั้ง
“พอเรียนปีสูงๆ ขึ้น เวลาก็ว่างมาก จ๊ะจ๋าจึงไปหางานพิเศษทำเพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้าน ล่าสุดเล่นละคร พระจันทร์ลายพยัคฆ์ ทางช่อง 7 แสดงเป็นตำรวจหญิง แล้วก็มีหนังเรื่อง เนื้อคู่ประตูถัดไป เป็นต้น ซึ่งแม้รายได้ตรงนี้ไม่มากแต่ก็ทำให้ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่หากว่าเราอยากจะได้อะไร ตรงนี้ช่วยได้เยอะ” จ๊ะจ๋า กล่าวอย่างมีความสุข
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
จ๊ะจ๋า บอกว่า การดำเนินชีวิตของเธอคือพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด และมองการใช้ชีวิตทุกวันให้คิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเรา ไม่ต้องไปคิดกังวลถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ไม่เครียดกับปัญหา รู้จักใช้สติแก้ปัญหา แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตมีความสุขแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อด้วยเงิน เพราะความสุขหลายๆ อย่างเงินก็ซื้อไม่ได้แม้แต่บาทเดียว
นอกจากการทำวันนี้ให้ดีที่สุดที่เธอใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตแล้วสาวงามจากสระบุรีมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะทำหน้าที่ของลูกให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็คือการเลี้ยงดูพ่อแม่ให้มีความสุขสบายแม้จะไม่เท่าที่ทั้งสองเลี้ยงมาก็ตาม
“การที่สมัครประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิลด์นั้น นอกจากเป็นความฝันและเป็นความชอบมาแต่เด็กแล้วก็อยากให้พ่อแม่ได้ภูมิใจและมีความสุข แม้ไม่ผ่านการคัดตัวก็ไม่เสียใจ แต่ภูมิใจด้วยซ้ำเพราะเป็นเวทีระดับประเทศครั้งแรก ต่อจากนี้ไปจะตั้งใจทำงานเต็มที่เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งมีการงานมั่นคงแล้วจะได้เลี้ยงท่านทั้งสองให้สุขสบายตามที่ตั้งใจไว้” จ๊ะจ๋า กล่าว







