posttoday
ทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจึงไม่เสื่อมจากประเทศไทย(ตอน ๔)

ทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจึงไม่เสื่อมจากประเทศไทย(ตอน ๔)

11 เมษายน 2554

สืบเนื่องจากวิสัชนา ๒ เรื่องในธรรมส่องโลก “ทำไมพระพุทธศาสนาจึงสูญสลายไปจากชมพูทวีป”

สืบเนื่องจากวิสัชนา ๒ เรื่องในธรรมส่องโลก “ทำไมพระพุทธศาสนาจึงสูญสลายไปจากชมพูทวีป”

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียน ท่านพระอาจารย์อารยะวังโส

...สืบเนื่องจากวิสัชนา ๒ เรื่องในธรรมส่องโลก “ทำไมพระพุทธศาสนาจึงสูญสลายไปจากชมพูทวีป” และ “ทำไมศาสนาพุทธจึงถูกพราหมณ์ทำลายสูญสิ้นไปจากชมพูทวีป” ขอถวายปุจฉาว่า “ทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจึงจะไม่เสื่อมไปจากประเทศไทย!?”

จริงอยู่ว่าการรับฟังวิสัชนาใน ๒ เรื่องข้างต้นนั้น หากน้อมเข้ามาพิเคราะห์พิจารณาโดยดี ก็พอจะได้คำตอบต่อคำถามนี้ แต่โยมอยากกราบขอท่านช่วยเมตตาอนุเคราะห์ประมวลคำตอบ เพื่อเป็นข้อสังวรระวัง หาทางป้องกันไม่ให้เกิด และช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในทางที่ชอบที่ควร...สืบไป

กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง

โยมเกศนี จิรวัฒน์วงศ์

‘บุคคลที่อาศัยผ้าเหลืองประพฤติตนผิดๆ เหล่านี้ ดุจมหาโจรที่เข้ามาปล้นทำลายพระพุทธศาสนา ภัยดังกล่าวในข้อนี้ร้ายแรงมาก เพราะเริ่มปรากฏชัดขึ้นในปัจจุบันที่มีการถือปฏิบัติผิดๆ ตามกันมา จนกลายเป็นดุจเหมือนเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งทำให้สาธุชนสับสน’

วิสัชนา : ในข้อที่ ๒ ของอนาคตภัย พระพุทธองค์ได้ทรงพยากรณ์ไว้ว่า “ภัย ๕ ประการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (ขณะทรงพยากรณ์ยังไม่บังเกิดขึ้น) อีกข้อหนึ่ง ได้แก่ การที่พระภิกษุในอนาคตทั้งหลาย จะไม่มุ่งอบรมกาย ไม่อบรมศีล ไม่อบรมจิต ไม่อบรมปัญญา” เมื่อไม่อบรมกายศีลจิตปัญญาอย่างแต่ก่อน เมื่อจะต้องให้นิสัยแก่กุลบุตรเหล่าอื่นจะไม่สามารถแนะนำสั่งสอนกุลบุตรเหล่านั้นได้ และต่อไปเมื่อกุลบุตรเหล่านั้นจะต้องให้นิสัยแก่กุลบุตรรุ่นต่อๆ ไป ก็ไม่สามารถกระทำ หรือแนะนำได้ และที่สำคัญกุลบุตรเหล่านั้นก็ย่อมที่จะไม่อบรมกายศีลจิตปัญญา เหมือนกัน ฉะนั้นเมื่อวินัยเละ ธรรมก็ต้องเละ เมื่อธรรมเละ วินัยก็ต้องเละ นี่เป็นอนาคตภัยข้อที่ ๒

หากสาธุชนพิจารณาความจริงในข้อที่ ๒ นี้ ก็คงเห็นเค้าลางแห่งความจริงที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันของวงการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในบ้านของเรา ซึ่งต้องยอมรับว่ามีผู้เข้ามาบวชจำนวนมากที่ไม่ประสงค์พระนิพพาน มุ่งหวังทำงานแบบคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน และบางครั้งเลวร้ายหนักกว่า ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ในพฤติกรรมลามกของบุคคลบางพวก

บางกลุ่มที่เข้ามาเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา ที่สำคัญบุคคลเหล่านี้ ผู้ไร้วินัย ไร้ธรรม ได้คบหากันอยู่เป็นกลุ่ม เป็นคณะ พูดกันให้ชัดๆ คือ มีพวกมาก ไม่แนะนำสั่งสอนกันในทางที่ถูกต้อง คือ ไม่รู้จักการให้นิสัยกัน ทั้งนี้ เพราะขาดการอบรมกายศีลจิต และธรรม และเมื่อไม่มีความรู้ ความเข้าใจในธรรมอันประณีต จึงไม่สามารถทำให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยที่บริสุทธิ์ได้ เราจึงพบเห็นการกระทำที่ล่วงเกินปาฏิโมกข์ศีลของพระภิกษุจำนวนไม่น้อยที่กระทำผิดกันอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะในเรื่องการรับวัตถุอันไม่ควร

ดังเช่น เงินทอง ของมีค่า อันมีพุทธบัญญัติห้ามรับ หรือการสะสมสิ่งของปัจจัย อันมีพุทธบัญญัติปรับอาบัติ หากมีเจตนาการสั่งสมสิ่งของปัจจัยเหล่านั้นเพื่อตน ดุจดังการกระทำของคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน ที่สำคัญคือ การถือปฏิบัติกันผิดๆ ดังกล่าว กลายเป็นแบบอย่างของกุลบุตรรุ่นหลัง เรียกว่า ไม่ให้นิสัยพระสงฆ์ยังไม่พอ แต่กลับให้นิสัยผีเปรตที่เลวกว่าผู้ครองเรือนชาวบ้านทั้งหลาย

จึงกล่าวว่า บุคคลที่อาศัยผ้าเหลืองประพฤติตนผิดๆ เหล่านี้ ดุจมหาโจรที่เข้ามาปล้นทำลายพระพุทธศาสนา ภัยดังกล่าวในข้อนี้ร้ายแรงมาก เพราะเริ่มปรากฏชัดขึ้นในปัจจุบันที่มีการถือปฏิบัติผิดๆ ตามกันมา จนกลายเป็นดุจเหมือนเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งทำให้สาธุชนสับสนว่า พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนามีการปฏิบัติตนกันอย่างไร และทำไมมีการถือปฏิบัติที่แตกต่างกัน...

พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนให้สาวกของพระองค์จับตามองภัยเหล่านี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น และได้เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน เพื่อรู้ทัน และเมื่อรู้ทันแล้ว ให้พยายามกำจัดเสียให้สิ้นไป เพื่อประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาที่พึงดำรงอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน...

จากข้อที่ ๒ สู่ข้อที่ ๓ และข้อที่ ๔ ในเรื่องอนาคตภัยของพระพุทธศาสนา แสดงไว้ชัดเจนอย่างต่อเนื่องว่า เมื่อภิกษุไม่อบรมกาย ศีล จิต และธรรม เมื่อแสดงธรรมชั้นสูง หรือตอบปัญญาธรรม จะปล่อยให้จิตตกไปในส่วนอกุศลธรรมโดยรู้เท่าไม่ถึงการ... และต่อเนื่องกันสู่ข้อที่ ๔ ทรงกล่าวว่า ภิกษุผู้ไม่อบรมเหล่านี้ จะไม่ตั้งใจฟัง

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ