
ชั่วโมงบินแห่งชีวิต
...อัคร เกียรติอาจิณ
ขณะที่นั่งดูการถ่ายทอดสดงานแจกรางวัลลูกโลก ทองคำเมื่อเดือนก่อน พลันที่พิธีกรประกาศบทหนังยอดเยี่ยมตกเป็นของ Up in the Air เชื่อไหมครับ ผมงี้ขนลุกซู่เนื้อเต้นสุดๆ เพราะนั่นแสดงว่ากรรมการเองก็คงจะชื่นชอบบทหนังเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย ถึงขั้นยอมเทคะแนนให้แบบไม่กลัวเสียเครดิต
มันเป็นบทที่กลมกล่อมมาก มีทั้งความขบขัน ความชาญฉลาด ความน่ารัก ความน่าหมั่นไส้ ความสะเทือนใจ บางครั้งอยากจะสงสารผสมอารมณ์สมน้ำหน้าตัวละคร และอาจมีจุดเล็กๆ ก็ทำเอาจุกอกจนพูดไม่ออก
ขอยกความเจ๋งนี้ให้
“เจสัน ไรต์แมน” กับ “เชลดอน เทอร์เนอร์” ในฐานะคนเขียนบทและเจ้าของต้นฉบับนวนิยาย “วอลเตอร์ คิม” ที่ช่วยให้ Up in the Air มีดีเป็นไหนๆ อย่างน้อยก็ไม่ใช่แค่การเป็นผลงานของผู้กำกับ Juno (ปี 2007) หรือเป็นหนังที่ได้ “จอร์จ คลูนีย์” นำแสดงอาจไม่ได้สร้างความฮือฮาให้กับคนดูด้วยพล็อตหักมุม อึ้งทึ่งตะลึงพรึงเพริด แต่ Up in the Air ก็อุดมไปด้วยมุขแสบๆ คันๆ แฝงไว้ซึ่งความเป็นตลกร้าย ที่มาในจังหวะพอเหมาะพอเจาะ ไม่เล่นมากจนเสียของ และก็ไม่พยายามจนกลายเป็นพื้นที่ (เฉพาะกิจ) เพื่อแสดงความ (โคตร) หลักแหลมของบทและตัวผู้กำกับ
การเล่าเรื่องจึงออกมาค่อนข้างเรียบๆ แบบมีชั้นเชิงมากกว่า ถ้าเป็นนักมวยก็ต้องเรียกว่า ครบสูตร ลูกเล่นแพรวพราว ฝีมือจัดจ้าน พร้อมจะคว่ำคู่ต่อสู้ได้ทุกเมื่อยามโอกาสเอื้ออำนวย ชนะน็อกยกแรกน่ะสามารถอยู่แล้ว แต่ก็ไม่รีบร้อนน็อกเร็วนัก เพราะอยากปล่อยให้คนดูได้ลุ้นสนุกไปกับการแข่งขัน เช่นเดียวกับหนัง ก็ทำให้คนดูอินไปเรื่อยๆ ตามติดตั้งแต่พฤติกรรมตัวละคร สภาพสังคม ปูมหลังครอบครัว จนถึงบทสนทนาคมๆ จี๊ดโดนใจ
ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้ยินการหยอดวลีเด็ดเป็นระยะๆ เพิ่มสีสันให้หนังน่าสนใจได้ดี ฟังแล้วต้องสะดุด ฉุกให้คิด (เราคือคนคนนั้นหรือเปล่าฟะ)
“ผมว่าผมน่าจะเป็นตัวจริงของคุณนะ” “แต่ตลอดเวลาที่เราคบกัน คุณก็แค่ในวงเล็บของฉันเท่านั้น” กระทั่งการปะทะคารมระหว่างคนต่างวัย “แล้วข้อดีของการแต่งงานมีอะไรบ้างละ” “ฉันชอบผู้ชายยิ้มสวย ดูแล้วอบอุ่นดี” ก็ถือเป็นวิธีเล่าเรื่องที่สนุกแยบยล สะท้อนทัศนคติของแต่ละคนต่อการมองโลกได้บทหนังแม้จะชูให้
“จอร์จ คลูนีย์” เป็นตัวเดินเรื่องและเชื่อมไปสู่ตัวละครอื่นๆ แต่หนังก็ไม่ได้ตะบี้ตะบันให้บทเจ้าหน้าที่บอกเลิกจ้าง ต้องแบกภาระไว้บนบ่าเพียงผู้เดียว นั่นจึงเกิดการกระจายบทให้ตัวละครสมทบ เช่น “เจสัน เบตแมน” รวมถึง 2 สาว “เวรา ฟาร์มิกา” (เคยรับบทแม่ใจเด็ดในหนังสุดหลอน Orphan) กับ “แอนนา เคนดริก” (งานโดดเด่นของเธอคือ The Twilight ทั้งสองภาค) ให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของหนังและนำพาสารไปถึงคนดูอีกอย่างหนังก็ไม่น่าเกลียดเกินไป ในเรื่องของการเลือกข้าง ผู้ชาย หรือผู้หญิง ต่างก็มีชั่วโมงบินชีวิตเท่าเทียมกัน ตัวบทไม่ได้ให้ผู้ชายคิดถูกฝ่ายเดียว ผู้หญิงก็มีสิทธิจะทักท้วง หรือคัดง้างได้ และหนังก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าคนที่มีชั่วโมงบินสูงจะได้เปรียบเสมอ บางทีอาจมีหลายๆ คนไม่สามารถเข้าใจชีวิตถ่องแท้ ทั้งๆ ที่ก็เคยผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน
เช่นผู้ชายหล่อเก่ง
“ไรอัน บิงแฮม” (จอร์จ คลูนีย์) ที่คล้ายจะแฮปปี้กับการเป็นหนุ่มโสด หมดเวลาไปกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน อาศัยห้องเช่าเป็นที่ซุกหัวนอน ไม่คิดแต่งงานแต่งการ เพราะคิดว่ามันคือภาระใหญ่ที่จะพรากความสุขและอิสรภาพไป เขาแทบไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ จนวันหนึ่งหัวใจก็ร่ำร้องเรียกหา เมื่อการปรากฏตัวของ 2 สาว “อเล็กซ์ โกรัน” (เวรา ฟาร์มิกา) สาวใหญ่ชั่วโมงบินสูง กับเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องที่อ่อนต่อโลก “นาตาลี คีเนอร์” (แอนนา เคนดริก)อเล็กซ์คือตัวแทนของผู้หญิงที่มีชั่วโมงบินชีวิตสูง เธอผ่านร้อนหนาวมามากมาย เจนจัดกับการรับมือเหล่าผู้ชาย ส่วนนาตาลีเป็นสาวรุ่นไฟแรงที่อาจไม่ประสีประสากับชีวิต โดนแฟนบอกเลิกก็จะเป็นจะตาย แต่สองสาวก็ทำให้ไรอันตระหนักถึงค่าของการมีชีวิตคู่ และมากไปกว่านั้น ไรอันเริ่มชักอยากมี
“ครอบครัว” อย่างจริงๆ จังๆ นั่นจึงเป็นที่มาของการรวบรวมความกล้าเปิดปากความในใจและบุกไปหาสาวที่บ้านUp in the Air มีหลายๆ คำถามที่ถูกตั้งโจทย์ไว้โดยไรอัน (และเขาก็ถามแทนใจคนดูด้วย) บางคำถามเขาก็สามารถตอบเองได้ แต่บางคำถามก็ไม่อาจให้ความกระจ่างเลย ยิ่งเมื่อต้องเจอกับอาการบอดใบ้เล่นงานเต็มๆ คนที่มีชั่วโมงบินสูงก็จนปัญญา เช่น การบอกรักสาวสักคน มันกลับเป็นเรื่องที่ยากกว่าการบอกเลิกจ้างเสียอีก
“ผมรักคุณ” กับ “ผมขอเลิกจ้างคุณ” ดูเหมือนผู้ชายอย่างไรอันจะถนัดเอ่ยประโยคหลังขณะเดียวกันหนังยังตั้งคำถามหยั่งเชิงสังคมว่า เราควรจะมีชีวิตคู่ (ไม่ใช่แค่การมีแฟน หรือมีกิ๊ก แต่หมายถึงการแต่งงาน) หรือไม่ หรือการครองตัวเป็นโสดนั้นสบายใจกว่าการจะต้องมีใครสักคนเป็นตัวเป็นตน
หลายๆ ฉากที่อยู่ในหนังบอกไว้ชัด เป็นคำตอบที่ไม่มีผิดถูก (เว้นแต่คุณเลือกคนผิดเองนะ อันนั้นก็ช่วยไม่ได้) เพราะหนังก็ไม่ได้สรุปว่า การมีครอบครัวดีกว่าการเป็นโสด (ซะหน่อย)







