posttoday
สงครามยังไม่จบ แต่พอจะเห็นศพทหาร

สงครามยังไม่จบ แต่พอจะเห็นศพทหาร

04 เมษายน 2554

มั่นใจเลยว่า วันนี้แฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างเดินยืดอกเข้าออฟฟิศอย่างอารมณ์ดี

มั่นใจเลยว่า วันนี้แฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างเดินยืดอกเข้าออฟฟิศอย่างอารมณ์ดี

แม้จะเป็นวันจันทร์อันแสนน่าหดหู่ของสัปดาห์ทำงานก็เถอะ

มีอย่างที่ไหน นัดล่าสุดโดนนำ 2 ลูก แต่ครึ่งหลัง พลิกกลับมายิงคืน 4 เม็ดรวด เอาชนะเวสต์แฮมไปอย่างสะใจ 42 มิหนำซ้ำทีมคู่แข่งสำคัญอย่าง อาร์เซนอล ดันกระสุนด้าน เปิดบ้านเจ๊า แบล็กเบิร์น 00 ส่วน เชลซี ก็ต้องไล่ตีเสมอ สโต๊ก 11

เท่านั้นยังไม่พอ คู่รักคู่แค้นอย่างลิเวอร์พูล ยังโดนทีเด็ด “นายเก่า” รอย ฮอดจ์สัน นำทัพลูกทีมเวสต์บรอมวิชหักปีกหงส์ 21

สงครามยังไม่จบ แต่พอจะเห็นศพทหาร

ช่างเป็นสุดสัปดาห์ที่ เหล่าเรด อาร์มีมีความสุขอย่างน่าอิจฉา

ผลจากเกมนัดล่าสุด ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด นั่งแท่นจ่าฝูงทิ้งห่าง อาร์เซนอล 7 และ เชลซี 11 แต้มตามลำดับ ซึ่งแม้ทีมผีแดงจะลงเตะมากกว่าอยู่ 1 นัด แต่อาจกล่าวได้ว่าถ้วยแชมป์เขยิบมาใกล้มือพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ทีมคู่แข่งเริ่มมีอาการถอดใจให้เห็น

“ผมคิดว่าการคว้าถ้วยแชมเปียนส์ลีกยังเป็นไปได้มากกว่าเสียอีก ที่ผมพูดอย่างนั้นเพราะว่า สถานการณ์ในลีกเราโดนทิ้งห่างไปมากแล้ว” คาร์โล อันเชล็อตตินายใหญ่สิงห์บลู กล่าว

ขณะที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล กำลังเครียดกับฟอร์มอันน่าใจหายของทีม ซึ่งทำได้เพียงเสมอ 3 นัดรวดในลีก

“ก่อนจะพูดถึงเรื่องแชมป์ลีก ผมมองว่าเราต้องมุ่งสมาธิไปที่ฟอร์มการเล่นของเราเสียก่อน เพราะวันนี้ (2 เม.ย.) เราเล่นกันได้ไม่ดีเลย” เวนเกอร์ กล่าว หลังแข้งปืนใหญ่ไม่สามารถเจาะตาข่ายแบล็กเบิร์นที่เหลือ 10 คนจากการโดนใบแดงของ สตีเวน เอ็นซอนซี ในนาทีที่ 76

ทั้งนี้ นอกจากแมนฯยูไนเต็ดที่โอกาสซิวแชมป์สดใสขึ้นเรื่อยๆ ลีกใหญ่อื่นๆ ในยุโรปก็พอจะเห็นเค้าลางทีมแชมป์เช่นกัน

“เสือเหลือง” ดอร์ตมุนด์ เริ่มเตรียมงานฉลองแชมป์บุนเดสลีกากันแล้ว หลังจากได้ฉลองครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาล 20012002 โดยนำห่าง เลเวอร์คูเซน 7 แต้มและเหลือเกมอีก 6 นัด

ด้านศึกเซเรียอา อิตาลี “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน คึกคักกันเต็มที่ หลังไล่ต้อน อินเตอร์ มิลาน 30 ในเกมมิลาน ดาร์บีแมตช์ ทำแต้มทิ้งห่างอริร่วมเมืองออกไปเป็น 5 แต้ม พร้อมกับเรียกความมั่นใจกลับมาสู่ทีม หลัง 2 นัดก่อนหน้านี้ฟอร์มหลุดเจ๊า บารี 11 และพ่าย ปาแลร์โม 01

สงครามยังไม่จบ แต่พอจะเห็นศพทหาร

“มันคงเร็วเกินไปที่จะบอกว่านี่เป็นเกมตัดสินแชมป์ แต่เราแสดงให้เห็นถึงความเยือกเย็นและเล่นกันได้ดี เราสมควรมากกว่าสำหรับการเป็นผู้ชนะในเกมนี้” มัสซิมิเลียโน อัลเลกรีนายใหญ่มิลาน กล่าว

อเล็กซานเดร ปาโต ยิงให้มิลานขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 1 ก่อนที่ คริสเตียนคิวู กองหลังอินเตอร์จะโดนใบแดงในนาที 54 ทำให้ทีมปีศาจแดงดำซัดอีก 2 ลูกจาก ปาโต นาที 62 และจุดโทษของ อันโตนิโอ คาสซาโน ในนาทีสุดท้าย แต่ในช่วงทดเจ็บคาสซาโน มาโดนใบเหลืองแดง ออกจากสนามไปอีกคน

ขณะที่อีกหนึ่งลีกดังคือ ลาลีกา สเปน “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา สปีดทิ้งห่างเรอัล มาดริด เป็น 8 แต้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ

บาร์ซาบุกเฉือน บียาร์เรอัล 10 ในขณะที่ทีมราชันชุดขาวพลิกล็อกวินาศสันตะโร พ่ายคาบ้านต่อ สปอร์ติง กิฆอน 01 ซึ่งเป็นการปราชัยในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิวเป็นครั้งแรกของฤดูกาล หลังจากทำสถิติเก็บชัยในบ้านครบ 14 นัดรวด

ที่สำคัญเป็นการเสียสถิติทำทีมพ่ายคาบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีของกุนซือ โจเซ มูรินโญ โดยครั้งสุดท้ายที่กุนซือจอมเครียด พาทีมแพ้ในถิ่นต้องย้อนไปตั้งแต่สมัยคุมปอร์โต พ่าย ไบรา มาร์ 23 เมื่อเดือน ก.พ. 2002 นู่น

และความพ่ายแพ้ช็อกโลกต่อ กิฆอน นัดนี้ เล่นเอานายใหญ่ชาวโปรตุกีสทำท่าปลงตกอยากจะยกธงขาวเสียแล้ว

“ตามทฤษฎี การแย่งแชมป์ลีกยังไม่จบ แต่ถ้าแต้มห่างกันมากถึง 8 คะแนนโอกาสคว้าแชมป์แทบเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ”

ออกมาพูดเหมือนปลงตกอย่างนี้ช่างผิดวิสัยของกุนซือฝีปากกล้าอย่างโจเซ มูรินโญ เสียจริงๆ

เอ๊ะ...หรือนี่จะเป็นแผนการอะไรสักอย่างของยอดโค้ชเจ้าของฉายาสเปเชียล วัน !!!

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง