
สงครามยังไม่จบ แต่พอจะเห็นศพทหาร
มั่นใจเลยว่า วันนี้แฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างเดินยืดอกเข้าออฟฟิศอย่างอารมณ์ดี
มั่นใจเลยว่า วันนี้แฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างเดินยืดอกเข้าออฟฟิศอย่างอารมณ์ดี
แม้จะเป็นวันจันทร์อันแสนน่าหดหู่ของสัปดาห์ทำงานก็เถอะ
มีอย่างที่ไหน นัดล่าสุดโดนนำ 2 ลูก แต่ครึ่งหลัง พลิกกลับมายิงคืน 4 เม็ดรวด เอาชนะเวสต์แฮมไปอย่างสะใจ 42 มิหนำซ้ำทีมคู่แข่งสำคัญอย่าง อาร์เซนอล ดันกระสุนด้าน เปิดบ้านเจ๊า แบล็กเบิร์น 00 ส่วน เชลซี ก็ต้องไล่ตีเสมอ สโต๊ก 11
เท่านั้นยังไม่พอ คู่รักคู่แค้นอย่างลิเวอร์พูล ยังโดนทีเด็ด “นายเก่า” รอย ฮอดจ์สัน นำทัพลูกทีมเวสต์บรอมวิชหักปีกหงส์ 21
ช่างเป็นสุดสัปดาห์ที่ เหล่าเรด อาร์มีมีความสุขอย่างน่าอิจฉา
ผลจากเกมนัดล่าสุด ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด นั่งแท่นจ่าฝูงทิ้งห่าง อาร์เซนอล 7 และ เชลซี 11 แต้มตามลำดับ ซึ่งแม้ทีมผีแดงจะลงเตะมากกว่าอยู่ 1 นัด แต่อาจกล่าวได้ว่าถ้วยแชมป์เขยิบมาใกล้มือพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ทีมคู่แข่งเริ่มมีอาการถอดใจให้เห็น
“ผมคิดว่าการคว้าถ้วยแชมเปียนส์ลีกยังเป็นไปได้มากกว่าเสียอีก ที่ผมพูดอย่างนั้นเพราะว่า สถานการณ์ในลีกเราโดนทิ้งห่างไปมากแล้ว” คาร์โล อันเชล็อตตินายใหญ่สิงห์บลู กล่าว
ขณะที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล กำลังเครียดกับฟอร์มอันน่าใจหายของทีม ซึ่งทำได้เพียงเสมอ 3 นัดรวดในลีก
“ก่อนจะพูดถึงเรื่องแชมป์ลีก ผมมองว่าเราต้องมุ่งสมาธิไปที่ฟอร์มการเล่นของเราเสียก่อน เพราะวันนี้ (2 เม.ย.) เราเล่นกันได้ไม่ดีเลย” เวนเกอร์ กล่าว หลังแข้งปืนใหญ่ไม่สามารถเจาะตาข่ายแบล็กเบิร์นที่เหลือ 10 คนจากการโดนใบแดงของ สตีเวน เอ็นซอนซี ในนาทีที่ 76
ทั้งนี้ นอกจากแมนฯยูไนเต็ดที่โอกาสซิวแชมป์สดใสขึ้นเรื่อยๆ ลีกใหญ่อื่นๆ ในยุโรปก็พอจะเห็นเค้าลางทีมแชมป์เช่นกัน
“เสือเหลือง” ดอร์ตมุนด์ เริ่มเตรียมงานฉลองแชมป์บุนเดสลีกากันแล้ว หลังจากได้ฉลองครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาล 20012002 โดยนำห่าง เลเวอร์คูเซน 7 แต้มและเหลือเกมอีก 6 นัด
ด้านศึกเซเรียอา อิตาลี “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน คึกคักกันเต็มที่ หลังไล่ต้อน อินเตอร์ มิลาน 30 ในเกมมิลาน ดาร์บีแมตช์ ทำแต้มทิ้งห่างอริร่วมเมืองออกไปเป็น 5 แต้ม พร้อมกับเรียกความมั่นใจกลับมาสู่ทีม หลัง 2 นัดก่อนหน้านี้ฟอร์มหลุดเจ๊า บารี 11 และพ่าย ปาแลร์โม 01
“มันคงเร็วเกินไปที่จะบอกว่านี่เป็นเกมตัดสินแชมป์ แต่เราแสดงให้เห็นถึงความเยือกเย็นและเล่นกันได้ดี เราสมควรมากกว่าสำหรับการเป็นผู้ชนะในเกมนี้” มัสซิมิเลียโน อัลเลกรีนายใหญ่มิลาน กล่าว
อเล็กซานเดร ปาโต ยิงให้มิลานขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 1 ก่อนที่ คริสเตียนคิวู กองหลังอินเตอร์จะโดนใบแดงในนาที 54 ทำให้ทีมปีศาจแดงดำซัดอีก 2 ลูกจาก ปาโต นาที 62 และจุดโทษของ อันโตนิโอ คาสซาโน ในนาทีสุดท้าย แต่ในช่วงทดเจ็บคาสซาโน มาโดนใบเหลืองแดง ออกจากสนามไปอีกคน
ขณะที่อีกหนึ่งลีกดังคือ ลาลีกา สเปน “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา สปีดทิ้งห่างเรอัล มาดริด เป็น 8 แต้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ
บาร์ซาบุกเฉือน บียาร์เรอัล 10 ในขณะที่ทีมราชันชุดขาวพลิกล็อกวินาศสันตะโร พ่ายคาบ้านต่อ สปอร์ติง กิฆอน 01 ซึ่งเป็นการปราชัยในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิวเป็นครั้งแรกของฤดูกาล หลังจากทำสถิติเก็บชัยในบ้านครบ 14 นัดรวด
ที่สำคัญเป็นการเสียสถิติทำทีมพ่ายคาบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีของกุนซือ โจเซ มูรินโญ โดยครั้งสุดท้ายที่กุนซือจอมเครียด พาทีมแพ้ในถิ่นต้องย้อนไปตั้งแต่สมัยคุมปอร์โต พ่าย ไบรา มาร์ 23 เมื่อเดือน ก.พ. 2002 นู่น
และความพ่ายแพ้ช็อกโลกต่อ กิฆอน นัดนี้ เล่นเอานายใหญ่ชาวโปรตุกีสทำท่าปลงตกอยากจะยกธงขาวเสียแล้ว
“ตามทฤษฎี การแย่งแชมป์ลีกยังไม่จบ แต่ถ้าแต้มห่างกันมากถึง 8 คะแนนโอกาสคว้าแชมป์แทบเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ”
ออกมาพูดเหมือนปลงตกอย่างนี้ช่างผิดวิสัยของกุนซือฝีปากกล้าอย่างโจเซ มูรินโญ เสียจริงๆ
เอ๊ะ...หรือนี่จะเป็นแผนการอะไรสักอย่างของยอดโค้ชเจ้าของฉายาสเปเชียล วัน !!!







