
โพธิ์ไซร้ ยังไว้ชื่อ
ใครที่นึกถึงความดีงามของตัวเองแล้วต้องใช้เวลานานแสนนาน ควรรีบปฏิวัติการใช้ชีวิตเสียใหม่ได้แล้วหลักในการใช้ชีวิตให้ก้าวล้ำนำหน้าเช่นต้นโพธิ์...
ใครที่นึกถึงความดีงามของตัวเองแล้วต้องใช้เวลานานแสนนาน ควรรีบปฏิวัติการใช้ชีวิตเสียใหม่ได้แล้วหลักในการใช้ชีวิตให้ก้าวล้ำนำหน้าเช่นต้นโพธิ์...
เรื่อง : ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ระบัดใบเบิกฟ้า เฟือนดิน
โพธิพฤกษ์ยลยิน ยอดไม้
โพธิสัตว์กิเลสภินท์ พราวพิสุทธิ์
มนุษย์เทพยดาไหว้ ว่าไม้มงคลเสมอ
ทุกครั้งที่เดินทางจาริกแสวงบุญตามเส้นทางสังเวชนียสถาน 4 (สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมปรินิพพาน) คณะของผู้เขียนมักเริ่มต้นที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (สถานที่ตรัสรู้) ตำบลพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ทั้งที่เมื่อว่าตามลำดับเหตุการณ์แล้ว ควรเริ่มที่สถานที่ประสูติ อันตั้งอยู่ ณ สวนลุมพินีวัน ตำบลรุมมินเด ประเทศเนปาล
การเริ่มต้นบุญจาริกที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้นเกิดจากความสะดวกในการเดินทางเป็นสำคัญ เพราะที่พุทธคยามีสนามบินคยาที่สายการบินไทยสามารถบินตรงมาลงได้เลย จากสนามบินนี้ตรงไปยังพุทธคยา ไม่กี่นาทีก็ถึงบริเวณพุทธคยามหาวิหาร อันเป็นสถานที่ที่พระโพธิสัตว์มาตรัสรู้แล้ว
หัวใจของพุทธคยาก็คือต้นพระศรีมหาโพธิ์
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้นับเป็นต้นที่ 4 แล้ว ตามประวัติกล่าวกันว่า เซอร์อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม หัวหน้ากองโบราณคดีของทางการอังกฤษ เป็นผู้ปลูกเอาไว้เมื่อครั้งที่อังกฤษเข้ามายึดครองอินเดีย โดยใช้หน่อจากต้นพระศรีมหาโพธิ์เดิมที่โค่นล้มลงไป
ต้นพระศรีมหาโพธิ์เดิมชื่อ “อัสสัตถะ” แต่พอพระโพธิสัตว์เสด็จมาประทับนั่งใต้ต้นไม้แห่งนี้แล้วทรงเจริญอานาปานสติสมาธิจนทรง “ตรัสรู้” อริยสัจ 4 พระองค์ก็ทรงเปลี่ยนสถานภาพจากพระโพธิสัตว์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
กิริยาที่ทรง “ตรัสรู้” (พุทฺธ) และปัญญาที่เป็นเหตุให้ตรัสรู้ (พุทฺธิ / โพธิ) จึงกลายมาเป็นชื่อใหม่ของต้นอัสสัตถะนับแต่นั้นเป็นต้นมา ต้นไม้ชนิดนี้จึงได้ชื่อว่า “ต้นโพธิ์” อันหมายถึง ต้นไม้ที่พระโพธิสัตว์มาประทับแล้วได้ตรัสรู้
ต้นไม้ธรรมดาๆ เป็นต้นไม้สำคัญขึ้นมาก็ด้วยเหตุนี้
เรื่องน่าคิดก็อยู่ตรงนี้ ตรงที่ว่าต้นไม้ต้นหนึ่งยังก่อเกิดประโยชน์โสตถิผลแก่พระโพธิสัตว์จนกลายเป็นต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนาที่คนนับถือกันไปทั่วโลกหรือกล่าวให้ตรงกว่านั้นก็ว่า เป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกก็ได้ แล้วคนอย่างเราๆ ทั้งหลายเล่า ในชั่วชีวิตหนึ่งนี้ได้ทำความดีอะไรเอาไว้ให้ชาวโลกเขาเล่าขานเหมือนต้นโพธิ์บ้าง
เร็วๆ นี้มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเป็นหนังสืออนุสรณ์ในวันครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่ปกหลังของหนังสือมีคำโปรยปกซึ่งเขียนโดย ดร.สุข พุคยาภรณ์ อดีตผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย เขียนเอาไว้ว่า
“หากผมจากโลกนี้ไปแล้ว มีคนในโลกหน้าถามผมว่า ตอนที่ยังเป็นคนอยู่คุณทำอะไรเอาไว้บ้าง ผมจะตอบเขาไปว่า ตอนที่ผมยังอยู่ผมได้สร้างมหาวิทยาลัยเอาไว้แห่งหนึ่ง ในแต่ละปีมีเด็กมาเรียนหนังสือกันเป็นหมื่นคน...” (เขียนจากความจำ คำอาจผิดไปจากนี้บ้างแต่เนื้อความถูกต้องแน่นอน - ผู้เขียน)
ต้นไม้ยังไว้ชื่อ
คนบางคนยังไว้ผลงานที่มีค่าพอจะ “ประดับไว้ในโลกา”
ที่น่าคิดก็คือ แล้วคนอย่างเราที่ยังโลดแล่นอยู่ในโลกเวลานี้มีอะไรบ้างที่พอจะเอ่ยอ้างให้คนเขาเชิดชูบูชา หรือนึกไปนึกมาก็เห็นแต่ความชั่วช้าที่ก่อเอาไว้
ใครที่นึกถึงความดีงามของตัวเองแล้วต้องใช้เวลานานแสนนาน ควรรีบปฏิวัติการใช้ชีวิตเสียใหม่ได้แล้วหลักในการใช้ชีวิตให้ก้าวล้ำนำหน้าเช่นต้นโพธิ์มีอยู่ง่ายๆ เพียงว่า
“อยู่เพื่อตัวเอง อยู่แค่สิ้นใจ อยู่เพื่อคนทั่วไป อยู่ชั่วฟ้าดิน”







