
อาชา ชีวิต และ ความฝัน
จู่ๆ ฤดูร้อนก็แปรเปลี่ยนเป็นฝนปนหนาวเล่นเอาทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว ว่าแล้วก็เข้าบ้านไปค้นดีวีดีที่ซื้อมาไว้กองเบ่อเริ่มเปิดดูแกล้มป๊อปคอร์น
จู่ๆ ฤดูร้อนก็แปรเปลี่ยนเป็นฝนปนหนาวเล่นเอาทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว ว่าแล้วก็เข้าบ้านไปค้นดีวีดีที่ซื้อมาไว้กองเบ่อเริ่มเปิดดูแกล้มป๊อปคอร์น
และเครื่องดื่มแก้วโปรด ดีก่า เพราะอากาศเปลี่ยนวันนี้เลยเปลี่ยนบรรยากาศมาดู “หนังม้า” กันบ้าง
ย้อนเวลากลับไปในทศวรรษ 1970 แผ่นดินอเมริกาได้ให้กำเนิดตำนานและสถิติที่ยังไม่ถูกลบทำลาย เมื่อ เซเครตทาเรียท กลายเป็นม้าซึ่งชนะเลิศใน 3 สนามแข่งสำคัญที่สุดในสหรัฐ และในโลก (ซึ่งเรียกว่า Triple Crown) เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ใน 40 ปีให้หลัง
กำกับโดย แรนเดลล์ วอลเลซ ที่เคยแสดงฝีมือไว้ในภาพยนตร์สงครามเรื่อง We Were Soldiers ดัดแปลงบทมาจากหนังสือ Secretariat : The Making of a Champion ของ วิลเลียม แน็ค เป็นผลงานของค่ายดิสนีย์ที่รับประกันว่า สามารถดูกันได้ทั้งครอบครัว แต่ลูกเล็กเด็กแดงก็อาจจะเข้าใจยากกัน “นิดส์นุง” ผู้ปกครองต้องให้คำอธิบายและแนะนำ
ดาราม้าขนสีแดงทั้ง 5 ตัวที่มารับบท เซเครตทาเรียท (ได้ชื่อนี้มาเพราะว่าคนตั้งเป็นเลขานุการ!!??) หรือ บิ๊ก เร้ด พระเอกของเรื่องนั้นดูเหมือนจะชนะเลิศและกลายเป็นขวัญใจคนดูได้ภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมง ด้วยความสง่างามเฉกเช่นอาชาสายพันธุ์ชั้นเลิศ
แต่ Secretariat ไม่ได้มีแต่ดาราม้า ทว่ายังมี ไดแอน เลน สาว (ใหญ่) ในฝันของหลายๆ คน ถึงแม้เธอจะดูไม่มีเสน่ห์เร้าตรึงใจอย่างในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง แต่ในบทบาท เพนนี เชอเนรี แม่บ้านที่จับพลัดจับผลูมารับช่วงดูแลกิจการคอกม้าแทนผู้เป็นพ่อ เธอดูน่าทะนุถนอมบอบบางและแข็งแกร่งแข็งกร้าวในเวลาเดียวกัน
ดวงดาวเจิดจรัสอีกหนึ่งดวงในภาพยนตร์เรื่องนี้คือ จอห์น มัลโควิช ในบทบาท ลูเชียน ลอริน คนฝึกม้าชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส เจ้าของสไตล์การแต่งตัวและวาจา “จัดจ้าน”
Secretariat ยังฉายภาพวงการแข่งม้าและแทรกเรื่องราวสถานการณ์แห่งยุคสมัยนั้นอย่างเช่น การต่อต้านสงครามเวียดนามและวิถีฮิปปี้เข้าฉากการแข่งม้าทำได้เร้าใจ ลุ้นแทบหัวใจหยุดเต้น (ใครที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับซีเครตทาเรียทมาก่อนก็อาจจะอารมณ์กร่อยไปบ้าง) โดดเด่นที่สุดประการหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เสื้อผ้า ซึ่งงดงามโดนใจสาวๆ ยุคนี้ที่เอะอะๆ ก็ย้อนยุค!!??
และเรื่องนี้ ดิสนีย์ก็ได้ให้ม้าและตัวละครในเรื่องมาสอนเราๆ ท่านๆ ว่า จงอย่าละทิ้งความฝัน เพราะถ้าปราศจากความฝันชีวิตย่อมไร้ความหมาย
เมื่อถึงตอนจบอย่าพลาดฟังเพลงเมโลดีไพเราะและเนื้อหางามที่ชื่อ It’s Who You Are ซึ่งเนื้อบอกว่า “It’s not the price/It’s not the game/It’s not the score/It’s not the fame/Whatever road looks way too far/It’s not what you have/It’s who you are” สรุปว่า รางวัล การแข่งขัน คะแนน ชื่อเสียง หรืออื่นๆ ย่อมไม่สำคัญเท่ากับการเป็นตัวของตัวเอง
อาจไม่เข้มข้นเท่ากับงานสไตล์คล้ายๆ กันอย่าง Seabiscuit ประกอบด้วยบางช่วงที่น่าเบื่อและติดจะเชยไปหน่อย แต่ทดแทนด้วยแรงบันดาลใจด้านบวกที่มอบให้กับคนดู
ก็ โอเคแหละ สำหรับวันอากาศเปลี่ยนเร็วเสียจนปรับตัวไม่ทัน และไม่อยากออกจากบ้านไปไหน







