posttoday
จากคัมป์นู...สู่โอลด์แทรฟฟอร์ด?

จากคัมป์นู...สู่โอลด์แทรฟฟอร์ด?

03 เมษายน 2554

หลายคนพยายามไขว่คว้าโอกาสแทบทั้งชีวิต เพื่อชื่อเสียง เกียรติยศ และความสำเร็จ แต่บางคนกลับเลือกทิ้งสิ่งเหล่านี้ เพื่อมองหาความท้าทายใหม่

หลายคนพยายามไขว่คว้าโอกาสแทบทั้งชีวิต เพื่อชื่อเสียง เกียรติยศ และความสำเร็จ แต่บางคนกลับเลือกทิ้งสิ่งเหล่านี้ เพื่อมองหาความท้าทายใหม่

แม้หนทางข้างหน้าอาจเดิมพันด้วยความเสี่ยง

เหมือนเช่น เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือของ“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา

กวาร์ดิโอลา เข้ารับหน้าที่ผู้จัดการทีมบาร์เซโลนา ในช่วงซัมเมอร์ปี 2008 และคว้าถ้วยรางวัลมาประดับสโมสรได้ถึง 8 ใบ ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงความสำเร็จในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

แต่หลังจาก ซานโดรโรเซลล์ เข้ามารับช่วงต่อเป็นประธานสโมสรคนใหม่แทน โจน ลาปอร์ตา เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว อนาคตของ กวาร์ดิโอลา ก็เริ่มไม่แน่นอน ถึงแม้กุนซือวัย 40 ปี เพิ่งสลัดน้ำหมึกต่อสัญญาอีก 1 ปี เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อยู่คุมทีมต่อถึงปี 2012 แต่นั่นเป็นเพียงการยืดเวลาเท่านั้น

ก่อนจะนำทีมบุกไปเยือน บียาร์เรอัล เมื่อคืนนี้ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสเปน ก็ออกมาแย้มผ่านสถานีโทรทัศน์ไรต์ของสเปนว่า ถึงเวลาแล้วที่วงจรอาชีพในคัมป์นูของเขาเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว

แม้ข่าวนี้จะออกมาในวัน “เอพริล ฟูลส์ เดย์” หรือวันโกหกนานาชาติ แต่สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวยืนยันว่า หลุดมาจากปากของเจ้าตัวเองและเป็นเรื่องจริง

“ผมคิดว่าเวลาของผมที่นี่กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ผมมีความสุขดีกับที่นี่ แต่เมื่อคุณอยู่กับสโมสรแบบนี้ คุณอยู่นานเกินไปไม่ได้หรอก ปีหน้าจะเป็นฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกันแล้วในฐานะโค้ชบาร์เซโลนา สโมสรแบบนี้ต้องกล้ามากที่จะรั้งตัวโค้ชไว้นานๆ เพราะนักเตะก็คงเริ่มเบื่อโค้ช เช่นเดียวกับโค้ชก็เริ่มเบื่อนักเตะเช่นกัน”

จากคัมป์นู...สู่โอลด์แทรฟฟอร์ด?

นั่นคือเหตุผลของ กวาร์ดิโอลา

แต่นี่จะเป็นเหตุหลักและเหตุผลเดียวจริงหรือ?

เพราะหากเปรียบกับสโมสรใหญ่ด้วยกันอย่าง “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังมั่นคงเหนียวแน่นกับ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มานานถึง 25 ปี เมื่อยังอยู่บนเส้นทางความสำเร็จต่อเนื่อง

และฤดูกาลนี้ กวาร์ดิโอลา ก็ยังมีลุ้นคว้าทริปเปิลแชมป์ (ลา ลีกา, แชมเปียนส์ลีก และสแปนิช คิงส์คัพ) เหมือนฤดูกาลแรกที่เข้ามารับหน้าที่ในปี 2008-2009

ส่วนประเด็นเรื่องนักเตะในทีม ซึ่งคับคั่งไปด้วยซูเปอร์สตาร์ จะออกอาการเบื่อหน่าย ยิ่งมีน้ำหนักเบาหวิว เนื่องจากมีแต่กระแสชื่นชมและการเรียกร้องให้ต้นสังกัดเร่งต่อสัญญารั้งตัวกุนซือผู้นี้จากลูกทีมก่อนหน้านี้

“บาร์เซโลนา ที่ไม่มีเขาคงไม่เป็นแบบนี้ เขาอยู่เหนือพวกเราทุกรายละเอียด ไม่เพียงแค่ผมเท่านั้น แต่ทั้งทีม เขามองหาตำแหน่งที่ดีที่สุด ซึ่งใกล้ชิดกับมิดฟิลด์ให้ผมเสมอ ทำให้ผมได้สัมผัสบอลมากที่สุดเท่าที่จะเล่นได้” ลีโอเนล เมสซี กล่าวไว้เมื่อต้นปี

อย่าว่าแต่นักเตะในทีม ขนาดกุนซือทะนงตนอย่าง โจเซ มูรินโญ ที่ไม่ค่อยจะเอ่ยปากยกย่องใคร (นอกจากตัวเอง) ยังสนับสนุนแนวทางเดียวกัน

“ถ้าผมเป็นประธานบาร์เซโลนา ซานโดร โรเซลล์ ผมจะให้สัญญากับเขาห้าสิบปีไปเลย”

จะว่าปัญหาความสัมพันธ์กับ โรเซลล์ ก็น่าจะเคลียร์กันแล้วตั้งแต่ตอนเซ็นสัญญาฉบับล่าสุด แถมในบรรดา 3 ถ้วยใหญ่ที่ลุ้นอยู่ก็เป็น “เต็งจ๋า” ทั้งสิ้น

อาจจะมีบ้างในบางครั้ง ที่พลาดพลั้งให้กับกีฬาลูกกลมๆ แต่ ณ นาทีนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้อยู่กับสโมสรที่พรั่งพร้อมไปด้วยซูเปอร์สตาร์ฝีเท้าเยี่ยม ด้วยรูปแบบการเล่นระบบทีมที่ดี ในบ้านเกิดตัวเอง

แต่จากประสบการณ์บอกว่า คนเก่งมักจะไม่ยอมหยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จเดิมๆ แต่จะมองหา “ความท้าทายใหม่”

แม้จะมีวลีเด็ดอยู่ว่า “การคว้าแชมป์นั้นยากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์นั้นยากยิ่งกว่า” แต่นั่นอาจยังไม่เพียงพอ

เฉกเช่นเดียวกับ มูรินโญ ที่ทิ้งเก้าอี้ อินเตอร์ มิลาน ไว้เบื้องหลัง หลังจากพาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ เพื่อเดินตามเป้าหมายคว้าแชมป์ใน 3 ลีกดัง ทั้งอังกฤษ อิตาลี และสเปน

แล้ว “ความท้าทาย” ที่ว่าคืออะไร

ด้วยวัยเพียง 40 ปี บวกกับอาชีพกุนซือชุดใหญ่แบบเต็มตัวเพียง 4 ปี คงยังไม่ทำให้ถึงจุดอิ่มตัวเร็วเพียงนี้ ดังนั้นความท้าทายใหม่น่าจะเป็นตำแหน่ง “กุนซือต่างแดน”

แต่จะเป็นที่ไหน?

กวาร์ดิโอลา ไม่ปิดโอกาสจะย้ายไปคุมทีมในอิตาลี ซึ่งเขาเคยเล่นให้กับ เบรสชา และ โรมา ระหว่างปี 2001 และ 2003 แต่ก็ยังไม่คิดถึงการย้ายไปคุมทีมยักษ์ใหญ่ในถิ่นมะกะโรนี

“เมื่อผมเป็นอิสระแล้ว ผมสามารถคุยกับสโมสรอื่นๆ ได้ แต่ขณะที่ผมยังอยู่ที่นี่ ผมจะไม่คุยกับที่อื่น ก่อนหน้านี้ อินเตอร์ มี ราฟาเอล เบนิเตซ ซึ่งเป็นโค้ชที่ดี ตอนนี้ อินเตอร์ มี เลโอนาร์โด, มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ที่มิลาน ผมโชคดีที่ได้พบเขาช่วงซัมเมอร์ พวกเขาเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในยุโรป มัสซิโม โมรัตติ (ประธานอินเตอร์) มีโค้ชที่ยอดเยี่ยม”

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากองค์ประกอบหลายๆ ด้าน มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่กุนซือชาวสเปนจะเลือกไปหาประสบการณ์ใหม่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งได้รับความสนใจจาก เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ดูจะโน้มเอียงไปทางหลังมากกว่า

ปลายเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว สื่อสเปนรายงานว่า อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็ง กวาร์ดิโอลา เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเมื่อเขาลงจากเก้าอี้ หลังจากเอเยนต์ของกุนซือบาร์ซา เคยออกมายอมรับว่าได้รับการติดต่อจากผีแดงเพื่อดึงไปเป็นผู้ช่วยป๋า ก่อนดันขึ้นทำหน้าที่แทนในช่วงต้นปีเดียวกัน

ทั้งความนิ่ง บวกกับสไตล์การเล่นและแนวทางการพัฒนานักเตะเยาวชน คือจุดเด่นที่ทำให้เขาเหมาะสมกับผีแดงมากกว่า มูรินโญ และยังไม่ขัดต่อคุณสมบัติหลักของกุนซือชาวสกอตแลนด์ ที่ระบุว่า โค้ชผีแดงต้องไม่เป็นกุนซือหนุ่มไร้ประสบการณ์ เพราะแม้จะผ่านประสบการณ์มาแค่ 3 ปี แต่ก็เป็น 3 ปีของคุณภาพคับแก้ว

นอกจากนี้ เฟอร์กี ยังชื่นชมในตัว กวาร์ดิโอลา มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ และพยายามจะเซ็นสัญญาดึงมาร่วมทีม แต่เจ้าตัวเลือกไปเล่นให้กับ บาร์เซโลนา

ยิ่งไปกว่านั้น ปลายปีที่แล้วเอเยนต์เพิ่งจะออกมาบอกว่า หากเป็นไปได้ กวาร์ดิโอลา อยากไปร่วมงานกับ เฟอร์กูสัน เพราะจะเป็นการทำงานในอังกฤษภายใต้คำแนะนำที่ดีที่สุด

แนวทางนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ตำนานผู้รักษาประตูของผีแดง

“ด้วยความเคารพ กวาร์ดิโอลา จากใจจริง คงยากที่จะเปรียบเทียบเขากับ เฟอร์กูสัน เพราะเฟอร์กี สร้างทีมดีๆ มาเยอะในหลายปีที่ผ่านมา แต่ผมชอบสไตล์ กวาร์ดิโอลา มาก ผมเคยเห็นบาร์ซาซ้อม และเห็นว่ามันดีแค่ไหนที่นักเตะทั้ง 25 คน ซ้อมด้วยรอยยิ้ม เขาดูมีความเชื่อมั่นมาก และถ่ายทอดความมั่นใจไปยังนักเตะ และไม่โวยวายมากนักจากข้างสนาม เขาปล่อยให้นักเตะเล่นไป และผมชอบโค้ชแบบนั้น”

แต่สุดท้ายแล้ว “โอลด์แทรฟฟอร์ด” จะเป็นคำตอบสุดท้ายของ กวาร์ดิโอลา หรือไม่ เวลาเท่านั้นจะบอกได้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท