posttoday
แบดโอเตลลี..อันธพาลล๓กหนัง

แบดโอเตลลี..อันธพาลล๓กหนัง

31 มีนาคม 2554

ต้องบอกว่า “ฮอต” จริงๆ สำหรับมาริโอ บาโลเตลลี

ต้องบอกว่า “ฮอต” จริงๆ สำหรับมาริโอ บาโลเตลลี

หัวหอก “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี นาทีนี้ แต่เป็นความฮอตในด้านลบนะ

ไม่ว่าจะเป็นวีรกรรมทั้งในและนอกสนาม เรียกว่าแสบถึงทรวงถึงตับถึงม้ามกันเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ บาโลเตลลี ถูกจับตามองในฐานะนักเตะที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นไปสู่หนึ่งในดาวยิงชั้นนำของโลก เขามีทั้งพรสวรรค์ลูกหนัง และร่างกายอันแข็งแกร่งที่พระเจ้าประทานให้

แต่สงสัยว่าพระเจ้าคงจะลืมประทาน “สมอง” ให้กับนักเตะเชื้อสายกานาผู้นี้

 

แบดโอเตลลี..อันธพาลล๓กหนัง

แทนที่จะใช้พรสวรรค์บันดาลชีวิตไปสู่ความสำเร็จ เขากลับมักจะแกว่งเท้าหาเสี้ยน สร้างชื่อ (เสีย) ให้กับตัวเองอยู่ร่ำไป จนทำให้บรรดาสื่อทั้งหลายเปลี่ยนฉายาให้ใหม่จาก “ซูเปอร์มาริโอ” เป็น “แบดโอเตลลี” ซะแล้ว

อย่างล่าสุด อยู่ดีไม่ว่าดีไปปาลูกดอกใส่นักเตะชุดเยาวชนของทีม ที่สนามซ้อมแคร์ริงตันเทรนเนอร์ อะคาเดมี โชคดีเด็กคนนั้นหลบได้ทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

ยิ่งไปกว่านั้น หนังสือพิมพ์ดิเพนเดนต์ รายงานว่า กองหน้าเจ้าปัญหาให้เหตุผลในการกระทำครั้งนี้ยังไงรู้มั้ย

“ทำไปก็เพราะรู้สึกเบื่อๆ” (คนเบื่อเขาทำกันแบบนี้เหรอครับพี่น้อง)

พูดง่ายๆ คือ ไม่สำนึกผิดเลยสักนิด

อย่างไรก็ตาม เพื่อความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย สโมสรเตรียมจะให้โอกาสนักเตะอธิบาย ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึงสัปดาห์ หลังจากเขาเพิ่งก่อเรื่องแซว เจนนี ทอมป์สัน อดีตคู่นอนของ เวย์น รูนีย์ และแฟนหนุ่ม ที่ร้านอาหารในเมืองแมนเชสเตอร์ พร้อมท้าต่อยกันนอกร้านดีที่มีพนักงานมาขวางไว้เสียก่อน

เล่นเอา “นักเตะแบดบอย” หลายคนในพรีเมียร์ลีกต้องหลีกทางให้เลยทีเดียว นับตั้งแต่ย้ายก้นนิ่มๆ จากอินเตอร์ มิลาน ในอิตาลี มาร่วมทัพเรือใบสีฟ้า ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 24 ล้านปอนด์ (ราว 1,200 ล้านบาท) เมื่อเดือนส.ค. 2010

หากจะพูดถึงวีรกรรมของกองหน้าแดนมะกะโรนีคนนี้ ก็คงพล่ามกันไม่พอในหน้าเดียว ขอคัดเอาเฉพาะตอนย้ายมาร่วมทีมเงินถุงเงินถังในเกาะอังกฤษละกันนะครับ

เริ่มต้นแค่เบาะๆ หลังย้ายมาร่วมทีมแมนฯ ซิตี ในเดือน ส.ค. 2010 ได้ไม่นาน ก็ขับรถหรูคันงาม ออดี้ เอ8 ชนกับรถอีกคันในเมืองแมนเชสเตอร์ ระหว่างเดินทางมาฝึกซ้อม

จากนั้นในเดือน พ.ย. 2010 ก็เริ่มโชว์นิสัยอันธพาล โดนใบแดงไล่ออกจากการเล่นหนักใส่ ยุสซุฟ มูลัมบู ผู้เล่นเวสต์บรอมวิช ส่งผลให้ติดโทษแบน 3 นัด

ถัดมาอีก 1 เดือน ก็ออกมาเย้ยหยัน แจ็กวิลเชียร์ ดาวรุ่งอาร์เซนอล หลังจากที่ได้รับรางวัล “โกลเดน บอย” จากการโหวตของนักข่าวทั่วทั้งยุโรป เพื่อหาดาวรุ่งอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่มีฝีเท้าโดดเด่นเกินอายุ โดยออกมาบอกว่าไม่รู้จักเจ้าหนูแจ็ก

ในเดือนเดียวกัน หลังจากที่มั่นใจเต็มที่ว่าตัวเองเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก จึงประกาศเลิกกับ เมลิสซา คาสตาโยลี แฟนสาวดีกรีนางงามอิตาลี แล้วหันไปคบ โซฟี เรด นางสาวเพลย์เมท

เท่านั้นยังไม่พอ ยังแอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับเพื่อนสนิทของเธอ

และเมื่อไม่นานมานี้ เขากระโดดถีบยอดอก โกราน โพปอฟ ของดินาโม เคียฟ จนถูกไล่ออกจากเกมยูโรปา ลีก นัดสอง จน โรแบร์โตมันชินี นายใหญ่แมนฯ ซิตี เริ่มหมดความอดทน และออกมาขู่จะดร็อปจากทีมเพื่อดัดนิสัย

ยัง...ยังไม่พอแค่นี้ หลังจบแมตช์ระหว่างขับรถกลับ ยังไม่วายเปิดประตูออกมาด่าแฟนบอลเคียฟอีก

นี่เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น เพราะยังไม่รวมสมัยค้าแข้งอยู่กับอินเตอร์ มิลาน จนถูกปล่อยตัวออกมา

เห็นแบบนี้แล้ว หลายคนคงคิดว่าชีวิตในวัยเยาว์ บาโลเตลลี ต้องถูกเลี้ยงมาแบบถูกตามใจจนเสียคน

ผิดแล้ว ชีวิตวัยเด็กของศูนย์หน้าค่าตัว 24 ล้านปอนด์ น่าสงสารมาก เพราะเขาถูกพ่อแม่ที่แท้จริงทิ้งเขาไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากครอบครัวยากจน

แต่ก็ใช่ว่าชีวิตของเขาจะแย่ไปซะหมด

หนูน้อยผู้โชคดีถูกครอบครัว “บาโลเตลลี” รับไปชุบชีวิตใหม่ โดยเขาจะต้องไปขึ้นศาลทุกๆ 2 ปี พร้อมครอบครัวบาโลเตลลี เพื่อขอคำสั่งศาลในการเลี้ยงดู

แม้ว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าจะกลับมาหา และบอกว่าไม่ได้ทิ้งลูกน้อยแต่อย่างใด แต่บาโลเตลลีไม่ยอมรับ และบอกว่าเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้า เนื่องจากไม่เคยรับเลี้ยงดูแลเลย แต่กลับมาเพราะรู้ว่าเป็นนักฟุตบอลชื่อดัง

นี่อาจจะเป็นเหตุผลส่วนนึงที่กลายเป็นปมด้อย และโตมาเป็นเด็กมีปัญหาก็เป็นได้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท