posttoday
วิทยาศาสตร์ความสุข

วิทยาศาสตร์ความสุข

30 มีนาคม 2554

สาวเมืองบัว

สาวเมืองบัว

หนูดี – วนิษา เรซ

สาวเมืองบัว

สาวเมืองบัวเป็นนักเขียนมาตั้งหลายปี และเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องสมองมาก็หลายเล่ม แต่ยังไม่เคยมีครั้งไหนได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองที่หนูดีเกิด อาศัย และเติบโตมาจนทุกวันนี้เลยค่ะ ทั้งๆ ที่เมืองนี้ก็เป็นเมืองมีเสน่ห์และน่ารัก รวมถึงดอกไม้ประจำเมืองก็เป็นดอกไม้ประจำศาสนาของพวกเราส่วนใหญ่ในประเทศไทยด้วย

หนูดีเป็นสาวเมืองปทุมฯ เมื่อเกิดก็เกิดที่ ต.บึงยี่โถ และไม่เคยย้ายสำมะโนครัวไปไหนเลยแม้แต่ครั้งเดียว เลือกตั้งก็เลือกใน จ.ปทุมธานี และภูมิใจความเป็นคนรังสิต ที่เกิดมาก็เห็นคลอง กระโดดข้ามท้องร่องเป็นเรื่องธรรมดา ขับรถออกไปนิดก็เป็นนาข้าว ไกลอีกหน่อยก็เห็นเขาใหญ่ ดังนั้นถึงแม้ด้วยวิถีชีวิตจะต้องมีการย้ายตัวเองไปอยู่เมืองใหญ่ในอเมริกา เพราะเรื่องการเรียนหลายเมือง รวมถึงฝั่งคุณพ่อก็เป็นคนบอสตัน ทำให้หนูดีกระโดดจากการเป็น “สาวบ้านนอก” ไปเป็น “สาวเมืองนอก” โดยไม่เคยเป็น “สาวชาวกรุง” กับเขาเลย

แต่ขนาดเป็น “สาวเมืองบัว” มาหลายสิบปี หนูดีก็ยังไม่เคย “อิน” เรื่องบัวแบบจริงๆ จังๆ สักเท่าไร เพียงแต่รู้ว่าบัวเป็นดอกไม้ที่สวย แถมมีประโยชน์ทางยาด้วย เพราะตอนที่ป่วยนั้น อาจารย์ที่สอนแนวธรรมชาติบำบัดให้หนูดีชงชากินแบบที่ผสมสายบัว ที่เขียวๆ ขมๆ น่ะค่ะ คืนเดียวเห็นผล จากที่ครั่นเนื้อครั่นตัว อาการก็ดีขึ้นมาก

พอช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เปลี่ยนฤดูกาล และในฐานะที่หนูดีเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่ม “คนเมืองปลูกผัก” ก็ต้องเริ่มคิดแล้วว่า ในหน้าร้อนที่จะถึงนี้เราจะปลูกผักอะไรดีที่จะเหมาะสม ก็บังเอิญได้อ่านเรื่องราวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่กำลังสะสมพันธุ์บัวประเภทต่างๆ หลายร้อยสายพันธุ์ เป็นบัวตัดดอก สีสันสดใส เน้นทำตลาดลูกค้ากลุ่มพรีเมียม ดันเข้าเป็นดอกไม้ในโรงแรมห้าดาว เพราะบัวเหล่านี้เมื่อตัดดอกแล้วมีอายุการบานได้ห้าถึงเจ็ดวัน เหมาะสำหรับการจัดประดับ เมื่อได้ทราบข้อมูลนี้หนูดีก็เลยเริ่มหันมาดูบัว เพราะเริ่มเห็นศักยภาพที่อาจเป็นได้มากกว่าสายบัวที่ตัดมากินมาขายกำละห้าบาท หรือบัวหลวงที่ตัดดอกมาบูชาพระเท่านั้น อีกอย่างหนึ่งก็คือ บัวหลายสีนี่สวยจริงๆ ค่ะ หนูดีเคยเห็นมาหลายปีก็คิดแต่ว่าอายุการบานหลังตัดนั้นไม่นานเท่าไร ทั้งๆ ที่สวยมาก สีม่วง สีน้ำเงิน สีชมพูเข้ม สีชมพูเหลือบขาว หรือสีเหลืองสด ก็ต้องตัดใจไม่ปลูก แต่เมื่อทราบอายุใช้งานก็เริ่มสนใจและเริ่มศึกษา

พอเริ่มศึกษาก็เลยพบเรื่องราวที่น่าประหลาดหลายอย่างเกี่ยวกับบัว อันดับแรกที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือ “ข้าวห่อใบบัว” ที่ไม่ค่อยได้กินบ่อยหรอกค่ะ แต่กินคราวไหนก็รู้สึกดีคราวนั้นว่า “เราดูแลสุขภาพ” แต่ก็เพิ่งได้มาทราบครั้งนี้เองว่า ใบบัวส่วนใหญ่ที่หน้าตาสวยๆ ไร้รูหนอนแบบที่เอามาห่อข้าวให้พวกเรากินนั้น ถูกระดมฉีดยาฆ่าแมลงและอัดปุ๋ยมาตั้งแต่นาบัวกันเลยทีเดียว ใครจะนึก เพราะสำหรับหนูดีบัวคือพืชพื้นถิ่น แค่โยนๆ ไหลหรือเหง้าลงไปในน้ำก็น่าจะขึ้นเป็นล่ำเป็นสัน ยาอะไรก็ไม่น่าจะต้องฉีด เพราะไม่น่าจะโดนแมลงรุม ที่ไหนได้ หนูดีได้อ่านสัมภาษณ์เกษตรกรปลูกบัว คุณพานุ เอี่ยมสุวรรณ์ ในวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ (เล่มโปรดค่ะ ก่อนหน้าปลูกผักก็ไม่อ่าน แต่พออ่านแล้วติดถึงขั้นต้องเป็นสมาชิกรายปีเลยทีเดียว) ก็ได้เห็นประโยคเด็ดที่เขาบอกว่า

“บัวธรรมชาติดอกเล็ก แต่ตลาดต้องการดอกใหญ่ ใบก็ต้องเขียวสด ที่ใบบัวตามธรรมชาติต้องมีแมลงมาเกาะกิน แต่ตลาดต้องการใบขาวสวย ไม่มีอะไรแตะต้อง เอาไปห่อข้าวใบบัวจะได้น่ากิน แต่มันเป็นการฝืน คนปลูกจึงต้องใช้สารเคมี ซึ่งมันอันตรายมาก คนกินข้าวห่อใบบัว จริงๆ แล้วกำลังฆ่าตัวเองโดยไม่รู้ตัว”

ฟังแล้วคิดเลยว่า “ผิดไปแล้วค่ะ” ยิ่งมานึกเวลาพับดอกบัวถวายพระแล้วไม่ได้คิดอะไร เอามือมาจับอาหาร จับหน้าจับตาตามปกติแล้วเสียวไส้ คนบริโภคอย่างพวกเราไม่เคยรู้เบื้องลึกของอะไรเลย กินอะไรก็ไม่ค่อยได้รู้ว่า จริงๆ แล้วมันเป็นมาอย่างไร พอพลิกตัวเองมาเป็นฝั่งคนขาย แม้จะแค่ทำเล่นๆ เป็นงานอดิเรกแบบหนูดี แต่มันก็เท่ากับเราเปิดโลกตัวเองเข้าไปสู่ความคิดของ “ผู้ผลิต” แล้วก็เลยได้รู้ข้อมูลที่หลายครั้งก็ทำให้สยองได้แบบนี้

นาทีนี้ นอกจากปลูกข้าว ปลูกเห็ด ปลูกผักแล้ว หนูดีก็ยังคิดขยับขยายไปปลูกบัวในไร่ขนาดจิ๋วเพียงแค่สองไร่เศษของหนูดีด้วย เพราะตามหลักการปลูกของในหลวงแล้ว เราต้องมีบึงน้ำไว้สำหรับดึงน้ำมาใช้หน้าแล้ง หนูดีเองก็ขุดบ่อขนาดกำลังดีไว้ด้วย รวมถึงร่องน้ำระหว่างแปลงที่มีอยู่หลายสิบร่องทีเดียว ที่น่าทึ่งของบัวก็คือ เขาขยายเร็วมาก ตอนที่ขุดขยายสระให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับหน้าฝนและหน้าแล้ง เรามีบัวหลวงและบัวไต้หวันขึ้นอยู่มากมาย แต่พอเอารถขุดมาขุดดินขึ้นมาอีกหลายเมตร บัวก็หายไปหมด แต่เพียงเดือนเดียวเท่านั้น เขาก็กลับมาเบ่งบานใหม่แบบเกือบเต็มสระ ทั้งๆ ที่หนูดีเดาด้วยสายตาว่า เหง้าเขาน่าจะถูกทำลายไปหมดแล้ว แต่ต้องชมว่าทนทายาดจริงๆ เห็นลักษณะแล้วก็เริ่มใจชื้นว่า ถ้าทนขนาดนี้หนูดีก็น่าจะปลูกขึ้นเหมือนกัน เพราะเป็นคนมือไม่เขียวที่เริ่มจะเขียวๆ บ้างแล้ว หลังจากมีงานอดิเรกเป็นชาวสวนในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

การเลี้ยงบัวเป็นงานอดิเรกนั้น ทำไม่ยากค่ะ หากบ้านมีพื้นที่ไม่มากก็ใช้บ่อบัวเซรามิกหรือดินเผาสวยๆ แต่ถ้าจะคิดขุดบึงปลูกก็ได้เช่นกัน โลกของการเกษตรเป็นโลกที่น่ารัก โดยเฉพาะเมื่อเราไม่ได้ปลูกขายเป็นล่ำเป็นสัน แต่ทำเป็นงานอดิเรกช่วยผ่อนคลายสมองที่ล้ามาจากงานประจำวัน โดยไม่ต้องไปเคร่งเครียดกับการผันผวนของราคาในตลาดภาคเกษตร เพราะสำหรับพวกเรา แค่ผักออกใบ บัวออกดอกได้ ก็ดีใจและมีความสุขแล้วค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท