
คุณ...จะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน?
เป็นเวลาถึง 10 ปีพอดี นับจากปี 2544 ที่ศิลปินกลุ่มหนึ่ง นำโดย “จิตติมา ผลเสวก” ได้ลงพื้นที่ทำงานศิลปะในชุมชน
เป็นเวลาถึง 10 ปีพอดี นับจากปี 2544 ที่ศิลปินกลุ่มหนึ่ง นำโดย “จิตติมา ผลเสวก” ได้ลงพื้นที่ทำงานศิลปะในชุมชน
เรื่อง มัลลิกา
เป็นเวลาถึง 10 ปีพอดี นับจากปี 2544 ที่ศิลปินกลุ่มหนึ่ง นำโดย “จิตติมา ผลเสวก” ได้ลงพื้นที่ทำงานศิลปะในชุมชน เพื่อบอกเล่าถึงปัญหาของการรุกรานและละเมิดสิทธิของชาวบ้านในชุมชนนั้นๆ
เริ่มต้นด้วย “ศิลปะแลกเปลี่ยนไทยพม่า สาละวิน” บ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ต่อด้วย “ศิลปะชุมชนอูรักลาโว้ย” บ้านโต๊ะบาหลิว เกาะลันตา จ.กระบี่ และเมื่อปีที่แล้วกับงาน “ศิลปะแม่น้ำโขง ร่วมสายน้ำ” ซึ่งจัดแสดงถึง 3 พื้นที่ คือ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี อ.ปากชม จ.เลย และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย
ทว่าแรงสั่นสะเทือนของคำถามถึงปัญหานั้นก็เงียบหายไปกับการหมดวาระของนิทรรศการ แม้ว่าจะเดินหน้าทำงานศิลปะชุมชนบอกเล่าปัญหากันต่อๆ ไป ทว่าก็ยังเป็นเสียงในความเงียบ ล่าสุดได้มาจัดนิทรรศการใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในชื่อนิทรรศการ “คุณ...จะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน?”
ในครั้งนี้มีศิลปินเข้าร่วมแสดงงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ ประกอบด้วย จิตติมา ผลเสวก ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง มานะ ภู่พิชิต สุธน สุขพิทักษ์ สุรัตน์ สุวนิช จามิกร แสงศิริ วิชชุกร ตั้งไพบูลย์ มณฑลี วิจิตรธนสาร มงคล เปลี่ยนบางช้าง จักรกริช ฉิมนอก ภัทรี ฉิมนอก และ อุกฤษฏ์ จอมยิ้ม ส่วนศิลปินต่างชาติมี Nyo win Maung จากประเทศพม่า Jeremy Hiah, Kai Lam, Zai Kuning จากประเทศสิงคโปร์ Yuzuru Maeda จากประเทศญี่ปุ่น และ Guang Feng Cheng จากประเทศจีน
“คุณ...จะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน?” เป็นการตั้งคำถามผ่านงานศิลปะ ผลงานสร้างสรรค์หลากรูปแบบทั้งงานติดตั้งจัดวางในพื้นที่ งานแสดงสด ภาพถ่าย วีดิทัศน์ ข้อเขียน บทกวี บทเพลง โดยศิลปินได้ลงพื้นที่ใช้เวลาคลุกคลีกับชาวบ้านศึกษาข้อมูลทุกแง่มุม ก่อนจะสร้างสรรค์ผลงานเพื่อใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชุมชนสู่สาธารณชน โดยเลือกพื้นที่ซึ่งกำลังมีประเด็นปัญหาจากโครงการพัฒนา ซึ่งจะทำให้ผู้คนที่อยู่อาศัยกับทรัพยากรเหล่านี้มายาวนานหลายชั่วคนจะต้องกระเด็นไปจากพื้นที่ หรืออยู่อย่างแปลกหน้าในถิ่นที่กำเนิดของตัวเอง
จิตติมา กล่าวถึงที่มาของการทำงานศิลปะชุมชนว่า ปกติเขียนหนังสือและได้มีโอกาสลงพื้นที่เก็บข้อมูล ได้ทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านและเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสิทธิมนุษยธรรม “เราก็เอาศิลปะไปทำงานในชุมชน ใช้ศิลปะเล่าเรื่องชุมชน ชวนศิลปินที่มีแนวความคิดคล้ายคลึงกันมาร่วมสร้างผลงาน แต่ศิลปินก็จะสร้างงานแตกต่างกันไปตามแต่ละสไตล์ของเขา”
ที่นิทรรศการครั้งนี้ จิตติมาได้ชวนเพื่อนๆ ศิลปินชาวต่างชาติมาร่วมด้วย เพราะว่าตอนนี้ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ระดับสากล ที่คนทั่วโลกต้องร่วมกันเผชิญ “สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีทางได้คำตอบเลย ถ้าเป็นชาวบ้านจะตอบว่าต้องหยุดสร้างเขื่อน แต่ระดับรัฐบาลจะตอบอย่างไร มันเป็นคำถามที่ไม่สิ้นสุด ถ้ามีคำตอบเราจะไม่ถามแล้ว เราอยากให้คนในเมืองช่วยกันถามด้วย ช่วยกันหาคำตอบให้ด้วย อาจจะดูเป็นไกลตัว แต่เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องเดียวกัน”
ชื่อนิทรรศการ “คุณ...จะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน?” จิตติมาว่าอยากให้คนเขาสงสัยตั้งแต่แรก “พอเข้ามาชมแล้วก็อยากจะให้เขาร่วมถามกับเราเสียงจะได้ดังขึ้น เพราะประเด็นอยู่ที่การรุกรานจากการพัฒนา อย่างสาละวินมีโครงการสร้างเขื่อน ปัญหาก็เกิดขึ้นกับชาวบ้านในพื้นที่ ถ้ามีเขื่อนชาวบ้านต้องออกมา เป็นการละเมิดที่อยู่เขา ละเมิดสิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่ อย่างแม่น้ำโขงก็จะสร้างเขื่อน ถ้าโครงการเกิดขึ้น สิ่งแวดล้อมวิถีชีวิตก็จะได้รับผลกระทบ ส่วนชาวเลเป็นการรุกรานทางวัฒนธรรม ทางการท่องเที่ยว พื้นที่สวยๆ ก็ไปทำรีสอร์ต ทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหมด คนท้องถิ่นก็ต้องย้ายไป
ครั้งนี้เราเอามารวมกัน เป็นคำถามเดียวกัน เมื่อพวกเขาโดนรุกราน โดนละเมิด ถ้าโครงการเกิดขึ้นแล้วจะเอาชาวบ้านตรงนั้นไปไว้ไหน”
เนื่องด้วยเป็นนิทรรศการที่จัดยาว (ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.-12 มิ.ย.) ระหว่างนั้นจึงมีกิจกรรมสนับสนุนนิทรรศการอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเสวนา หรือการแสดงต่างๆ โดยระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-7 พ.ค. ศิลปินก็จะลงพื้นที่หาข้อมูลและทำงานศิลปะชุมชนในโปรเจกต์ “ศิลปะแม่น้ำโขง ร่วมสายน้ำ 2” ณ อ.เชียงคาน กับ อ.ปากชุม จ.เลย และจะกลับมาจัดกิจกรรมต่อที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 10 พ.ค. (ตารางกิจกรรมวันอื่นๆ สอบถามได้ที่ โทร. 02-214-6630 หรือ 08-1583-7493 จิตติมา)
โลกทั้งโลกกำลังปั่นป่วนด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และช่องว่างระหว่างมนุษย์ ที่ถ่างห่างจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงตะโกนกู่ถึงกัน มาร่วมกันตั้งคำถามและค้นหาคำตอบในนิทรรศการ “คุณ...จะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน?” ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.12 มิ.ย.นี้







