posttoday
ให้ "ทาน" ด้วยการให้ "ทาง"

ให้ "ทาน" ด้วยการให้ "ทาง"

20 มีนาคม 2554

ตราบใดที่ยังมีคนที่ให้ทานง่ายๆ โดยไม่คิดตราบนั้นขอทานก็จะยังคงมีอยู่ แต่เมื่อใดก็ตามที่เราช่วยกันทำให้ขอทานสามารถลุกขึ้นมาพึ่งตัวเองได้ เมื่อนั้นขอทานก็จะหายไป...

ตราบใดที่ยังมีคนที่ให้ทานง่ายๆ โดยไม่คิดตราบนั้นขอทานก็จะยังคงมีอยู่ แต่เมื่อใดก็ตามที่เราช่วยกันทำให้ขอทานสามารถลุกขึ้นมาพึ่งตัวเองได้ เมื่อนั้นขอทานก็จะหายไป...

เรื่อง : ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย / ภาพ : ภาพจากภาพยนตร์ Slumdog Millionaire

ใครที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่อง “Slumdog Millionaire” ที่ได้รับรางวัลออสการ์ประจำปี 2551 ไปถึง 8 รางวัลซ้อน ก็คงจะสะเทือนใจกับภาพสลัมเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ที่ดูสมจริงเสียยิ่งกว่าจริง จนกระทั่งว่าเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายไปทั่วโลก ชาวสลัมในเมืองมุมไบต้องลุกขึ้นมาประท้วงที่กลุ่มผู้สร้างเอาความจริงที่สมจริงออกมาประจานให้ชาวโลกได้รับรู้

ทำไมภาพชีวิตของคนยากจนในอินเดียจึงสะเทือนใจคนดูมากมายทั่วโลก คำตอบก็เพราะภาพเช่นนี้ช่างขัดแย้งกับภาพของความเจริญด้านอื่นๆ อย่างชนิดหน้ามือกับหลังมือ เช่น ด้านอวกาศที่อินเดียกลายเป็นประเทศมหาอำนาจอีกประเทศหนึ่งที่สามารถส่งยานอวกาศขึ้นไปโคจรเพื่อปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศสำเร็จมาแล้วหรือตัดกับภาพของประเทศมหาอำนาจทางการทหาร ที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เป็นผลสำเร็จ หรือไม่ก็ตัดกับภาพของประเทศมหาอำนาจทางด้านไอที ที่สามารถผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์รวมทั้งโปรแกรมเมอร์ชั้นนำมากมายให้แก่องค์กรชั้นนำด้านเทคโนโลยีทั่วโลก

ให้ "ทาน" ด้วยการให้ "ทาง"

ความมั่งคั่ง ความเป็นมหาอำนาจด้านต่างๆ ที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงความมั่งคั่งของคนกลุ่มเล็กๆ เพียงหยิบมือหนึ่งของประเทศที่มีประชากรกว่าพันล้านคนเท่านั้น หากเรากวาดตามองอินเดียอย่างลึกซึ้งเราจะพบว่าประเทศนี้ยังมีคนจนอยู่มากมายติดอันดับต้นๆ ของโลก

ขอทานชาวอินเดียมีกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่เว้นแม้แต่ในเมืองหลวงอย่างนครเดลี ยิ่งถ้าเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ด้วยแล้วจะพบว่าขอทานมีจำนวนมากมายเป็นพิเศษ มากเสียจนนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนอินเดียอดคิดไม่ได้ว่า ขอทานเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของอินเดียไปแล้ว

เมื่อแรกที่ผู้เขียนไปเยือนอินเดียใหม่ๆ ได้พบเห็นขอทานแล้วรู้สึกสะเทือนใจอย่างรุนแรง มีอะไรอยู่ในมือก็อยากจะหยิบยื่นให้เสียทั้งสิ้น แต่เมื่อไปอินเดียบ่อยเข้าชนิดปีเว้นปีหรือทุกปีอย่างทุกวันนี้ ก็ชักลดความสงสารลงไปมาก ไม่ใช่เพราะว่าเห็นขอทานเสียจนชิน แต่เป็นเพราะหลังๆ มานี้เกิดความเข้าใจขึ้นมาใหม่ว่า หากเราจะแสดงความสงสารขอทานด้วยการให้ทานแก่เขาอย่างง่ายๆ เช่น โยนเงินให้เขา เพื่อที่จะพบว่าหลังจากนั้นไปอินเดียอีกกี่ครั้งๆ เขาหรือเธอเหล่านั้นก็ยังคงยึดอาชีพขอทานอยู่เช่นเดิม ถ้าการให้ทานของเราไม่เคยช่วยเขาให้ดีขึ้นหรือทำให้เขาไม่คิดที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม แต่ยังคงเลือกที่จะขอทานอยู่เหมือนเดิมชั่วนาตาปี เพราะมันเป็นอาชีพที่ต้นทุนต่ำ แต่รายได้สูง เราก็ควรเลิกให้ทานอย่างง่ายๆ แล้วหันมาให้ทานอย่างมีวิจารณญาณเหมือนกับที่รัฐบุรุษของอินเดียอย่าง มหาตมะ คานธี เคยกล่าวว่า

“ทำไมเราจึงดูถูกคนขอทานด้วยการโยนเงินให้แก่เขาเล่า จะไม่ดีกว่าหรือถ้าเราจะหางานให้เขาทำแทนการให้เงินอย่างมักง่าย”
สุภาษิตจีนกล่าวว่า

“หากท่านแบ่งแกงปลาให้เขากิน อย่างดีที่สุดเขาก็อิ่มเพียงหนึ่งมื้อ แต่หากท่านสอนวิธีจับปลาให้แก่เขา เขาจะมีปลากินไปตลอดชีวิต”

พระพุทธศาสนาก็เสนอหลักการในการช่วยคนเอาไว้ว่า เราควรจะช่วยเขาให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น พุทธวัจนะที่ว่า
“ตนแลเป็นที่พึ่งของตน
คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
แท้ที่จริง
ตนที่ฝึกฝนไว้เป็นอย่างดีแล้วนี่แหละ
คือที่พึ่งที่หาได้แสนยาก”

การช่วยเหลือคนขอทานหากทำอย่างขาดวิจารณญาณ แม้จะมีเจตนาดีเป็นรากฐานอยู่ในใจ แต่ก็อาจกลายเป็นการซ้ำเติมให้เขาตกต่ำย่ำแย่ลงกว่าเดิมก็เป็นได้

ทุกครั้งที่ไปเยือนอินเดียแล้วพบขอทาน เราควรใช้วิจารณญาณอย่างลึกซึ้งว่า เราจะช่วยเขาเพื่อทำให้เขาอยู่รอดไปเพียงวันๆ เพื่อที่จะตื่นขึ้นมาลุ้นว่าวันพรุ่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาให้ทานอีกไหม หรือเราจะช่วยเขาด้วยการกระตุ้นให้เขาสามารถลุกขึ้นมาสร้างสรรค์พัฒนาตัวเองให้ดีกว่านั้นได้และไปให้พ้นจากการเป็นขอทานตลอดชีวิตขอทานจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวขอทานเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ที่ให้ทานด้วย

ตราบใดที่ยังมีคนที่ให้ทานง่ายๆ โดยไม่คิดตราบนั้นขอทานก็จะยังคงมีอยู่อย่างมากมาย แต่เมื่อใดก็ตามที่เราช่วยกันทำให้ขอทานสามารถลุกขึ้นมาพึ่งตัวเองได้ เมื่อนั้นขอทานก็จะหายไปหรือถึงไม่หายไป แต่ปริมาณก็คงจะลดลง

ใช่หรือไม่ว่า มองในอีกมุมหนึ่ง ปริมาณของขอทานก็ช่วยสะท้อนคุณภาพของผู้ให้ทานด้วยเช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี