
ผู้หญิงกับเอดส์
สัปดาห์ก่อนได้นำเสนอให้เห็นว่าเอดส์เป็นปัญหาที่สำคัญด้านอนามัยเจริญพันธุ์และคุณภาพชีวิตของประชากรไทย อย่างไรก็ตาม เอดส์สามารถป้องกันได้ โดยต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถนำความรู้ความเข้าใจนั้นไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ในปัจจุบันผู้หญิงอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทบจะไม่ต่างจากผู้ชาย ผู้หญิงจึงเป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่จะมีบทบาทอย่างสำคัญในการป้องกันโรคเอดส์ ทั้งในส่วนของการป้องกันตัวเอง และในฐานะที่มีบทบาทหลักในการดูแลความเป็นอยู่ในครอบครัว ผู้หญิงจะมีบทบาทอย่างสำคัญในการป้องกันเอดส์ให้แก่บุตรและสมาชิกในครอบครัวด้วย
สัปดาห์ก่อนได้นำเสนอให้เห็นว่าเอดส์เป็นปัญหาที่สำคัญด้านอนามัยเจริญพันธุ์และคุณภาพชีวิตของประชากรไทย อย่างไรก็ตาม เอดส์สามารถป้องกันได้ โดยต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถนำความรู้ความเข้าใจนั้นไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ในปัจจุบันผู้หญิงอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทบจะไม่ต่างจากผู้ชาย ผู้หญิงจึงเป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่จะมีบทบาทอย่างสำคัญในการป้องกันโรคเอดส์ ทั้งในส่วนของการป้องกันตัวเอง และในฐานะที่มีบทบาทหลักในการดูแลความเป็นอยู่ในครอบครัว ผู้หญิงจะมีบทบาทอย่างสำคัญในการป้องกันเอดส์ให้แก่บุตรและสมาชิกในครอบครัวด้วย
หากพิจารณาถึงความรู้ของผู้หญิงไทยเกี่ยวกับโรคเอดส์ จากข้อมูลการสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์ในปี 2552 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งวัดความรู้ของสตรีอายุ 1559 ปี ในมิติต่างๆ ได้แก่ 1) การใช้ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันเอดส์ได้ 2) การมีคู่นอนเพียงคนเดียวป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ 3) การกินอาหารร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่สามารถติดเชื้อดังกล่าวได้ 4) ยุงไม่เป็นพาหะนำเชื้อเอชไอวีสู่คนได้ 5) คนที่มีสุขภาพแข็งแรงอาจมีเชื้อเอชไอวีได้
จากผลการสำรวจพบว่ามีเพียงร้อยละ 36.4 ของสตรีตัวอย่างเท่านั้น ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์ถูกต้องทั้ง 5 ประเด็น โดยสตรีส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 85 สามารถตอบ 2 ข้อแรกได้ถูกต้อง แต่ใน 3 ข้อหลังจะเห็นได้ชัดว่ามีสัดส่วนที่ตอบถูกน้อยกว่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเกี่ยวกับยุงและเอดส์ มีเพียงร้อยละ 67 เท่านั้นที่มีความรู้ที่ถูกต้อง นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงอายุและการศึกษาของผู้หญิง พบว่าความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์มีความสัมพันธ์กับอายุและระดับการศึกษา คือ ผู้หญิงอายุน้อยมีการศึกษาสูงมีแนวโน้มที่จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์มากกว่าผู้หญิงที่มีอายุมากและมีการศึกษาน้อย
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ยังมีความรู้ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์ การรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์จึงยังคงมีความสำคัญ โดยที่การให้ความรู้นั้นต้องคำนึงถึงลักษณะของผู้หญิง เช่น อายุและการศึกษาด้วย







