posttoday
รัฐบาลพม่าถวายสมณศักดิ์สูงสุดแด่หลวงปู่ทอง วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่

รัฐบาลพม่าถวายสมณศักดิ์สูงสุดแด่หลวงปู่ทอง วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่

20 มีนาคม 2554

วันที่ 19 มี.ค. 2554 หลวงปู่ทอง หรือพระธรรมมังคลาจารย์ วิ. (วิปัสสนา) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จ.เชียงใหม่ จะเดินทางไปประเทศพม่า เพื่อรับสมณศักดิ์สูงสุดสำหรับพระสายวิปัสสนาคือ อัคคกัมมัฏฐานจริยะ (Agga Maha Kammatthan Cariya) จากรัฐบาลพม่า โดยมี พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะภาค 1 กรรมการมหาเถรสมาคม เดินทางเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีถวายสมณศักดิ์ครั้งนี้ด้วย

วันที่ 19 มี.ค. 2554 หลวงปู่ทอง หรือพระธรรมมังคลาจารย์ วิ. (วิปัสสนา) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จ.เชียงใหม่ จะเดินทางไปประเทศพม่า เพื่อรับสมณศักดิ์สูงสุดสำหรับพระสายวิปัสสนาคือ อัคคกัมมัฏฐานจริยะ (Agga Maha Kammatthan Cariya) จากรัฐบาลพม่า โดยมี พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะภาค 1 กรรมการมหาเถรสมาคม เดินทางเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีถวายสมณศักดิ์ครั้งนี้ด้วย

โดย...สมาน สุดโต

 

รัฐบาลพม่าถวายสมณศักดิ์สูงสุดแด่หลวงปู่ทอง วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่

วันที่ 19 มี.ค. 2554 หลวงปู่ทอง หรือพระธรรมมังคลาจารย์ วิ. (วิปัสสนา) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จ.เชียงใหม่ จะเดินทางไปประเทศพม่า เพื่อรับสมณศักดิ์สูงสุดสำหรับพระสายวิปัสสนาคือ อัคคกัมมัฏฐานจริยะ (Agga Maha Kammatthan Cariya) จากรัฐบาลพม่า โดยมี พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะภาค 1 กรรมการมหาเถรสมาคม เดินทางเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีถวายสมณศักดิ์ครั้งนี้ด้วย

อำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้แถลงว่า มส.รับทราบที่กระทรวงการต่างประเทศรายงานเรื่องที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง สหภาพพม่า แจ้งว่า รัฐบาลพม่าได้ถวายสมณศักดิ์ให้แก่พระธรรมมังคลาจารย์ (ทอง สิริมังคโล) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ในฐานะที่บำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระศาสนา

สมณศักดิ์ระดับนี้ถือว่าเป็นสมณศักดิ์สูงสุดสำหรับพระสายวิปัสสนาคือ อัคคกัมมัฏฐานจริยะ (Agga Maha Kammatthan Cariya) ซึ่งปีนี้มีพระภิกษุต่างชาติได้รับ 10 รูป คือจากไทย อินเดีย ศรีลังกา เวียดนาม เนปาล บังกลาเทศ และสหราชอาณาจักร ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2554 ได้มอบให้ พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะภาค 1 กรรมการมหาเถรสมาคม เดินทางเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีถวายสมณศักดิ์พระธรรมมังคลาจารย์ วันที่ 19 มี.ค. 2554 ณ โถงพระธรรมวิหาร พระเจดีย์อุปปตะสันติ นครเนปิดอว์ โดย พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย ผู้นำรัฐบาลพม่า จะเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ที่รับสมณศักดิ์ครั้งนี้

พระธรรมมังคลาจารย์ ชื่อเดิม ทอง ฉายาสิริมังคโล เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ 88 ปี พรรษา 68 เกิด พ.ศ. 2466 เคยเล่าประวัติให้ญาติโยมฟังเมื่อวันทำบุญอายุวัฒนมงคล 86 ปี (พ.ศ. 2552) ว่าตัวท่านที่ชาวประชาเรียกว่าหลวงปู่เป็นคนบ้านนอก อยู่บ้านนาแก่ง มีปู่ชื่อว่าขุนต่างใจ ซึ่งมาแต่งงานที่บ้านนาแก่ง มีบุตรธิดา 3 คน คือพ่อหนานใจเทิง พ่อทา แม่เต็ม เมื่อลูกเกิดมา 3 คน กลับระแหง หรือเมืองตาก ทิ้งลูก 3 คนอยู่บ้านนาแก่ง ตัวหลวงปู่มาเกิดที่นาแก่ง อ.ฮอด พออายุ 9 ขวบพ่อแม่ก็จากไป ก็เลยมาเป็นเด็กวัด และไปเป็นเด็กรับใช้บ้านญาติ ซึ่งเขาใช้ให้ทำทุกอย่างเลี้ยงลูก ซักผ้าอ้อม ตำข้าว ตักน้ำ เลี้ยงและสุมไฟให้ควาย (ไล่ยุงและแมลงต่างๆ) กลับมาอยู่บ้านนาแก่งอีก แล้วบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดชัยสถาน และวัดชัยมงคล ตามลำดับ ได้เรียนนักธรรมกับพระครูอ้ายที่เป็นเจ้าอาวาส แต่ไม่ได้สอบ ต่อมาพระครูคัมภีรธรรม เจ้าอาวาสวัดพระเกียรติ เจ้าคณะอำเภอฮอด ตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมที่บ้านแอ่น จึงเดินทางจากบ้านนาแก่งมาเรียนที่บ้านแอ่นระยะทาง 7 กิโลเมตร ดีกว่าช่วงก่อนที่เดินระยะทาง 9 กิโลเมตรจากบ้านนาแก่งเพื่อมาเรียนที่บ้านวังลุง แต่พลาดสอบนักธรรมตรีเพราะตาเจ็บเสียก่อน จนกระทั่งปีรุ่งขึ้นอายุ 17 ปี จึงเข้าสอบและสอบได้นักธรรมตรี ต่อมาสอบนักธรรมโทได้ที่วัดพันอ้น และสอบนักธรรมเอกได้ที่สำนักเรียนคณะจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2486

อุปสมบทเมื่อวันพฤหัสบดี 11 ค่ำ เดือน 2 ปีวอก วันที่ 7 ก.พ. 2487 ณ วัดบ้านแอ่น ต.บ้านแอ่น อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดยมีพระครูคัมภีรธรรม วัดชัยพระเกียรติ เป็นพระครูปัชฌาย์ ท่านเคยไปอยู่กับครูบาพรหมา วัดพระบาทตากผ้า จ.ลำพูน ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดเมืองมาง เมื่อ พ.ศ. 2491 ช่วงนี้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภเถระ) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพ ได้นิมนต์พระวิปัสสนาจารย์จากสำนักมหาสีสยาดอ ประเทศพม่า มาสอนวิปัสสนากรรมฐาน ที่วัดมหาธาตุฯ สมเด็จรูปนั้นครั้งที่เป็นพระพิมลธรรมได้ขึ้นไปทางเหนือ ประกาศหาพระสังฆาธิการไปอบรมกรรมฐานที่วัดมหาธาตุฯ พระครูคัมภีรธรรม วัดพระเกียรติ์ เจ้าคณะอำเภอฮอด จึงส่งหลวงปู่ทองมาอบรมเป็นรูปแรก จากนั้นครูบาพรหมา วัดพระบาทตากผ้า และครูบาอินทจักร วัดบ่อน้ำหลวง ก็ได้เข้ามาอบรมกรรมฐานตามมา

หลวงปู่ทองเล่าว่าท่านได้พระมหาแสวง ป.ธ.6 ช่วยให้ได้ไปศึกษารากเหง้าวิปัสสนากรรมฐาน 2 ปี 7 เดือน กลับมาตั้งอภิธรรมที่วัดเมืองมาง ไปพัฒนาวัดร่ำเปิงให้เป็นวัดปฏิบัติธรรม ช่วยวัดศรีโสดาอบรมวิปัสสนา สุดท้ายมาพัฒนาวัดพระธาตุศรีจอมทองโดยมีพระครูภิพัฒน์ และพระมหาแสวง ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนวัดเจริญรุ่งเรือง เพราะต่างก็เป็นเพื่อสหธรรมิก และเป็นศิษย์ของครูบาพรหมา เหมือนกัน

เจ้าประคุณสมเด็จฯ เช่นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ต่างเมตตาสนับสนุนงานเผยแผ่พระศาสนาเป็นอย่างดี จนได้รับสมณศักดิ์ที่พระธรรมมังคลาจารย์

 

รัฐบาลพม่าถวายสมณศักดิ์สูงสุดแด่หลวงปู่ทอง วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ ได้พูดถึงหลวงปู่ทอง เมื่อ พ.ศ. 2552 ว่า รู้จักท่านเจ้าคุณทองมานาน 52 ปีแล้ว เรียกท่านว่าท่านอาจารย์ทองมาตั้งแต่ปี 2500 ตั้งแต่อยู่วัดเมืองมาง รู้จักคุ้นเคยกับท่านเป็นอย่างดี ท่านอาจารย์ทองได้พยายามทำทุกอย่างให้เกิดความดีในใจของท่านก่อน แล้วจึงปฏิบัติเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น นำพาพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ได้ปฏิบัติกรรมฐานร่วมกัน ทุ่มเทเวลาชีวิต ลมหายใจเพื่อการปฏิบัติธรรม ท่านจึงมีความดีประจำตัวที่เรียกว่า อัตตะสัมบัติ แล้วจึงปฏิบัติให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปต่างประเทศอบรมกรรมฐานให้คนไทยและชาวต่างประเทศให้ได้รับรสพระธรรม ได้อาศัยร่มเงาพระศาสนาเย็นจิตเย็นใจ ท่านอาจารย์ทองได้สร้างพระไตรปิฎกฉบับล้านนา ตั้งโรงพิมพ์ที่วัดร่ำเปิง แจกจ่ายไปทั่วประเทศฟรี รวมทั้งส่งไปยังมหาวิทยาลัยต่างประเทศด้วย

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กล่าวถึงหลวงปู่ทองว่า ท่านเป็นพระสีละสัมปันโน เป็นพระมหาเถระผู้ทรงศีล และสุปฏิปันโน เป็นพระผู้ทรงธรรม เป็นพระวิปัสสนาจารย์ ผู้ยิ่งใหญ่ มีผลงานเผยแผ่พระศาสนา หลายจังหวัดภาคเหนือ ให้แม่ชีลูกศิษย์ไปเผยแผ่อีกหลายสำนัก ในต่างประเทศท่านก็ไปทั่วโลก มีฝรั่งลูกศิษย์ติดตามท่านมาอยู่ปฏิบัติกับท่านที่วัดศรีจอมทองมากมาย เพราะหลวงปู่เป็นผู้ทรงธรรม คือ วิปัสสนากรรมฐาน

พระธรรมคุณาภรณ์ (พิมพ์) เมื่อครั้งเป็นพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา รองเจ้าคณะภาค 7 ได้แสดงพระธรรมเทศนาในวันทำบุญอายุวัฒนมงคล หลวงปู่ทอง เมื่อ 21 ก.ย. 2552 ตอนหนึ่งว่าหลวงปู่เกิด 2 ครั้งแต่ละครั้งในตระกูลสูงคือเป็นฆราวาสเกิดในตระกูลพรมเสน เพราะปู่เป็นขุนนางในสมัยรัชกาลที่ 6 เกิดอีกครั้งเป็นอุดมเพศคือมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้นวงศ์คือศากยวงศ์ การเกิดครั้งที่ 2 นี้ มีครูบาชัยวงศ์ที่ให้การบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุหลวงปู่ได้ 11 ขวบ วันที่ 19 ม.ค. 2477 และอุปสมบท 7 ก.พ. 2487

นอกจากนั้น หลวงปู่มีวัยวุฒิสูง เกินอายุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษาก็นิพพานแล้ว แต่หลวงปู่อายุ 86 ปี (พ.ศ. 2552) ที่เกินมาถือว่าเป็นกำไรชีวิต

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของหลวงปู่คือมีคุณวุฒิ คือคุณงามความดี สำหรับข้อนี้ท่านมีมากมายสุดจะพรรณนา เฉพาะที่หลวงปู่เรียนและฝึกกรรมฐานจากประเทศพม่าและจากประเทศอินเดีย โดยเฉพาะวิธีเดินจงกรม ตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 6 ใช้เวลาเรียนถึง 2 ปี แล้วเรามาเรียนกรรมฐานกับท่านไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน เทียบกับหลวงปู่ไม่ได้เลยแม้แต่ผงธุลี

หลวงปู่ทองสอนวิปัสสนากรรมฐานโดยให้ปฏิบัติตามสติปัฏฐาน 4 คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน และธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ซึ่งหลวงปู่สอนแนวนี้มาตลอดจนอายุย่างเข้า 86 ปีแล้ว (พ.ศ. 2552)

หลวงปู่ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมมังคลาจารย์ วิ. (วิปัสสนา) ถือพัดยศสีขาว เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2552

ด้านการปกครองเป็นเจ้าอาวาสมา 3 วัดคือ วัดเมืองมาง เมื่อ พ.ศ. 2491 เจ้าอาวาสวัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) พ.ศ. 2531 และเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง ถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2510 เป็นเจ้าคณะอำเภอฮอด พ.ศ. 2511 เป็นพระอุปัชฌาย์ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนั้น มีผลงานเป็นที่ยอมรับคือเป็นประธานคณะผู้ตรวจชำระและจัดพิมพ์พระไตรปิฎก ฉบับภาษาล้านนา และเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระของภาคเหนือ

ในด้านการเผยแผ่นั้น หลังจากผ่านการฝึกอบรมจากวัดมหาธาตุ และสำนักมหาสีสยาดอ ก็ได้เปิดสำนักวิปัสสนาที่สำนักของตน ขยายสาขาไปในที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยเดินทางไปสอนวิปัสสนาในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ สเปน และอิตาลี เป็นต้น

หลวงปู่ทองมีธรรมะสั่งสอนสังคมมากมาย ที่รวบรวมพิมพ์เป็นเล่มแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ไปเป็นจำนวนมาก เช่น หนังสือคำสอนหลวงปู่ ที่พิมพ์เป็นที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2552 ที่ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นที่พระธรรมมังคลาจารย์ วิ. ซึ่งหนังสือนั้นบรรจุหลากหลายหัวข้อธรรมที่หลวงปู่สอนคณะศิษย์ ใครได้ศึกษาและปฏิบัติตามมีความเจริญและเป็นมงคลทุกคนและทุกโอกาส ทั้งนี้เพราะหลวงปู่ทองเป็นพระมหาเถระ ที่คณะสงฆ์ไทยภาคภูมิใจรูปหนึ่งในฐานะที่เป็นสีลสัมปันโน พระเถระที่ถึงพร้อมด้วยศีล ดังที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือยกย่องไว้ –สาธุ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท