
ปุจฉาจากเสวนาธรรมที่สถาบันพระปกเกล้า(ตอน๓)
ปุจฉา : มีคำถามข้อที่ ๒ จากสาธุชนผู้ร่วมฟังการเสวนาธรรม เมื่อ ๙ ก.พ. ๒๕๕๔ ที่สถาบันพระปกเกล้า ในงานเฉลิมฉลองบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระอริยสาวก
ปุจฉา : มีคำถามข้อที่ ๒ จากสาธุชนผู้ร่วมฟังการเสวนาธรรม เมื่อ ๙ ก.พ. ๒๕๕๔ ที่สถาบันพระปกเกล้า ในงานเฉลิมฉลองบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระอริยสาวก
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : มีคำถามข้อที่ ๒ จากสาธุชนผู้ร่วมฟังการเสวนาธรรม เมื่อ ๙ ก.พ. ๒๕๕๔ ที่สถาบันพระปกเกล้า ในงานเฉลิมฉลองบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระอริยสาวก เนื่องในโอกาสเข้าสู่เทศกาล “การสักการบูชาในวันมาฆบูชา” ที่คณะศรัทธาสาธุชน และองค์กรต่างๆ ได้ร่วมกันจัดงานกับทางคณะผู้จัดงานที่ประเทศอินเดีย คำถามนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะเดินทางมาประเทศอินเดีย และได้ตอบคำถามนี้เมื่อสิ้นสุดการจัดงานที่อินเดีย ก่อนที่จะเดินทางกลับจากสาวัตถี ซึ่งได้มาบูชาธรรม ณ วัดเชตวันอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี บัดนี้อยู่ในการดูแลของกองโบราณคดีของประเทศอินเดีย รัฐอุตตรประเทศ (รัฐยูพี) ซึ่งก็คงใช้เวลาประมาณ ๘๙ ชั่วโมง เพื่อเดินทางสู่แคว้นกาสี หรือเมืองพาราณสี เพื่อสักการบูชา ณ ธัมเมกสถูป สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาในวันอาสาฬหบูชา ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
โดยมีหัวข้อปุจฉาที่จะตอบในระหว่างการเดินทางว่า “สังคมไทยเป็นโรคทางใจกันมาก ทำให้เกิดปัญหาสังคม อยากให้พระอาจารย์แนะนำหลักธรรมะ เพื่อการเยียวยาจิตใจให้คนมีใจที่ปกติ และจะได้ช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไปค่ะ”
วิสัชนา : ท่าทางจะเป็นโรคทางจิตกันไปหมด มีความหวาดวิตกสูง และมีปัญหาทางความคิดกันพอควร จึงเป็นคำถามที่หวังได้ธรรมะโอสถ เพื่อเยียวยาจิตใจให้ไม่หวั่นไหว หวาดวิตกจนเสียความปกติของสัตว์มนุษย์ และในบรรทัดสุดท้ายได้กล่าวว่า “เพื่อเป็นพื้นฐานในการช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป” ซึ่งคงจะหมายความว่า “การมีธรรมะจะทำให้จิตใจคนเรามีความเป็นปกติ สามารถศึกษาปฏิบัติธรรม เพื่อจะได้ช่วยกันดำรงความสืบเนื่องอายุพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไปได้”
อันที่จริง ธรรมะในพระพุทธศาสนาเป็นหลักธรรมสาธารณะหรือเป็นหลักสากล เป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งสัตว์ทั้งหลายน้อยใหญ่ ไม่ได้เลือกเฉพาะกับชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ไปได้กับทุกกลุ่มคน ทุกชนชาติ ไม่ว่าจะนับถือลัทธิศาสนาใดมาก่อน ซึ่งทุกคนสามารถศึกษาตามหลักธรรมในพุทธศาสนาได้ ส่วนว่าจะนับถือศรัทธาจนถึงขั้นเปลี่ยนศาสนาหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องแล้วแต่บุคคล







