
กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
จัดต่อเนื่องมา 38 ครั้ง จนกลายเป็นงานประจำปีของเหล่าหนอนหนังสือไปแล้ว ครั้งที่ 39 นี้ จึงยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ดังเดิม เพื่อให้คนไทยเข้าถึงหนังสือและรักการอ่านมากขึ้น
จัดต่อเนื่องมา 38 ครั้ง จนกลายเป็นงานประจำปีของเหล่าหนอนหนังสือไปแล้ว ครั้งที่ 39 นี้ จึงยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ดังเดิม เพื่อให้คนไทยเข้าถึงหนังสือและรักการอ่านมากขึ้น
เรื่อง วิชช์ญะ ยุติ / ภาพ ไม่มีเครดิต
จัดต่อเนื่องมา 38 ครั้ง จนกลายเป็นงานประจำปีของเหล่าหนอนหนังสือไปแล้ว ครั้งที่ 39 นี้ จึงยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ดังเดิม เพื่อให้คนไทยเข้าถึงหนังสือและรักการอ่านมากขึ้น
“เปิดหนังสือคือเปิดโลกกว้างไม่รู้จบ” (Open a book : Open the world) ถูกนำมาใช้เป็นธีมสำหรับงานสัปดาห์หนังสือปี 2554 ซึ่งพลพรรคคนเลิฟหนังสือทั้งหลายจะได้มีโอกาสพบหน้าค่าตากัน พร้อมเลือกสรรผลงานอันหลากรสและกระทบไหล่นักเขียนคนโปรดตัวเป็นๆ ตลอด 13 วันเต็ม (25 มี.ค.-6 เม.ย.)
“ริสรวล อร่ามเจริญ” นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นหนังสือเปรียบเสมือนโลกใบเล็กที่อัดแน่นด้วยเรื่องราวมากมายให้เรียนรู้ การเปิดหนังสือเปรียบเสมือนการเปิดโลกและเรียนรู้ไปกับสิ่งต่างๆ ยิ่งเปิดอ่านมากเท่าไหร่ ก็จะเรียนรู้โลกได้กว้างขึ้น รู้ลึก รู้สึกมากกว่าคนอื่น เพื่อพัฒนาตัวเองและที่สำคัญสามารถเปิดโลกกว้างอย่างไม่มีวันจบสิ้น เพราะหนังสือนั้นก็มีให้อ่านไม่รู้จบ ในงานจะมีหนังสือพาเหรดมากองอยู่ตรงหน้า ซึ่งอัดแน่นด้วยสาระความรู้ ขณะเดียวกัน งานเขียนภาคบันเทิงก็มีอย่างอุ่นหนาฝาคั่งจากคลังสำนักพิมพ์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ สารคดี บทกวี เรื่องสั้น ไปจนถึงนวนิยาย ขาดไม่ได้คือ เรื่องแปลฮอตฮิต
“หมวดพระพุทธศาสนาและการดูแลจิตใจถือว่ามาแรงค่ะ ออกมาเยอะเกือบจะทุกสำนักพิมพ์เลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิต ค่อนข้างจะเติบโตกว่าหมวดอื่นๆ ด้วยซ้ำ แต่ถ้าแยกเป็นสารคดีกับบันเทิงคดี ปีนี้สารคดีก็น่าสนใจนะ ซึ่งกระแสอาจจะไม่ดังเท่าบันเทิงคดีที่มีความนิยมเป็นปัจจัยหนุน” ริสรวล บอก
ไฮไลต์ของงานนอกเหนือจากสารพัดหนังสือ อีกอย่างที่ห้ามพลาด เห็นจะไม่พ้นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ “เอกกษัตริย์นักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่” นำเสนอพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จออกทรงเยี่ยมราษฎรตั้งแตปี 2501
ไม่หมดแค่นั้น หนอนหนังสือตัวยงจะได้ตื่นตะลึงกับห้องสมุดทันกระแสรักษ์โลกโลกร้อน ที่อุดมไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมกว่า 2,000 ปก อ่านกันชิลชิล เพลินๆ แบบไม่ตกเทรนด์ รวมทั้งกิจกรรมสร้างสรรค์ “ปั้นดิน ปั้นใจ ให้หนังสือ” โชว์การปั้นตุ๊กตาดินเหนียวรูปนานาสัตว์ จากดินสู่ดาวแล้วค่อยๆ ต่อยอดไปถึงหนังสือดีๆ เพื่อเยาวชนในชนบทผู้ขาดแคลน
และด้วยความที่ผู้จัดงานรวบเอาสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 9 มาไว้บนพื้นที่เดียวกัน นั่นเท่ากับว่าแฟนๆ จะได้สัมผัสผลงานระดับอินเตอร์ โดยมีบูธจาก 15 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิหร่าน จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมนี สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ฯลฯ ร่วมผนึกพลังให้โลกแห่งหนังสือเข้มข้นไม่แพ้ปีก่อนๆ
ด้านสำนักพิมพ์คนไทย “โพสต์บุ๊กส์” ก็ประกาศความพร้อมด้วยการขนผลงานชิ้นเยี่ยมไปเอาใจหนอนหนังสือกันอย่างเต็มอิ่ม ยืนยันจากปากบรรณาธิการบริหารคนเก่ง “ภานี ลอยเกตุ” ว่าปีนี้คุณภาพมาควบคู่กับความเพลิดเพลิน โดยที่ไม่ลืมเรื่องสาระซึ่งยังเปี่ยมล้นครบครันเช่นเคย
เล่มที่น่าจับตามองคือ รวมภาพรัชกาลที่ 5 อายุนับร้อยปี ภายใต้ชื่อ “ร้อยภาพร้อยแผ่นดิน” รวบรวมโดย “ไกรฤกษ์ นานา” ที่หาดูหาอ่านได้ยากยิ่ง ควรค่าแก่การสะสม
นี่ก็แซบ (หลาย) อยู่ไม่น้อย “เคนโด้ ดีเจเทวดา ซุป’ตาร์ปลาร้าเดือด” หนังสือตีแผ่ชีวิตฮาบ้าบวมขำน้ำตาเล็ดของดีเจลูกทุ่ง ผู้เป็นมากกว่าคนเปิดแผ่น ผู้มีลีลาเหลือรับประทาน จนได้ใจผู้ฟังทั่วราชอาณาจักร
ส่วนคนที่ชื่นชอบการลงทุนค้าหุ้นแบบมีศิลป์และอยากได้ไกด์ดีๆ ข้างกายให้อุ่นใจ ก็ต้องอ่าน “วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์และศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น” (Warren Buffett and the Art of stock arbitrageเขียน แมรี บัฟเฟ็ตต์ และเดวิด คลาร์ก/แปล นรา สุภัคโรจน์)
อีกเล่มในหมวดเดียวกัน “ล้มแล้วรวย” (Forbes Best Business Mistakesเขียน บ็อบ เซลลเลอร์/แปล นรา สุภัคโรจน์) วิธีพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในยามข้าวยากหมากแพง ไอเดียบวกๆ จากหนังสือเล่มนี้ก็อาจปิ๊งอะไรบางอย่างในสมองคุณได้
ไหนๆ ก็ไหนๆ แถมให้อีกเล่มละกัน “ฮีโร่จอมยุทธ์ มหาบุรุษสุดยอดโยมในดวงใจ” (เล่ม 2) ของพระนักเทศน์ฮาสนั่นลั่นกรุง “พระมหาสมปอง ตาลปุตโต” ที่กลับมาสร้างสีสันแรงดลใจกับ 7 กระบวนยุทธ์แห่งความสำเร็จ จาก 10 บุคคลต้นแบบที่จะมาไขความลับแบบไม่มีเม้ม
อ่ะถ้าอยากใกล้ชิดกว่านี้ ก็แวะไปสัมผัสกันได้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 25 มี.ค. ถึง 6 เม.ย. คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.thailandboolfair.com







