
ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่5
ปีนี้ญี่ปุ่นอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมากครับ ผมเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อต้นสัปดาห์ เจอทั้งแดดออก ฝนตก หิมะตก ภายในวันเดียวกัน เล่นเอาซะงอมจนเกือบจะป่วยเลยครับ และมีข่าวล่ามาเร็วคือ ตอนผมนั่งรถผ่านจังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka) ก่อนจะถึงโกเทมบะเอาต์เล็ต ต้นซากุระแถวนั้นเริ่มผลิดอกกันบ้างแล้วครับ ใครจะไปญี่ปุ่นภายใน 23 สัปดาห์หน้าคงจะได้เห็นดอกซากุระบานกันพรึ่บแน่นอน ส่วนใครที่ต้องไปเฉพาะช่วงสงกรานต์ก็มีโอกาสพลาดสูง เตรียมทำใจไว้หน่อยนะครับ
ปีนี้ญี่ปุ่นอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมากครับ ผมเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อต้นสัปดาห์ เจอทั้งแดดออก ฝนตก หิมะตก ภายในวันเดียวกัน เล่นเอาซะงอมจนเกือบจะป่วยเลยครับ และมีข่าวล่ามาเร็วคือ ตอนผมนั่งรถผ่านจังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka) ก่อนจะถึงโกเทมบะเอาต์เล็ต ต้นซากุระแถวนั้นเริ่มผลิดอกกันบ้างแล้วครับ ใครจะไปญี่ปุ่นภายใน 23 สัปดาห์หน้าคงจะได้เห็นดอกซากุระบานกันพรึ่บแน่นอน ส่วนใครที่ต้องไปเฉพาะช่วงสงกรานต์ก็มีโอกาสพลาดสูง เตรียมทำใจไว้หน่อยนะครับ
รอบนี้ผมพาลูกค้าไปเยี่ยมชมกิจการและโรงงานของบริษัทญี่ปุ่นเป็นหลักครับ ระหว่างทริปมานึกๆ ดู เออ หลายๆ ปีมานี้มีลูกค้าให้พาไปเยี่ยมชมงานกันมากขึ้น เลยลองวิเคราะห์ดูก็พบว่า ที่ญี่ปุ่นนี่มีอะไรให้ครบจริงๆ ทั้งเรื่องเที่ยว เรื่องช็อป เรื่องกิน นี่แน่นอนอยู่แล้วว่าครบเครื่อง แต่เรื่องดูงานชมกิจการนี่สิครับ มีให้ดูกันไม่น้อยทีเดียว ด้วยความที่เป็นประเทศอุตสาหกรรมและเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง จึงทำให้บริษัทต่างๆ ทำการประชาสัมพันธ์บริษัทด้วยการเปิดให้เยี่ยมชมกิจการโรงงาน สร้างพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ หรือจัดทำศูนย์ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ เพราะแบบนี้นี่เองที่ทำให้หน่วยงานของรัฐและเอกชน ถ้าจะต้องจัดทริปทัศนศึกษา ประเทศญี่ปุ่นมักจะติดอันดับเป็นตัวเลือกหนึ่งด้วยเสมอ
หลายต่อหลายแห่งที่ผมได้มีโอกาสไปชมมา ล้วนแล้วแต่น่าสนใจทั้งสิ้น แต่เบื้องหลังความน่าสนใจนี้ ผมขอปรบมือดังที่สุดเท่าที่จะดังได้ กับการอุทิศสรรพความรู้ให้แก่สังคม บริษัทขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นเขาทำเรื่องแบบนี้ได้ดีมาก อย่างโตโยต้า เขามีทั้งพิพิธภัณฑ์ยานยนต์ (Automobile Museum) พิพิธภัณฑ์แสดงประวัติและความเป็นไป (Commemmorative Museum of Industry and Technology) และเยี่ยมชมโรงงาน (Plant Tour) ที่จังหวัดไอจิ จังหวัดบ้านเกิดของโตโยต้า นอกจากนี้ยังไปสร้าง Mega Web โชว์รูมขนาดใหญ่ไว้ที่โอไดบะ ในโตเกียว ใครชอบดูรถรุ่นใหม่ๆ ไปแล้วไม่ผิดหวัง หรือถ้าจะดูพวกเครื่องไฟฟ้าก็มีพิพิธภัณฑ์ของพานาโซนิคที่โอซากา และโชว์รูม Panasonic Center ในโอซากาและโตเกียว ที่แสดงทั้งเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Innovation) และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด โดยเฉพาะตอนนี้ที่ฮือฮามากๆ ก็ต้องเป็นทีวี 3 มิติ เขาจัดห้องฉายให้ชมกันเป็นรอบๆ ดูแล้วเกิดกิเลสอยากมีไว้ในครอบครองสักชุด
และพอดีว่าทั้ง Toyota Mega Web และ Panasonic Center นั้นอยู่ที่โอไดบะ เกาะที่ถมขึ้น ตรงปากแม่น้ำสุมิดะที่ออกอ่าวโตเกียว ถ้าใครไปที่นั่นแล้ว ผมอยากแนะนำให้ไปอีก 2 แห่ง จะได้ครบองค์ความรู้ แห่งแรกเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (National Museum of Emerging Science and Innovation) ถ้าเอาเสียงในฟิล์มก็ Miraikan แปลเป็นไทยแบบง่ายๆ ว่า พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต ใครมีลูกต้องพาไปให้ได้ ถึงจะไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นก็ตามเพราะสาระส่วนใหญ่เข้าใจได้ง่าย ข้างในเขาแบ่งเป็นหลายโซน มีโซนที่จัดแสดงถาวร 4 โซนคือ Innovation and Future ที่เด็กๆ ชอบมากเพราะเป็นเรื่องหุ่นยนต์ มีพระเอกคือ Ashimo แต่ส่วนตัวผมชอบเจ้าหุ่นยนต์ลูกแมวน้ำมากกว่า นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ปฏิบัติการต่างๆ อีกหลายตัว โซนต่อมา Information Science and Technology for Society อันนี้เน้นพวกนิวมีเดียโดยเฉพาะ บริษัทไหนอยากมีอะไรล้ำๆ ต้องลองไปดูครับ ถัดไปเป็นโซน Life Science ใครอยากให้ลูกเป็นหมอมาดูโซนนี้แล้วสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กได้เป็นอย่างดี แถมมีวิธีอธิบายเรื่องยากๆ อย่าง เซลล์ ยีนส์ โครโมโซม ดีเอ็นเอให้เข้าใจได้ง่าย รวมถึงการทำงานของอวัยวะภายในต่างๆ ก็ทำออกมาดูน่าสนใจกว่าเรียนในห้องเรียน อยากให้เมืองไทยโชคดีมีรัฐบาลที่สร้างพิพิธภัณฑ์แบบนี้ก่อนที่จะเอาเงินไปสร้างรัฐสภาใหม่เหลือเกินครับ โซนสุดท้าย The Earth Environment and Frontier ว่ากันเรื่องโลกและอวกาศล้วนๆ เด็กผู้ชายต้องชอบโซนนี้มากไม่แพ้หุ่นยนต์แน่นอน โดยเฉพาะเรือดำน้ำเพื่อการวิจัย Shinkai 6500 ที่ดำได้ลึกที่สุดในโลก และถ้าจำไม่ผิดเจ้าเรือดำน้ำลำนี้ไปปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Sinking of Japan ที่เคยมาฉายบ้านเราเมื่อ 34 ปีก่อนด้วย
และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับการมาชม Miraikan ก็คือ GeoCosmos หรือโลกจำลองเสมือนจริง ที่คุณจะได้เห็นโลกของเราจากมุมมองนอกโลกแบบนาทีต่อนาที ซึ่งปิดปรับปรุงไปเมือปลายปีที่แล้ว และจะกลับมาเปิดให้ชมอีกครั้งในวันที่ 19 มี.ค. ปีนี้ ก่อนกลับบ้านอย่าลืมแวะให้เด็กๆ ซื้อของเล่นที่ชั้นล่างนะครับ ของเล่นที่นี่ประเทืองปัญญามาก ตอนนี้พวกโซลาร์เซลล์กำลังมาแรง ใครจะปลูกฝังเรื่องวิทยาศาสตร์ให้ลูก ซื้อของเล่นที่นี่ไปรับรองได้ผล ลืมบอกไปว่ามีค่าเข้านิดหน่อย แต่ถ้าไปวันเสาร์เด็กต่ำกว่า 18 เข้าฟรี อย่าไปวันอังคารก็แล้วกันเพราะปิดทำการ
สัปดาห์หน้าจะพาท่านผู้อ่านไปชมสถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล และต้องไปให้ได้อีกเช่นกัน ที่นี่ผู้ใหญ่อาจจะเบื่อบ้างแต่ถ้าเป็นเด็กแล้วละก็ ผมว่าไปแล้วไม่อยากออกเลยครับ ที่สนุกๆ แบบนั้นคือ KidZania อย่าลืมติดตามอ่านตอนต่อไปนะครับ







