
ราโอนิช...แร็กเกตดาวรุ่งโลกตะลึง
ราฟาเอล นาดาล, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, โนวัก โจโควิช ฯลฯ
ราฟาเอล นาดาล, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, โนวัก โจโควิช ฯลฯ
โดย...ทีมข่าวกีฬา
ราฟาเอล นาดาล, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, โนวัก โจโควิช ฯลฯ
ชื่อของยอดนักหวดเหล่านี้ปรากฏอยู่เป็นประจำตามหน้าสื่อทุกสำนักทุกแขนง เรียกได้ว่าเป็น “แร็กเกตเทพ” ที่ทุกคนต้องกล่าวขานถึงในวงการลูกสักหลาดยุคปัจจุบัน
แน่นอนว่า นักเทนนิสชั้นนำของโลกไม่ได้มีเพียงแค่ 3 คนดังกล่าว เพราะยังมีนักหวดฝีมือดีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรบิน โซเดอร์ลิง, แอนดี เมอร์เรย์, ดาบิด เฟร์เรร์, แอนดี ร็อดดิก ฯลฯ
ดังนั้น หากจะมีนักหวด ดาวรุ่ง สักคนพุ่งพรวดขึ้นมาจนได้รับความสนใจจากแฟนเทนนิสและบรรดาสื่อมวลชน แร็กเกตหนุ่มผู้นั้นจำเป็นต้องระเบิดฟอร์มให้โลกได้ตกตะลึงพรึงเพริดจริงๆ ซึ่งตอนนี้คลื่นลูกใหม่ที่ทำเช่นนั้นได้ มีนามว่า มิลอส ราโอนิช นักหวดหนุ่มวัย 20 ปี จากประเทศแคนาดา
ผลงานโลกตะลึง
จากมืออันดับ 156 ของโลกเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ราโอนิชพุ่งพรวดขึ้นมารั้งอันดับ 37 ของโลกในการประกาศเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ซึ่งเมื่อพิจารณาช่วงระยะเวลาเพียงแค่เดือนเศษๆ ดังกล่าว นับเป็นการขยับอันดับสูงขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทนนิสโลกเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ตำแหน่งมือ 37 โลกยังเป็นอันดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ของนักเทนนิสจากแคนาดา เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปี ทำให้ราโอนิชเป็นนักเทนนิสอายุน้อยที่สุดในบรรดานักหวดมือ 50 อันดับแรกของโลกในปัจจุบัน
ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2011 ราโอนิชเพิ่งเคยเล่นในรอบเมนดรอว์เทนนิสเอทีพีมาแค่ 4 รายการเท่านั้น แต่ปีนี้เขาสามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มจากตีตั๋วเข้าไปเล่นรอบเมนดรอว์ศึกแกรนด์สแลม “ออสเตรเลียน โอเพน 2011” ซึ่ง บียอร์น เพา (เยอรมนี), มิเชล โลดรา (ฝรั่งเศส) และ มิกาอิล ยูซห์นี (รัสเซีย) เป็น 3 รุ่นพี่ที่ตกเป็นเหยื่อแร็กเกตของราโอนิช ก่อนที่เขาจะจอดป้ายที่รอบ 4 จากการพ่ายต่อ ดาบิด เฟร์เรร์
อย่างไรก็ตาม ผลงานดังกล่าวทำให้เขาเริ่มเป็นที่จับตามอง และหลังจากนั้นราโอนิชก็คว้าแชมป์เอทีพีรายการแรกของตัวเองในศึกเทนนิส เอสเอพี โอเพน ด้วยการคว่ำ เฟอร์นานโด เบร์ดาสโก ในรอบชิงชนะเลิศ และตามมาด้วยรองแชมป์ รีเจียนส์ มอร์แกน คีแกน แชมเปียนชิพ โดยพ่ายต่อ แอนดี ร็อดดิก อย่างสูสีในรอบชิงฯ 67 (79), 76 (1311), 57 โดยในรายการนี้ราโอนิชสร้างสถิติใหม่ด้วยการเสิร์ฟเอซตลอดทัวร์นาเมนต์ถึง 129 ลูก โดยเป็นการทำได้ในรอบชิงฯ 32 ลูก ซึ่งแม้แต่ร็อดดิกที่ขึ้นชื่อเรื่องเสิร์ฟหนักยังต้องซูฮก
“เขาเป็นนักเทนนิสที่มีพรสวรรค์อันน่าตื่นตาตื่นใจ คุณไม่ต้องประหลาดใจหรอกนะ ถ้าเขาจะขึ้นไปเป็นมือท็อป 10 โลกในอีกไม่ช้า” อดีตมือ 1 โลกชาวสหรัฐ กล่าว
ฤดูกาลนี้ราโอนิชเสิร์ฟเอซทุกรายการรวมแล้วถึง 303 ลูก มากที่สุดเป็นอันดับ 1 จากการรวบรวมสถิติของเอทีพี นอกจากนี้ราโอนิชยังติดท็อป 5 ในหลายสถิติ ได้แก่ อันดับ 1 ในการได้แต้มจากเสิร์ฟแรก (81%), อันดับ 2 ในการรักษาเกมเสิร์ฟ (91%) อันดับ 4 ในการเซฟเบรกพอยต์ (70%) และอันดับ 5 ในการได้แต้มจากเสิร์ฟที่สอง (57%)
ก่อนจะถึงวันนี้
ราโอนิชเกิดที่เมืองติโตกราด ประเทศยูโกสลาเวีย (ปัจจุบันคือมอนเตเนโกร) ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายมายังแคนาดาตอนที่เขาอายุได้ 3 ขวบ ซึ่งกีฬายอดฮิตในแคนาดาคือ ฮอกกี้น้ำแข็ง แต่ราโอนิชเลือกที่จะเริ่มเล่นเทนนิสตอนอายุได้ 8 ขวบ ด้วยเหตุผลคือ เป็นกีฬาที่สามารถฝึกซ้อมคนเดียว และซ้อมกับเครื่องยิงลูกเทนนิสได้
ราโอนิชได้รับการสนับสนุนให้เล่นเทนนิสจากคุณพ่อ ดูซาน และคุณแม่ เวสนา ซึ่งต่างมีอาชีพเป็นวิศวกรด้านนิวเคลียร์ด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะป๊ะป๋าดูซานที่ผลักดันอย่างเอาจริงเอาจัง แต่เขามักจะพาลูกชายไปซ้อมที่แบล็กมอร์ เทนนิส คลับ ในเวลาที่คนมาใช้บริการไม่มากนัก เช่น ตั้งแต่ 6 โมงเช้า หรือตอนค่ำ 3 ทุ่มไปเลย เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าสนามและเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ โดยมี เคซีย์ เคอร์ติส รับหน้าที่เป็นโค้ช
“เขา (ราโอนิช) พร้อมที่จะเล่นกับทุกคนที่อยากซ้อมกับเขา บ่อยครั้งที่เขาเล่นกับคู่แข่งที่อายุมากกว่า ตอนอายุ 12 ผมบอกเขาว่า สักวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นนักเทนนิสสุดยอดของโลก ซึ่งเขาก็ยิ้มตามประสาเด็ก แต่ในอีกปีหรือ 2 ปีต่อมา เขาไม่ใช่แค่ยิ้มเท่านั้น แต่เขาเชื่อว่าเขาจะเป็นยอดนักเทนนิสได้จริงๆ ด้วย” เคอร์ติส กล่าว
จากนั้นฝีไม้ลายมือของราโอนิชพัฒนาขึ้นตามลำดับ โดยมี พีต แซมพราส เป็นฮีโร่ที่เขาอยากเจริญรอยตาม ก่อนจะเริ่มเทิร์นโปรในวัย 17 ปี โดยตัดสินใจปฏิเสธทุนศึกษาต่อของมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย และมุ่งมั่นในเส้นทางนักเทนนิส
รอพิสูจน์อนาคต
ทั้งนี้ การพัฒนาฝีมือจนกลายเป็นดาวรุ่งของวงการเทนนิสโลก ราโอนิช กล่าวว่า เฟรเดริก นีเมเยอร์ โค้ชคนปัจจุบันมีส่วนสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของความหลากหลายในการเล่น เพราะสไตล์ของเขายังค่อนข้างมุทะลุตามประสาเด็กหนุ่มวัยรุ่น
“เขา (นีเมเยอร์) สอนผมให้เรียนรู้เกม โดยเฉพาะเกมในระดับอาชีพ ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องหวดลูกให้แรงทุกครั้งหรอก แต่คุณต้องเล่นให้เหนียวแน่น เล่นให้ฉลาด และรู้จักการวางบอลไปยังจุดต่างๆ ของสนาม” นักหวดเจ้าของความสูงชะลูด 196 เซนติเมตร กล่าว
ด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปี ราโอนิชยังพัฒนาตัวเองไปได้อีกไกล แต่คงไม่มีอะไรที่การันตี 100% ได้ว่า เขาจะประสบความสำเร็จจนถึงขั้นนั่งบัลลังก์มือ 1 โลกได้ในอนาคต แต่ถ้าดูพัฒนาการและปัจจัยประกอบหลายๆ อย่าง ก็มีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน
“เขาสามารถขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม ผมไม่รู้หรอกนะว่าจะเป็นเมื่อไร แต่ผมเชื่อว่าเขาน่าจะเข้าใกล้กับการเป็นสุดยอดของโลกได้” ราฟาเอล นาดาล ราชาเทนนิสคนปัจจุบัน กล่าว







