posttoday
ฉาวแห่งปี

ฉาวแห่งปี

02 กุมภาพันธ์ 2553

ที่สุดแห่งความฉาว ส่งท้ายโลก 2009

ที่สุดแห่งความฉาว ส่งท้ายโลก 2009

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

2009 กำลังจะผ่านพ้นไป 2010 ปีเสือดุกำลังจะย่างผ่านเข้ามา โลกยังเต็มไปด้วยความฉาวสร้างเสียงหัวเราะปนความเศร้า โพสต์ทูเดย์ ขอรวบรวมบุคคลและเรื่องฉาวแห่งปีมาให้หวนถึง

ฉาวแห่งปี รูปปั้นแบร์ลุสโคนีในช่วงที่ถูกลอบทำร้าย ได้รับความนิยมมาก แม้เจ้าตัวจะฉาวไม่เลิก

ข่าวฉาวที่มาแรงอันดับหนึ่ง เขานำโด่งแบบที่ใครๆ ก็ไม่กล้าเทียบชั้น ถ้าอยู่ในสนามแข่งขันก็ต้องเรียกว่า ชายผู้นำ ชนะขาด นำโด่งแบบน็อกรอบ จนเรายกตำแหน่ง “บุคคลที่ฉาวที่สุดแห่งปี 2009” ให้ชายผู้นี้ไปครอง ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี เทพแห่งวงการการเมืองมักกะโรนี...

แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีอิตาลีรายนี้เอาพื้นที่บนหน้าหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลกไปครองแบบไม่ว่างเว้น เรียกได้ว่าเขาแทบจะ “ฉาวรายเดือน” ไล่ตั้งแต่ภรรยา เวโรนิกา ลาริโอ ออกมาประกาศขอหย่า เพราะระอากับความเจ้าชู้ของสามีไม่ไหว จนกระทั่งมีสาวเอสคอร์ตรายแรกอย่าง ปาตริเซีย ดัดดาริโอ ออกมาแฉว่า ได้เงินก้อนโตให้ไปสร้างความสำราญให้กับผู้นำอิตาลี จนเดือนก.ย. ก็มีหนุ่มเอเยนต์ค้าบริการออกมาแฉซ้ำว่า ส่งสาวๆ มาปรนนิบัติปรนเปรอแบร์ลุสโคนีถึงที่บ้านพัก

รอยช้ำในความฉาวยังไม่สิ้นสุด จนล่าสุดเขาก็คือผู้นำที่สร้างประวัติศาสตร์ถูกตะบันหน้าด้วยมหาวิหารจำลอง เรียกว่าเป็นเหตุการณ์ย้ำเตือนความฉาวของแบร์ลุสโคนีเป็นอย่างดี แต่ความฉาวก็ไม่หยุดหย่อน เพราะดันมีคลิปโผล่มาว่อนเน็ตตั้งข้อสงสัยว่างานนี้จัดฉากชัวร์ หรือมั่วนิ่ม ให้ได้ลือกระฉ่อนในความเจ้าเล่ห์กันเข้าไปอีก...

งานนี้เรียกว่ามรสุมคลื่นข่าวฉาวซัดเข้าไปเต็มๆ เรียกว่า ฉาวซ้ำฉาวซ้อน อยู่ในช่วงชะตาขาลงโหมกระหน่ำ ขยับนิดสะกิดหน่อยก็พบกับแผลและรอยเฟะหลุดรอดออกมากระฉ่อนตลอดเวลา

รายต่อมาเรายกให้เขาครองความฉาวเป็นอันดับที่สองของปีนี้ ก็ต้องคู่รักระดับผู้นำ นิโกลาส์ ซาร์โกซี และภรรยาสุดสวย คาร์ลา บรูนี ถึงแม้ทั้งคู่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์มากว่า 2 ปีแล้วก็ตาม แต่การแสดงออกซึ่งความรักอันดูดดื่มและดื่มด่ำของทั้งคู่กำลังเป็นคล้ายกับบูเมอแรง ที่โกยเอาคะแนนความฉาวกลับเข้ามาใส่ตัวไม่น้อย

ฉาวแห่งปี ผู้นำฝรั่งเศสและภรรยา มักแสดงความรักต่อกันมากจนกลายเป็นความไม่เหมาะสม

เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ระหว่างที่ทีมงานนิตยสารฉบับหนึ่งได้เข้าไปสัมภาษณ์สตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศสที่ทำเนียบ และซึ่งฝ่ายภรรยาสาวสวยดีกรีนักร้องและนางแบบชาวอิตาลี แสดงท่าลูบไล้ผู้นำรายนี้อย่างไม่แคร์สายตาสื่อ... เป็นวินาทีแห่งการแสดงความรักปนความใคร่ของผู้นำให้กับโลกได้เห็นกัน

 

ทั้งสองเปิดฉากจุมพิต ก่อนที่ซาร์โกซีจะเข้ามานั่งเคียงข้างภรรยา และทั้งคู่ก็สวีตหวานกันต่อหน้าทีมงาน แบบที่ทีมงานก็คงทำหน้าและวางตัวไม่ถูก บรูนีเริ่มใช้มือลูบไล้คลำคลึงสามีที่นั่งเคียงข้างจากมือไปแขน เลยเถิดไปถึงบั้นท้ายของผู้นำวัย 54 ปีผู้นี้ หนำซ้ำยังยื่นมือไปเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าของสามี ในขณะที่สามีก็ลูบไหล่ผู้เป็นภรรยาเป็นระยะ

ในช่วงนั้นก่อกระแสวิจารณ์ได้กระหึ่มถึงความไม่เหมาะไม่งาม นับถึงวันนี้ยังมีกองทัพชาวไซเบอร์ยังแวะเวียนเข้าไปดูคลิปนี้ในยูทูบหลักแสนคน..!

หนำซ้ำในปีที่ผ่านมาก็มีคนช่วยสร้างกระแสฮือฮาในกับภรรยาคนที่ 3 ของผู้นำฝรั่งเศส ด้วยการนำเอาภาพถ่ายแบบ “เปลือย” เมื่อราว 15 ปีก่อน ครั้งที่ยังหลงใหลในแคตวอล์ก
มายืนเคียงข้างผู้นำมาประมูลอีกต่างหาก งานนี้ทำเอาทั้งคู่อึดอัดฟึดฟัดพอสมควร

...ย้ายวิกมาที่ฝั่งเอเชียก็แข่งโชว์ความอื้อฉาวไม่น้อยหน้า ต้องยกความฉาวอันดับสามให้กับนาย โชอิจิ นาคากาวา อดีตขุนคลังแห่งแดนซากุระ วัย 56 ปี ที่มีโอกาสได้ขึ้นแถลง
ข่าวในงานประชุม จี7 ในกรุงโรม ของอิตาลี เมื่อช่วงเดือนก.พ. เมื่อเขาหลับกลางเวทีแถลงข่าว..!

ฉาวแห่งปี อดีตขุนคลังแดนปลาดิบ กับภาพฉาวที่ถูกเผยแพร่จนทำให้เขาหมดอนาคต

ภาพขุนคลังอยู่ในสภาพมึน ตาปรือแทบลืมไม่ขึ้นคล้ายกับอาการของคนเมา ทำเอาทั้งผู้สื่อข่าวและประชาชนที่เห็นภาพถึงกลับงงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ งานแถลงข่าวเจ้าปัญหาพัด
พาชื่อเสียงของรัฐมนตรีคลังรายนี้ไปไกลแบบยากจะหวนคืน แม้ว่าในตอนท้ายนาคากาวาจะยืนยันว่าอาการดังกล่าวเกิดจากการกินยา

แต่ทว่าในขณะเดียวกัน เราก็ขอไว้อาลัยกับการจากไปของอดีตรัฐมนตรีคลังรายนี้ เพราะในช่วงเดือนต.ค. เขาก็จากไปอย่างสงบที่บ้านพักในกรุงโตเกียว...

 

มาถึงอันดับสี่ ต้องยกให้รายนี้ มาร์ก แซนฟอร์ด ผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา ของสหรัฐ ที่ก่อคดีหนีภรรยาและชาวเมืองไปเกือบ 1 สัปดาห์ แบบที่ไม่ร่ำไม่ลา แบบไม่บอกกล่าวให้
ใครล่วงรู้ และบินไปเริงร่าสร้างสัมพันธ์สวาทกับสาวอาร์เจนตินารายหนึ่ง ซึ่งงานนี้เราก็ได้เห็นลูกผู้ชายเสียน้ำตา เมื่อผู้ว่าการคนดังออกมายอมรับและขอโทษครอบครัวและประชาชนผ่านสื่อมวลชน

อันดับห้า ต้องยกให้อดีตบิชอปที่ผันตัวเองมาเล่นการเมือง ประธานาธิบดี เฟอร์นันโด ลูโก ของปารากวัย ที่ปีก่อนประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งล้มรัฐบาลพรรคที่ครองอำนาจในประเทศมากว่า 60 ปี แต่ทว่าเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา กลับสร้างคดีฉาวช็อกชาวปารากวัย ถูกหญิงรายหนึ่งหิ้วลูกชายวัย 2 ขวบ ออกมาร้องว่าเป็นภรรยาและลูก จนลูโกยอมรับในที่สุด แต่ทว่าไม่จบเท่านั้น มีหญิงอีก 2 ราย ที่หิ้วลูกมาขอความเป็นธรรมประกาศตัวว่าเป็นภรรยาและลูก ล่าสุดลูโกก็ยอมที่จะให้มีการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความเป็นลูกแล้ว

มาที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สส. หญิงชาวมาเลเซีย แห่งรัฐสลังงอร์ เอลิซาเบธ หว่อง สมาชิกพรรคฝ่ายค้านของ อันวาร์ อิบราฮิม ที่ถูกอดีตแฟนหนุ่มปล่อยภาพนู้ดที่ถ่าย
ด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือ ในขณะที่เธอกำลังงีบหลับ งานนี้เราก็ได้เห็นน้ำตาของหญิงแกร่งในขณะแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่ง

ส่วนสส. เมืองผู้ดี ไนเจล กริฟฟิทส์ เพื่อนสนิทของนายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษ ก็แรงไม่หยอก ดอดเอาสาวเอสคอร์ตไปโชว์ลีลาเล่นจ้ำจี้กันถึงที่ออฟฟิศในรัฐสภา หนุ่มใหญ่ที่ไม่โสดรายนี้เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีแรงงาน ถูกหนังสือพิมพ์เดอะซันนำภาพเริงร่าเล่นจ้ำจี้ออกมาแฉแบบไม่ไว้หน้าตามสไตล์ลูกผู้ชายไว้ลายเสือ ในตอนแรกกริฟฟิทส์บอกปัด แต่ท้ายที่สุดทฤษฎีความลับไม่มีในโลกก็ยังคงเป็นอมตะ เพราะทางเดอะซัน ระบุว่า มีภาพยืนยันได้อย่างแน่นอน ดังนั้นสส. ผู้ทรงเกียรติถึงออกมายอมรับความผิด พร้อมเอ่ยปาก
ขอโทษภรรยาตนเอง

ส่วนรายนี้ดังไม่แพ้กัน เพราะมาก่อความฉาวในบ้านเรานี่เอง เมื่อ เฟรเดอริก มิตแตร์รองด์ รัฐมนตรีวัฒนธรรมของฝรั่งเศส เขียนนิยายอัตชีวประวัติตัวเองลงไปในหนังสือ ซึ่ง
ระบุว่าเคยไปเที่ยวบาร์ผู้ชาย และจ่ายเงินซื้อบริการเด็กชายขายบั้นท้ายในสยามเมืองยิ้มนี้เอง โดยไม่ได้คิดว่าพฤติกรรมสุดเสียวนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองในที่สุด เพราะคำว่า “Boys” ในหนังสือถูกนำออกมาโจมตีว่า ในขณะที่ฝรั่งเศสเดินหน้าต่อต้านการค้าประเวณีเด็ก แต่ไฉนเลยรัฐมนตรีกลับจ่ายเงินซื้อความสุขนั้นเอง อย่างไรก็ตามเกมนี้ก็พลิกโผ เมื่อมิตแตร์รองด์ออกโรงเบี่ยงว่า จริงๆ แล้วคำว่า “Boys” ในหนังสือก็เป็นคำที่ใช้เรียกหนุ่มๆ วัยละอ่อนเท่านั้นเอง

อีกรายที่เรายกอันดับเก้าให้กับพฤติกรรมส่วนตัวที่อื้อฉาวของสส. โจ วิลสัน จากรัฐเซาท์แคโรไลนา ของพรรครีพับลิกัน เจ้าของประโยคเด็ดแห่งปี “You Lie!” ใครจะนึกว่าจะมีคนอาจหาญตะโกนด่าประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ กลางสภา ในขณะที่โอบามากำลังแถลงร่างกฎหมายการปฏิรูประบบประกันสุขภาพ งานนี้บรรยากาศในตอนนั้นคง “มาคุ”
มากมาย งานนี้ถูกสยบด้วยมารยาทงามๆ ของโอบามา ด้วยประโยคสั้นๆ เพียงใช้ความว่า “นั่นไม่จริง”

ส่วนอันดับสุดท้าย สำหรับความอื้อฉาวของปีนี้ต้องยกให้กับ ระบบความปลอดภัยชั้นเลิศของทำเนียบขาว ที่หละหลวมสุดๆ ปล่อยให้สองสามีภรรยาไม่ได้รับเชิญ มิเชล และทาเร็ก ซาลาฮี แทรกตัวเข้าไปเดินนวยนาดพูดคุย ถ่ายภาพ และจับไม้จับมือ ในงานสำคัญระดับประเทศ ที่ผู้นำสหรัฐจัดเลี้ยงรับรองให้กับ นายกรัฐมนตรี มันโมฮัน ซิงห์ ของอินเดีย งานนี้ใครได้ยินก็งง เพราะใครจะนึกว่าความสะเพร่าหละหลวมจะเกิดขึ้นในงานระดับชาติ ถ้าแขกไม่ได้รับเชิญคู่นั้นไม่ได้เพียงอุกอาจเข้ามาหวังดัง แต่มีเจตนาอื่นแล้วละก็ ฉาวมากกว่านี้มากมายแน่นอน

ทั้งหมดทั้งมวลก็คือ ที่สุดแห่งความฉาวแห่งปีที่เรางัดมาเตือนสติ ปีหน้าฟ้าใหม่ก็หวังว่าความดังจากเรื่องฉาวๆ จะแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องดีๆ ให้เรางัดมาชื่นชมกัน...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท