posttoday
ลาวเวียดนาม ตอนที่ 1 : สำรวจเส้นทางใหม่ในอาเซียน

ลาวเวียดนาม ตอนที่ 1 : สำรวจเส้นทางใหม่ในอาเซียน

12 มีนาคม 2554

สิบกว่าปีที่ผ่านมาทีมงานรายการโลก 360 องศา เดินทางไปถ่ายทำรายการในประเทศต่างๆ มาราวค่อนโลก โดยเฉพาะในปีที่แล้วทีมงานใช้เวลาเดินทางและถ่ายทำรายการส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในช่วงระยะเวลานี้ใครไม่รู้จักแอฟริกาก็ต้องถือว่าตกเทรนด์เลยทีเดียว และหลายประเทศในทวีปแอฟริกาที่ทีมงานเคยไปเยี่ยมเยือนถ่ายทำรายการมาแล้วนั้น ในเวลานี้ก็ต้องนับว่าไปถึงได้ยากมากขึ้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์ด้านการเมืองการปกครองที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในหลายๆ ประเทศตามที่เป็นข่าวให้เห็นกันอยู่รายวัน

สิบกว่าปีที่ผ่านมาทีมงานรายการโลก 360 องศา เดินทางไปถ่ายทำรายการในประเทศต่างๆ มาราวค่อนโลก โดยเฉพาะในปีที่แล้วทีมงานใช้เวลาเดินทางและถ่ายทำรายการส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในช่วงระยะเวลานี้ใครไม่รู้จักแอฟริกาก็ต้องถือว่าตกเทรนด์เลยทีเดียว และหลายประเทศในทวีปแอฟริกาที่ทีมงานเคยไปเยี่ยมเยือนถ่ายทำรายการมาแล้วนั้น ในเวลานี้ก็ต้องนับว่าไปถึงได้ยากมากขึ้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์ด้านการเมืองการปกครองที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในหลายๆ ประเทศตามที่เป็นข่าวให้เห็นกันอยู่รายวัน

โดย...ปวีณา สิงห์บูรณา

 

ลาวเวียดนาม ตอนที่ 1 : สำรวจเส้นทางใหม่ในอาเซียน

สิบกว่าปีที่ผ่านมาทีมงานรายการโลก 360 องศา เดินทางไปถ่ายทำรายการในประเทศต่างๆ มาราวค่อนโลก โดยเฉพาะในปีที่แล้วทีมงานใช้เวลาเดินทางและถ่ายทำรายการส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในช่วงระยะเวลานี้ใครไม่รู้จักแอฟริกาก็ต้องถือว่าตกเทรนด์เลยทีเดียว และหลายประเทศในทวีปแอฟริกาที่ทีมงานเคยไปเยี่ยมเยือนถ่ายทำรายการมาแล้วนั้น ในเวลานี้ก็ต้องนับว่าไปถึงได้ยากมากขึ้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์ด้านการเมืองการปกครองที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในหลายๆ ประเทศตามที่เป็นข่าวให้เห็นกันอยู่รายวัน

พวกเราจึงพาคุณผู้อ่านกลับมายังประเทศไทย มาเริ่มตั้งต้นกันใหม่ที่นี่กับอีกหนึ่งกระแสที่เป็นกระแสฮอตฮิตไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “อาเซียน” ด้วยการเริ่มต้นสำรวจเส้นทางใหม่ โอกาสใหม่ และธุรกิจใหม่ในมิตรประเทศใกล้บ้านของพวกเรา

ถ้านับย้อนเวลาไปในช่วงปลายปีที่แล้ว พวกเราได้มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวกับญาติสนิทมิตรบ้านใกล้ ที่ว่ากันว่าใกล้ชิดกับประเทศไทยมากที่สุด นั่นคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในโอกาสครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทีมงานใช้เวลาส่วนใหญ่ในเมืองหลวงของประเทศ นั่นคือ “เวียงจันทน์” และมีโอกาสเดินทางไปยังสถานที่สำคัญๆ ของลาวหลายแห่ง เช่น ประตูชัย พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ และวัดสีสะเกด นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสเดินทางลงไปยังตอนใต้ของลาว ไปยังแขวงสะหวันนะเขตซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลไทย และนมัสการพระธาตุอิงฮังซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่นับถือศรัทธาของทั้งคนไทยและคนลาว รวมถึงยังมีความคล้ายคลึงกันของโบราณสถาน วัฒนธรรมประเพณีในการบูชาพระธาตุ ซึ่งสืบทอดกันมาแต่โบราณ อันเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องผูกพันที่มีมาอย่างยาวนาน ของผู้คนทั้งสองประเทศ

ในครั้งนี้พวกเรามีโอกาสได้เดินทางกลับมายังประเทศลาวอีกครั้งด้วยจุดมุ่งหมายใหม่ บนเส้นทางใหม่ที่ชื่อว่า “เส้นทางคู่ขนานแนวพื้นที่เศรษฐกิจ ตะวันออกตะวันตก” ซึ่งเรียกกันในชื่อสั้นๆ ว่า Para EWEC (Para Eastwest Economic Corridor) เป็นเส้นทางที่เชื่อมสามประเทศเข้าไว้ด้วย นั่นคือ ไทย ลาว และเวียดนาม โดยจะผ่านเมืองและแขวงต่างๆ ได้แก่ อุบลราชธานีช่องเม็กปากเซเซกองอัตตะปือกอนตูมเปลกูบิ่งห์ดิ่งห์ และกวีเญิน และการเดินทางของพวกเราในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูต 2 ท่าน คือ ท่านพิษณุ จันทร์วิทัน เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย (ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ) และ ท่านวิทวัส ศรีวิหค เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เป็นผู้นำคณะซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนราชการของไทย นักธุรกิจ และสื่อมวลชน

พวกเราเริ่มต้นเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยสายการบินไทย มุ่งหน้าสู่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่ว่ากันว่าเห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม และยังมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ จ.อุบลราชธานี นั้นนับได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมีพรมแดนติดกับประเทศลาว เป็นจุดเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจที่สำคัญของทั้งสองประเทศ คนไทยคนลาวสามารถไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวก มีการซื้อขายสินค้าต่างๆ รวมถึงเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งอีกด้วย

จากสนามบินจังหวัดอุบลราชธานี พวกเราออกเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ถึงด่านช่องเม็กวังเต่า ซึ่งเป็นชายแดนไทยลาว ขั้นตอนต่างๆ ของการดำเนินกรรมวิธีผ่านเมืองก็นับว่าสะดวกรวดเร็วสมดังที่ท่านทูตทั้งสองท่านได้กล่าวไว้ในครั้งแรกก่อนเดินทางว่า ด่านพรมแดนของประเทศไทยลาวนั้นไม่ควรเรียกว่าเป็น จุดข้ามแดน แต่เป็น จุดเชื่อมแดน

 

ลาวเวียดนาม ตอนที่ 1 : สำรวจเส้นทางใหม่ในอาเซียน

พวกเราเดินทางต่อโดยรถยนต์ อีกประมาณ 40 กิโลเมตร เข้าสู่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ซึ่งเป็นแขวงที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศลาว ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ประมาณ 600 กิโลเมตรเป็นแขวงเดียวทางตอนใต้ของลาว ที่มีพื้นที่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำโขง ตามที่คุณผู้อ่านทราบกันอยู่ว่าแม่น้ำโขงนั้นเป็นพรมแดนธรรมชาติเชื่อมระหว่างไทยลาวเป็นระยะทางยาวกว่า 800 กิโลเมตร แต่เมื่อมาถึงยัง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ของประเทศไทย แม่น้ำโขงก็จะไหลบรรจบกับแม่น้ำมูล เป็นที่มาของ “โขงสีปูน มูนสีคราม“ หรือจุดที่เรียกกันว่า “แม่น้ำสองสี” และแม่น้ำโขงก็จะไหลเลี้ยวจากโขงเจียมเข้าสู่ประเทศลาวที่บ้านเวินบึก ซึ่งตั้งอยู่ในแขวงจำปาสัก ดังนั้นแขวงจำปาสักจึงมีพื้นที่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำโขง

ในวันแรกของการเดินทางพวกเราพักค้างคืนกันที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ซึ่งนับเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญเมืองหนึ่ง และอยู่บนเส้นทาง Para EWEC ที่พวกเรากำลังเดินทางกันอยู่ นั่นจึงไม่น่าแปลกใจที่ปากเซจะเป็นเมืองที่มีโรงแรมที่พัก หรือที่เรียกกันในภาษาลาวว่า “เฮือนพัก” อยู่เป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะเป็นจุดเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมทางบกระหว่างประเทศให้กับแขวงอื่นๆ ในประเทศลาวแล้ว ปากเซยังเป็นจุดแวะพักที่สำคัญของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังลาวใต้อีกด้วย

แขวงจำปาสักนั้น มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากมีความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะที่เมืองปากซองซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูง มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกหลี่ผี คอนพะเพ็ง ตาดฟาน ตาดเยือง หรือน้ำตกอื่นๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

 

ลาวเวียดนาม ตอนที่ 1 : สำรวจเส้นทางใหม่ในอาเซียน

นอกจากนี้ที่แขวงจำปาสักยังมีสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตพืชผลทางการเกษตร เพื่อการบริโภคและส่งออก นั่นคือ ข้าว และกาแฟ โดยประชากรวัยทำงานของแขวงจำปาสัก กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และนอกจากนั้นแขวงจำปาสัก ยังเป็น 1 ใน 4 แขวงของลาว ที่เจ้าแขวงมีอำนาจอนุมัติโครงการลงทุนได้เองหากมูลค่าโครงการไม่เกิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ และใช้พื้นที่ไม่เกิน 100 เฮกตาร์ หรือประมาณ 600 ไร่

พวกเราได้มีโอกาสไปสำรวจตลาดปากเซของแขวงจำปาสักในตอนเช้าๆ ลักษณะก็คล้ายคลึงกับตลาดนัดในเมืองไทย แต่ที่น่าสนใจคือมีพืชผักสดๆ ให้เลือกซื้อหาเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากประเทศไทย แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นของที่นี่ปลูกเอง ซึ่งเราก็ทราบมาว่า มีผู้ลงทุนจากประเทศไทยเข้ามาลงทุนที่จำปาสักอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

หลังจากสำรวจตลาดเช้าของปากเซกันแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางต่อมุ่งหน้าไปยังแขวงเซกอง ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร และต่อไปยังแขวงอัตตะปืออีกประมาณ 80 กิโลเมตร ก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศเวียดนาม บนเส้นทางสาย Para EWEC ซึ่งยังมีเรื่องราวและประสบการณ์แปลกใหม่น่าสนใจ รอให้สำรวจอยู่ ติดตามชมได้ทางรายการโลก 360 องศา ทุกวันเสาร์ 21.20 น. ททบ.5

อีกหนึ่งช่องทางที่คุณจะร่วมแนะนำ ติชม รายการโลก 360 องศา ได้ง่ายๆ

เพียงเข้าไปที่ www.facebook.com แล้ว search หาคำว่า “โลก 360 องศา”

เพียงเท่านี้ เราก็จะได้ร่วมพูดคุยกันแล้วค่ะ


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท