
'60' เคี้ยว '19' เขย่าเก้าอี้ รมต.ไอร์แลนด์เหนือ
ฉาวสุด ๆ ของไอร์แลนด์เหนือกับข่าวนักการเมืองสาว (เหลือน้อย) วัย 60 ปี กำลังเคี้ยวหญ้าอ่อนกับหนุ่มรุ่นหลานอายุแค่ 19 ขวบ!!
ฉาวสุด ๆ ของไอร์แลนด์เหนือกับข่าวนักการเมืองสาว (เหลือน้อย) วัย 60 ปี กำลังเคี้ยวหญ้าอ่อนกับหนุ่มรุ่นหลานอายุแค่ 19 ขวบ!!
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สื่อเมืองผู้ดีกำลังสนุกสนานกับการประโคมข่าวฉาวเรื่อง “รักต่างวัย” ของสาว ไอริส โรบินสัน นักการเมืองชาวไอร์แลนด์เหนือที่อายุย่างเข้าวัย 60 ปี สอยชายชู้อายุยังไม่ถึง 20 ปีดีมาครอง....
ความต่างราว 40 ปีของทั้งคู่ กำลังสร้างประเด็นวิจารณ์ร้อนแรง แกมสนุกปากถึงความสัมพันธ์ “โคสาวกินหญ้าอ่อน” โยงไปถึงเรื่องเงิน ที่พัวพันนัวเนียจนถึงขั้นที่ทั้ง ไอริส และ ปีเตอร์ โรบินสัน สามีของเธอที่รั้งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของไอร์แลนด์เหนือ ต้องสละเก้าอี้ทางการเมือง
ไม่มากไปเลยที่จะประเมินว่าความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และ “จริยธรรมอันพลั้งผิด” ของผู้เป็น “แม่” “เมีย” และ “นักการเมือง” จะส่งผลกระทบที่เรียกว่าเข้าขั้น “หายนะ” กับครอบครัวและการเมืองในไอร์แลนด์เหนือ
ไอริส ภรรยาของผู้นำพรรคเดโมเครติก ยูเนียนนิสต์ (ดียูพี) แห่งไอร์แลนด์เหนือ ที่กระโดดเข้ามาร่วมทำงานการเมืองและเข้าสู่สภาในปี 2544 กลายเป็นคู่สามีภรรยาสุดเลิฟที่ร่วมทำงานการเมือง คู่แรกของสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือ แต่แล้วก็มีข่าวคาวผู้เป็นภรรยา ดอดหิ้วหนุ่มวัยขบเผาะ เคิร์ก แมคเคมบลีย์ ที่หน้าตาหล่อเหลาเข้าขั้นพระเอกฮอลลีวูด ขึ้นเตียงตั้งแต่ช่วงปี 2551
เรื่องค(ร)าวโลกีย์ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังโยงใยไปถึงเข้าข่ายทุจริตคอร์รัปชัน โดยแม่เสือย่าง 60 ปีรายนี้ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองจัดการงาบเงิน 5 หมื่นปอนด์ (ราว 2.68 ล้านบาท) จากสองนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ เพื่อมาจุนเจือความฝันของ “กิ๊กหญ้าอ่อน” ในการก่อร่างสร้างธุรกิจ
ธุรกิจในฝันของหนุ่มน้อยหน้าใสรายนี้ก็เป็นคาเฟ่ชิล ชิล ริมฝั่งแม่น้ำเลแกน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่การดูแลของ เจ๊ไอริส ภรรยาวัย 60 ผู้มีหัวใจเปลี่ยวเหงารายนี้เป็นสมาชิกบริหารอยู่
เด็กหนุ่มเผยต่อสำนักข่าวบีบีซีว่า เธอจ่ายเงินให้กับเขาเป็นเช็คเงินสดใบละ 2.5 หมื่นปอนด์ 2 ใบ เมื่อตั้งกิจการแล้ว นอกจากเธอจะขอร่างกายของเด็กหนุ่มวัยคราวลูกมาแนบชิด ก็ขอเงินส่วนแบ่งเพียง 5,000 ปอนด์ (ราว 2.68 แสนบาท) เพื่อนำไปบริจาคให้กับโบสถ์แห่งหนึ่ง
แต่ทว่าความสัมพันธ์ต่างวัยกลับมาง่อนแง่นเมื่อช่วงไม่นานมานี้ และเธอก็เรียกร้องขอเงินจำนวน 4.5 หมื่นปอนด์ ที่เธอใช้ “จริยธรรมทางการเมือง” ไปแลกมาให้เมื่อครั้งความรักยังหวานชื่นคืน จนเป็น เหตุให้เรื่องฉาวของ “สเน่หา” และ “เงินตรา” ฉบับไอร์แลนด์เหนือเปิดฉากเป็นที่ล่วงรู้ต่อสาธารณชน
จริงๆ แล้ว ไอริสไม่ได้เพิ่งรู้จักมักคุ้นกับ แมคเคมบลีย์ ชู้วัยละอ่อนที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเรียกเขาว่าเป็น “เด็กหนุ่มของเล่น” แต่เธอเห็นเขามาตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายแมคเคมบลีย์ เธอช่วยเหลือพ่อของเขา ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายเนื้อในเมืองเบลฟาสต์ ก่อนหน้าพ่อของแมคเคมบลีย์จะลาโลก ได้ฝากฝังให้ไอริสดูแลลูกชายแทนด้วย แต่ทว่าไม่มีใครจะคิดว่าคำว่า “ฝากฝัง” และ “ดูแล” จากพ่อผู้ห่วงลูกชาย จะกลายเป็น “อ้อยเข้าปากช้าง” ที่ไอริสหยิบหญ้าอ่อนมาเคี้ยวกินเล่น
เมื่อข่าวคาวรักบันลือโลกสาว 60 กับหนุ่ม 19 กระฉ่อนไปทั่วโลก ก็เป็นธรรมดาที่ร้านคาเฟ่ของหนุ่มแมคเคมบลีย์ จะโด่งดังเปรี้ยงปร้างแบบไม่ต้องพึ่งพีอาร์เจ้าไหน ถึงแม้ว่าหนุ่มแมคเคมบลีย์ในฐานะ “หญ้าอ่อน” จะเก็บตัวเงียบ ไม่พูดจาต่อสื่อที่ต่างไปเฝ้ารอสัมภาษณ์เขาที่ร้านก็ตาม อีกทั้งในประเด็นสำหรับประชาชนทั่วไป เรื่อง “รักร้าว” ของชาวบ้านย่อมติดอยู่ที่ริมฝีปาก พร้อมจะขยายและกระจายออกมาอยู่แล้ว
ในโลกออนไลน์เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นแรง โดยมีผู้เล่นเฟซบุ๊กหลายร้อยคนได้กระโจนใส่เรื่องนี้ เหน็บแนม กรณีฉาว โดยเอาเปรียบเทียบกับภาพยนตร์คลาสสิกยุคปลายปี 60 เรื่อง “The Graduate” ที่เด็กหนุ่มที่เพิ่งรับปริญญามาหมาดๆ จับพลัดจับผลูได้ร่วมหอลงเตียงกับคุณนายโรบินสัน ภรรยาวัยไม่เยาว์ ซึ่งเป็นสาวสังคมความมั่นใจเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ฉาวในครั้งนี้ยังดันเพลง Mrs.Robinson ของ Simon and Garfunkel ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์ขึ้นมาเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตอีกครั้ง
แน่นอนว่าข่าวฉาวใต้เตียงครั้งนี้ อาจเป็นเรื่องสนุกสำหรับคนนอกที่ได้เมาท์กันสนุกปากเรื่องรักต่างวัย 60-19 แต่สำหรับครอบครัวโรบินสัน นี่คือหายนะครั้งใหญ่ที่คงไม่มีวันลืมเลือน
ล่าสุด ไอริส ได้ลาออกจากสมาชิกสภาไอร์แลนด์เหนือ ท่ามกลางวิกฤตจริยธรรม พร้อมทั้งประกาศถอนตัวออกจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ เพราะต้องเข้ารับการบำบัดทางจิต และไม่สามารถที่จะเผชิญความจริงต่อสาธารณชนได้ พร้อมทั้งข่าวว่า เธอกำลังวิงวอนให้สามีและสาธารณชนอภัยให้กับความผิดของเธอ
งานนี้ โยงใยมาถึง ปีเตอร์ ผู้เป็นสามี เพราะถูกโจมตีว่าไม่อาจจะมีส่วนรู้เห็นกับเงินก้อนดังกล่าวที่ภรรยาได้มาจากนักธุรกิจ และไม่นำเงินก้อนนี้มาแจกแจงในบัญชีทรัพย์สิน เหตุนี้เองที่ทำให้ปีเตอร์ต้องขอลงจากเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ปีเตอร์ประกาศจะเปิดทางให้การสืบสวนเรื่องดังกล่าว โดยก้าวลงจากตำแหน่งชั่วคราวเป็นเวลา 6 สัปดาห์ (งานนี้สำนึกได้เองแบบแมนๆ อย่างไม่ต้องรอให้ใครมาเรียกร้อง)
เพราะนี่คือ “กฎเหล็ก” ทางการเมืองของเมืองผู้ดี (ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง เป็นกฎเหล็กแห่งจิตสำนึกของนักการเมืองทั่วโลก) ว่าเมื่อใดที่คุณถูกสืบสวน ก็ควรจะก้าวออกมาให้พ้นทางเสียก่อนในขณะนี้เวลานี้แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แน่นอนว่า “โศกนาฏกรรม” ภายในครอบครัวของนักการเมืองทั้งสองกำลังโหมโรงอย่างหนัก
.... ลูกๆ ทั้ง 3 คนคงปวด “ร้าวลึก” ถึงคดีฉาว
.... ผู้เป็นเมียถึงขั้นต้องเข้ารับบำบัดทางจิต อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็พยายามฆ่าตัวตาย
.... สามียอมรับว่าแม้จะ “ชนะขาดในเกมการเมือง” แต่ทว่าใน “เกมรัก” เขากลับ “แพ้หลุดลุ่ย” ให้กับเด็กหนุ่มวัย 19 ปี
“ผมยอมรับว่าความรู้สึกแรกคือ ต้องการหันหลังให้กับชีวิตคู่ ผมรู้สึกเหมือนถูกทรยศหักหลัง หลังจากความสัมพันธ์อันดีและความผูกพันอย่างใกล้ชิดมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี” ปีเตอร์ ที่ปกติแล้วมีบุคลิกนิ่งเงียบ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและคราบน้ำตาในการให้สัมภาษณ์
ท่านๆ ที่ทำงานหนักแต่ไม่รู้จักทำการบ้าน โปรดดูเป็นตัวอย่างด่วน...!







