
(มาราธอนชิม) จานเด็ดจากเซเลบริตีเชฟ
มีโอกาสไปกระทบไหล่เชฟระดับเซเลบริตีแถวหน้าถึงแดนลอดช่องสิงคโปร์นู่นเลย ในงานเปิดตัวสถานบันเทิงนัมเบอร์วันแห่งเอเชีย “มารีนา เบย์ แซนด์ส”
มีโอกาสไปกระทบไหล่เชฟระดับเซเลบริตีแถวหน้าถึงแดนลอดช่องสิงคโปร์นู่นเลย ในงานเปิดตัวสถานบันเทิงนัมเบอร์วันแห่งเอเชีย “มารีนา เบย์ แซนด์ส”
เรื่อง : อัคร เกียรติอาจิณ
มีโอกาสไปกระทบไหล่เชฟระดับเซเลบริตีแถวหน้าถึงแดนลอดช่องสิงคโปร์นู่นเลย ในงานเปิดตัวสถานบันเทิงนัมเบอร์วันแห่งเอเชีย “มารีนา เบย์ แซนด์ส”
คืนวันนั้นคึกคักมากๆ แล้วก็ดูจะวุ่นวายเล็กน้อย ด้วยบรรยากาศที่อุ่นหนาฝาคั่งทั้งสื่อด้วยกันเองที่มาจากต่างสำนักต่างเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นตาเฒ่าชาวอินโดนีเซียรายหนึ่งบอกอย่างอารมณ์ดี เป็นบรรณาธิการบทความนิตยสารหัวนอกชื่อดัง หรือว่าแก๊งสาวเกาหลีก็น่ารักไม่เบา คุยกันออกรสได้เพราะหัวข้อซีรีส์ฮิตนั่นแหละ
แน่นอน...ไฮไลต์ของค่ำคืนคงไม่พ้นการชิมเมนูเด็ดแบบมาราธอนของ 7 เซเลบริตีเชฟ ที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นอย่างสุดฝีมือ เพื่อให้สมกับการรอคอย ในฐานะแขกพิเศษที่มาร่วมแสดงความยินดี
พาเหรดจานอาหารถูกทยอยออกมาเสิร์ฟตามร้านประจำของเหล่าเซเลบริตีเชฟ โดยที่เราต้องใช้วิธีเดินเกาะกลุ่มกันไปชิม จากร้านโน้นเข้าร้านนี้ เวียนเป็นงูกินหาง จนกว่าจะครบถ้วนกระบวนความอร่อยที่เขาตระเตรียมไว้ และที่น่าประทับใจคือ เชฟยอมเปิดครัวให้เราได้ยลโฉมอย่างเต็มตา ซึ่งแต่ละร้านก็มีคาแรกเตอร์ที่ไม่ซ้ำแบบ ภาพเบื้องหน้ากับภาพเบื้องหลัง เชฟหลายคนให้ความเห็น ต้องเนี้ยบนิ๊งเหมือนกันจึงจะเรียกว่าเพอร์เฟกต์
“กี ซาวอย” ร้านหรูสไตล์ฝรั่งเศสที่ขยับขยายจากปารีสมาสู่สิงคโปร์ เจ้าของร้านคือ “กี ซาวอย” ที่มีดีกรีเป็นถึง 3 ดาวมิชลิน นำเสนอจานเด็ดที่เรียกว่า Nouvelle Cuisine น่าลิ้มลองด้วยรูปลักษณ์ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมใส่ใจในการคัดสรรวัตถุดิบ เพื่อทุกคนสัมผัสกับรสชาติอย่างล้ำลึก Oysters in Ice Gelee หอยนางรมแช่เย็นจัด พร้อมซอสสูตรแจ่ม ง่ายๆ แต่อร่อยดี Artichoke and Black Truffle Soup, Toasted Mushoom Brioche and Black Truffle Butter จานนี้รสชาติไม่หนักมาก ซุปหอมกลิ่นทรัฟเฟิลดำอ่อนๆ มีอะติโชกเพิ่มความเข้มข้นและขนมปังเห็ดบริโอเชเคียงด้วยเนยเห็ดทรัฟเฟิลดำ ช่วยให้อร่อยยิ่งขึ้น
ไม่เพียงแค่อาหารคาวจะเด่นแล้ว ร้านนี้ของหวานก็ใช่ย่อย มีให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว เราและเพื่อนๆ ลงคะแนนให้ Chocolate Fondant with Layered Praline and Chicory Cream เป็นฟองดูที่แอบใส่ไส้ครีมด้านในให้รสน่าค้นหาแบบพาร์ลีนช็อกโกแลต เข้มข้นถึงต่อมรับรสหวานขมปนเปกันไป
ร้านที่ 2 เชฟร่างยักษ์ยืนยิ้มแป้นรอรับอยู่ด้านหน้า “ซานติ ซานติมาเรีย” แห่งร้านสเปนิช “ซานติ” ที่โด่งดังจากร้านเก่าแก่ในบ้านเกิด การันตีด้วย 3 มิชลินสตาร์ โดยเขายังคงคอนเซปต์ที่น่าสนใจไว้เช่นเดิม ทาปาสบาร์ ซึ่งเหมาะสำหรับชาวแฮงเกอร์จะนั่งดริงก์กันแบบชิลชิล พร้อมหม่ำทาปาสที่มีเสิร์ฟเฉพาะที่นี่ที่เดียว ส่วนอาหารก็มีการผสมผสานอาหารพื้นเมืองของสเปนกับไอเดียเจิดๆ ของเชฟซานติ Chilled Gazpacho ให้รสเปรี้ยวอมหวานของมะเขือเทศเชอร์รี แตงกวา แครอต กินแล้วรู้สึกสดชื่น อีกจาน Oysters Escabeche ก็หอมกลิ่นบัลซามิกและได้ความเปรี้ยวของส้มโอโดยเสิร์ฟกับหอยนางรม จานนี้ Octopus and Romesco ชวนให้ระลึกถึงหมึกพอล ก้ำกึ่งว่าจะลองดีมั้ย แต่สุดท้ายก็ลอง หนึบๆ นุ่มๆ เปรี้ยวๆ
ขนมหวานที่นี่ได้ชิมไปอย่างเดียว คือ ช็อกโกแลตสอดไส้ ที่ให้รสเข้มมากๆ กัดนิดเดียวก็ขมไปถึงปอด แถมยังหวานอย่างไม่เกรงใจกันเลยด้วยอ่ะ ใครเลิฟช็อกโกแลตนี่น่าจะโดน Chocolate Bunyols แต่คนไม่เลิฟอาจจะไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ในความเข้มข้นของมัน
การชิมมาราธอนเดินทางมาถึงร้านที่ 3 เปลี่ยนแนวมาย่านเอเชียน เพื่อให้ใกล้ชิดกับคนไทยนิดหนึ่ง ร้านอาหารญี่ปุ่น “วาคุจิน” โดยเชฟแดนปลาดิบไฟแรง “เทสซึยะ วาคุดะ” ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นขั้นเทพในการปรุงอาหารญี่ปุ่นโมเดิร์น สีสันหน้าตา รสชาติ แม้จะไม่ได้เน้นญี่ปุ่นจ๋า แต่ก็ไปด้วยกันอย่างไม่ขัดเขิน
Marinated Botan Ebi with Sea Urchin and Oscietre Caviar ความเด็ดดวงอยู่ที่นำ 3 วัตถุดิบมาประสานกัน กุ้งโบตัน หอยเม่น และไข่ปลาคาเวียร์ ได้ลงตัว จะเป็น Usuyaki จานย่างอร่อยทันควัน ก็ใช้เนื้อวากิว ริ้วไขมันนุ่ม ย่างบนเตา เสิร์ฟร้อนๆ กับวาซาบิซอส อร่อยเพลินสำหรับมีตเลิฟเวอร์ หรือถ้าชอบปลาก็ต้องจานนี้ Steamed John Dory with Slow Cooked Witlof, Aonori, Buckwheat ปลานึ่งเนื้อนุ่มหวาน กินแล้วต้องบอกว่า โออิชิ
เข้าสู่สมรภูมิการชิมกันต่อ “ออสเตอเรีย แอนด์ พิซเซอเรีย มอซซา” โอ้...ลั่นล้า ร้านนี้สาวกพิซซามาแล้วไม่ผิดหวัง เพราะเชฟและพิธีกรรายการอาหารฮาจะเกร็ง “มาริโอ แบทาลี” เต็มใจนำเสนอพิซซาสูตรเด็ดของเขา ชีสเป็นชีส แป้งเป็นแป้ง อบกันให้เห็นจะจะ ใครที่คุ้นกับพิซซาแป้งกรอบบาง หรือชอบแป้งหนานุ่มขอบชีส ลืมไปได้เลย พิซซาที่นี่แป้งบางก็จริง แต่ไม่ลืมความเหนียวนิดๆ แต่กรอบนาน ให้ลูกค้าได้เคี้ยวสนุกปาก หน้าพิซซาก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เน้นชีสกับเครื่องเคราอีกอย่างหรือสองอย่าง ไม่เกินนี้ เป็นอันเสร็จสรรพพร้อมเสิร์ฟ เราชอบที่เขามีมอซซาเรลลาบาร์ เรียงรายไปด้วยชีสสารพัดชนิด รวมทั้งซาลามีก็มีให้เลือกไม่อั้น ขาดไม่ได้ ไวน์จากอิตาลี เชฟมาริโอคอนเฟิร์มว่าต้องจิบคู่พิซซา จะได้ไม่เลี่ยน อ๊ะ...ว่าแล้วเราก็ขอไวน์แดงมาแกล้มกับ Margherita Pizza ซะเลย
ผ่านไป 4 แต่ยังไม่จบ เราจึงไปต่อที่ร้านชื่อสั้นกระชับ “คัต” ความหมายมันบอกใบ้ถึงเมนูที่ขายได้ดี เกี่ยวกับการตัด ก็ต้องเป็นเนื้อ หรืออะไรเทือกนั้นแหละ แล้วก็จริงดังว่า เจ้าของ “วูฟแกง พักค์” แหวกความจำเจรสชาติสเต๊กเดิมๆ ในสเต๊กเฮาส์บรรยากาศอึมครึม มาเป็นสเต๊กโมเดิร์น ทันสมัยทั้งการตกแต่งและตัวอาหาร กินไปก็จินตนาการไปในไอเดียครีเอตของเชฟ ยิ่งเฉพาะรสชาติเด็ดสุดยอดจริงแท้ Kobe Sliders, Steak Tartare, Trio of Sirloin Skewers เหล่านี้แค่ตัวอย่างที่หาชิมได้ในร้านแห่งนี้
ดีบี บิสโทร โมเดิร์น คือร้านที่ 6 ของการชิมมาราธอนในค่ำคืนนั้น ร้านนี้เป็นลูกครึ่งระหว่างฝรั่งเศสกับอเมริกัน ให้กลิ่นอายที่ดูหรูหราทีเดียว “ดาเนียล บูลัด” สุดยอดเชฟจากนิวยอร์ก เป็นผู้ครีเอตเมนู เขาตั้งใจและจงใจจะนำอาหารชาวปารีเซียงมารวมกับอาหารของชาวนิวยอร์กเกอร์ เพื่อสร้างปรากฏการณ์แปลกใหม่ให้แก่นักกินทั้งหลายได้สัมผัสรสชาติไม่ซ้ำซาก โดยเน้นไปที่อาหารกินง่ายเสิร์ฟไวทันใจอย่างเบอร์เกอร์ โดยชูเรื่องวัตถุดิบสดใหม่และคาดไม่ถึง DB Burger ที่ถูกยกย่องว่าเป็นเบอร์เกอร์อร่อยโคตร ฉ่ำลิ้นด้วยเนื้อราคาแพงและซอสสูตรพิเศษ เข้าเนื้อเข้ารสกับชิ้นสเต๊กและขนมปังหนานุ่ม นอกจากนั้นยังไม่ลืมที่จะเอาใจคนรักอาหารฝรั่งเศสอเมริกัน ด้วยการเสิร์ฟเมนูอะลาคาร์ตแบบฟูลคอร์ส
และแล้วมาราธอนการชิมของเราก็มาปิดท้ายที่ร้าน “สกาย ออน 57” อันมีเชฟคนเก่งจากเจ้าบ้านชาวสิงคโปร์เป็นผู้ดูแล “จัสติน เควก” ระหว่างรอให้ไกด์นำทีมพาขึ้นชั้น 57 ของตึกมารีนา เบย์ แซนด์ส ก็มีข่าวด่วนแจ้งให้ทราบ ร้านไม่สามารถให้สื่อขึ้นไปเยือนได้ ด้วยว่ายังขัดข้องทางเทคนิคในบางส่วน นั่นเท่ากับเราไม่ได้ชิมอาหารฝีมือเชฟจัสติน ซึ่งว่ากันว่าเป็นอาหารเอเชียนยุคใหม่ ฉีกกฎเอเชียนฟู้ดที่เคยพบเห็น โดยเขาพลิกแพลงหยิบนั่นมาผสมนี่ จนเกิดเมนูไฉไลและทันสมัยที่น่าลิ้มลอง อาทิ ล็อบสเตอร์หมี่ฮกเกี้ยนกับเนื้อวากิว เสี่ยวหลงเปาตับห่าน ฟังแค่ชื่อก็อืม...น่ากินมากกกก
นับเป็นคืนพิเศษที่ทำให้เราได้พบว่าเซเลบริตีเชฟแต่ละคนนั้นโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง ต่างคนต่างคาแรกเตอร์และลีลา อาหารแต่ละจานจึงมีหน้าตาและรสชาติที่ไม่ซ้ำกัน ทว่านั่นก็ได้แสดงตัวตนของเชฟได้น่าประทับใจสุดยอด
คล้อยหลังจากคืนมาราธอนชิมหนึ่งวัน เชฟชาวสเปนิช “ซานติ ซานติมาเรีย” ก็จากโลกนี้ไปอย่างไม่หวนกลับ ด้วยอุบัติเหตุหัวใจวายกะทันหัน เราจึงขออาลัยไว้ ณ ที่นี้
คลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมร้านอาหารได้ที่ www.marinabaysands.com







