
ไปญี่ปุ่น แค่ใกล้ๆ นี้เอง
เดี๋ยวนี้อาหารญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการกินของคนไทยด้วยเหมือนกัน ไม่ต้องอะไรลองรวบรวมเพื่อนกันสักกลุ่มหนึ่ง
เดี๋ยวนี้อาหารญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการกินของคนไทยด้วยเหมือนกัน ไม่ต้องอะไรลองรวบรวมเพื่อนกันสักกลุ่มหนึ่ง
โดย...สุธน สุขพิศิษฐ์
เดี๋ยวนี้อาหารญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการกินของคนไทยด้วยเหมือนกัน ไม่ต้องอะไรลองรวบรวมเพื่อนกันสักกลุ่มหนึ่ง แล้วถามว่าจะกินอะไรดี ซึ่งแต่ละคนอาจจะเสนอทางเลือกแตกต่างกัน อยากกินอาหารอีสานบ้าง สุกี้บ้าง เวียดนามบ้าง อาหารปักษ์ใต้บ้าง อาหารจีนบ้าง แต่อย่างน้อยต้องมีอาหารญี่ปุ่นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งอยู่ด้วย
แต่กว่าที่อาหารญี่ปุ่นจะมาถึง ณ เวลานี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะโผล่พรวดพราดเข้ามาครองใจคนไทยได้ในทันที ใช้เวลาสร้างรส สร้างลักษณ์ อยู่นานเหมือนกัน
อาหารญี่ปุ่นนั้นถึงมีหลายอย่างจะกระเดียดไปทางจีน มีหน่อไม้ หัวไชเท้า ขิง สาหร่าย ซีอิ๊ว และประเภทแป้งก็มีเส้นเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว อาหารบางอย่างก็คล้ายกัน อย่างพวกปลาต้มซีอิ๊ว หรือผักดอง ซึ่งอาหารจีนสำหรับคนไทยนั้นเหมือนกำแพงเมืองจีนอันแข็งแกร่ง ใครจะมาโค่นหรือสอดแทรกยาก แต่ความที่อาหารญี่ปุ่นมีรสของตัวเอง มีรูปลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน มีศิลปะอยู่ร่วมกับรส แถมเป็นศิลปะที่มั่นคงอีก ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ไหน ที่สำคัญที่สุดมีความนอบน้อม ไปเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไหน เจ้าของร้านต้องยืนโค้ง ยิ้มแย้มต้อนรับ ทำตัวเป็นนางกวักที่ดี ไม่เหมือนเจ้าของร้านอาหารประเภทอื่นๆ ยิ่งขายดี ก็ชอบนั่งกระดิกหน้าเหมือนตวักตักแกง
ฉะนั้นอาหารญี่ปุ่นจึงค่อยๆ ชนะใจคนไทยขึ้นเรื่อยๆ จนพอที่จะมายืนแถวหน้า ร่วมกับอาหารจีน อาหารไทยได้
ร้านอาหารญี่ปุ่นสมัยแรกๆ สัก 50 ปีที่แล้ว มีไม่กี่ร้าน มีร้านหนึ่งดังมากอยู่ตรงใกล้ๆ บ้านอับดุลราฮิม ศาลาแดง รู้สึกว่าจะชื่อฮานาย่า เป็นบ้านที่จัดเหมือนบ้านญี่ปุ่น มีสวนญี่ปุ่น มีโคมไฟหิน และบ่อน้ำ แต่แพงมากครับ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่นระดับสูงมาก หรือก็เป็นที่พบปะชาติอื่นๆ ที่ต้องมาเชื่อมโยงกับธุรกิจญี่ปุ่น
ตอนหลังร้านนี้ย้ายไป ซึ่งไปมีร้านใหม่ในชื่อเดิม ที่สี่พระยา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าของคนเดียวกันหรือไม่ ร้านอาหารญี่ปุ่นค่อยๆ มีเพิ่มขึ้นๆ จำไม่ได้ว่ามีที่ไหนบ้าง แต่รู้ว่าทุกเช้ามืดที่ตลาดบางรัก จะต้องคล่ำไปด้วยพ่อครัวชาวญี่ปุ่น ไปเลือกซื้อปลา ที่ต้องเป็นตลาดบางรักเพราะอยู่ใกล้กับสะพานปลากรุงเทพ จะมีปลาสดๆ ขนาดใหญ่ๆ ขึ้นทุกเช้า คนขายปลาที่ตลาดจะมีวิธีการแล่ปลาเอาก้างกลางตัวออก ห่อกระดาษแล้วห่อด้วยถุงน้ำแข็งอีกที เรียกว่าต้องรักษาความสดให้ดีที่สุด
ร้านอาหารญี่ปุ่นแรกๆ มักเป็นบ้าน และที่นั่งกินนั้นจะเป็นเสื่อญี่ปุ่นปูกับพื้น สามี ภรรยา ช่วยกันทำมาหากิน สามีอยู่ในครัว ภรรยาอยู่หน้าร้าน ผมชอบร้านหนึ่งอยู่ใกล้ๆ สี่แยกถนนวิทยุทางด้านถนนพระราม 4 ราคาดี และอัธยาศัยดี
ถึงในปัจจุบันผมยังชอบร้านในแบบครอบครัวทำกันเอง แต่หายากหน่อย เมื่อหลายปีก่อน เคยมีเพื่อนญี่ปุ่น ที่ไปๆ มาๆ กับเมืองไทย และรู้จักร้านอาหารญี่ปุ่นแบบนี้หลายร้าน เคยไปร้านหนึ่งอยู่ในซอยสวัสดี ชื่อร้าน โอกามุระ กำลังกินกันอยู่ดีๆ ย้ายหายไป กว่าจะตามเจอก็นาน พอเจอกำลังมีที่กินเข้าที่ดี ย้ายอีกตั้ง 2 ครั้ง นี่เลิกตามแล้ว
ผมไม่ค่อยชอบร้านอาหารตามห้าง ดูอย่างไรไม่รู้ พูดถึงประสบการณ์การกินอาหารญี่ปุ่น ผมเคยสนุกกับการตะลุยเดี่ยวในญี่ปุ่นมาเยอะเหมือนกัน สนุกครับ
มีหลายครั้งเป็นความโชคดี ที่มาจากความโชคร้าย ผมไม่รู้เป็นอะไรตกเครื่องบินบ่อย แล้วดันทะลึ่งไปตกค้างที่ญี่ปุ่นเสียด้วย ก็ต้องเข้าเมือง หรือบางครั้งเดินทางไปไกล ไปอีกซีกโลกหนึ่ง ยอมเหนื่อยเพื่อที่จะได้ซื้อตั๋วราคาถูก จะถูกให้ไปต่อสายการบินโน้น การบินนี้ ที่โน่น ที่นี่ และในเวลาที่เขาไม่เดินทางกัน ไปถึงญี่ปุ่นตี 2 ออก 8 โมงเช้า บางช่วงมีเวลาก็ต้องเข้าเมือง หรือไม่ก็มีธุระที่ญี่ปุ่น ทั้งหมดต้องหากินเอง เมื่อหากินเองก็ต้องหาของแท้และราคาถูกที่ชาวบ้านเขากินกันเอง
จำพวกอาหารจานเดียว เช่น ข้าวแกงกะหรี่ มีหมูทอด ไก่ทอด โปะด้วยไข่ดาว หรือพวกโซบะ หรือราเมน ใส่หมู ใส่ไก่ ยิ่งเป็นมื้อกลางวัน ยิ่งชอบ ชอบร้านที่มีรายการอาหารหน้าร้าน มีรูปและราคากำกับ พอเลือกและใส่เงินที่ช่องใส่เงินแล้ว มีคูปองเด้งออกมา เอาคูปองนั้นไปยื่นให้คนในร้าน เดี๋ยวเดียวเขาก็เอามาเสิร์ฟ
บางทีเป็นร้านที่มีรายการอาหาร แต่อ่านไม่ออก ต้องฉุดเอาคนของร้านออกมาดูอาหารตัวอย่างที่อยู่ในตู้หน้าร้าน ชี้เอา แต่ทั้งหมดไม่ว่าในร้านประเภทไหนนั้น ถ้านั่งกินใกล้คนกินบะหมี่ต้องทำใจ เพราะเพื่อนซดดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนอัดลมเอาบะหมี่ผ่านปากลงกระเพาะไปไม่ต้องเคี้ยว มารู้ทีหลังว่าอันนั้นเป็นมารยาทญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง การซดเสียงดังนั้นหมายถึงถูกใจ ยิ่งอร่อย เสียงซดยิ่งดังระเบิด ทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็คือ ตัวจริงเสียงจริงของญี่ปุ่น
สำหรับมื้อเย็น ยิ่งสนุก บันเทิงใจ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ในย่านแออัดนั้น ถ้าเป็นร้านริมถนนจะดูดี แต่แพงหูดับ ต้องเสาะหาราคาถูก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ลงใต้ดิน ก็ขึ้นไปชั้นบน หรือไม่ก็อยู่ตามซอกตึก จะเป็นธรรมเนียมของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ต้องมีฉากผ้าห้อยอยู่หน้าร้าน ต้องมุด ข้างในไม่สว่างนัก โต๊ะ เก้าอี้ เป็นไม้ แต่จะให้สะใจต้องนั่งหน้าเคาน์เตอร์ แล้วจะถึงความเป็นญี่ปุ่นจริงๆ ต้องมีทั้งกลิ่นและควันบุหรี่ ร้านอาหารญี่ปุ่นไม่มีหนูหรือแมลงสาบเพราะมันเป็นมะเร็งตายหมด ที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์อย่างหนึ่งได้มองเห็นอะไรรอบๆ ตัวชัดดี และผมมักจะได้เพื่อนคนญี่ปุ่นตรงเคาน์เตอร์นี่แหละ คนที่แนะนำให้รู้จักกันก็คือเบียร์นั่นเอง คนญี่ปุ่นดื่มหนัก ยิ่งต่างคนต่างล่อไปหลายขวด ก็เหมือนรู้จักกันมานาน ทั้งๆ ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง
ผมเคยหนักขนาดเลิกดื่มแล้ว ไปยืนส่งเขาบนสถานีรถไฟ โค้งแล้วโค้งอีก นึกถึงครั้งนั้นแล้วไม่รู้ทำได้อย่างไร นั่นเป็นการถึงญี่ปุ่นแบบของผมครับ
เป็นธรรมเนียมว่าเขียนเรื่องอะไร ไม่แนะนำที่กินก็จะเสียธรรมเนียม ผมชอบร้านญี่ปุ่นที่กลางกรุงเทพฯ ร้านหนึ่ง ที่เหมือนในญี่ปุ่นชื่อ IMOYA อยู่ในสุขุมวิท 24 เมื่อเข้าจากถนนสุขุมวิทไม่เกิน 20 เมตรแล้ว ทางขวามือเป็นตึกที่อยู่ติดกับทางเข้าห้างเอ็มโพเรียมนิดเดียว หน้าตึกเป็นร้านขายของเยอะแยะและมีช่องเข้าตัวตึกนิดเดียวไม่สังเกตก็ไม่เห็น
เข้าไปข้างในขึ้นลิฟต์ไปชั้น 3 ขึ้นปุ๊บก็เจอร้านนี้เลย ต้องมุดผ้าม่านหน้าร้านตามเคย ข้างในบรรยากาศเป็นญี่ปุ่นดี เจ้าของร้านคอยโค้งรับลูกค้าอยู่ริมประตู รายการอาหารเยอะแยะ พวกย่างๆ เช่น เนื้อไก่ ข้อไก่ย่าง ปลาแซลมอนย่าง ราคาไม่แพงแต่มีแค่ 2 ไม้ หรือปลาแค่ชิ้นเล็กๆ แต่อร่อยดี
ชุดปลาดิบอาจจะแพงขึ้นหน่อย แต่มีของหลายอย่างรวมกัน มีปลา หอยปีกนก อันนี้เป็นของญี่ปุ่น มีหอยอีกอย่างคล้ายหอยนางรม จะให้อิ่มก็ตบท้ายด้วยข้าวแกงกะหรี่หรือบะหมี่อะไรก็ได้ อิ่มคุ้มค่าไม่กระเทือนกระเป๋ามากนัก ร้านนี้ขายเฉพาะตอนเย็น เปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึง 5 ทุ่ม
โทร. 0266351856 ที่นี่จะได้บรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นดี เพราะมีความเก่าด้วย เขาเปิดมาตั้ง 10 ปีแล้ว ลูกค้ารู้จักเยอะแยะคึกคักดี ก็ถือว่าไปกินแบบญี่ปุ่นโดยไม่ต้องนั่งเครื่องบินไป ลองไปครับ







